ผู้ว่าฯ สระแก้วชี้แจงแล้ว !! กรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษฮุบป่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯสมเด็จพระเทพฯ ยอมรับมีการขอคืนพื้นที่จริง ..!!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ผู้ว่าฯ สระแก้วชี้แจงแล้ว !! กรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษฮุบป่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯสมเด็จพระเทพฯ ยอมรับมีการขอคืนพื้นที่จริง ..!! ผู้ว่าฯ สระแก้วชี้แจงแล้ว !! กรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษฮุบป่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯสมเด็จพระเทพฯ ยอมรับมีการขอคืนพื้นที่จริง ..!!

ผู้ว่าฯ สระแก้วชี้แจงแล้ว !! กรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษฮุบป่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯสมเด็จพระเทพฯ ยอมรับมีการขอคืนพื้นที่จริง ..!! ผู้ว่าฯ สระแก้วชี้แจงแล้ว !! กรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษฮุบป่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯสมเด็จพระเทพฯ ยอมรับมีการขอคืนพื้นที่จริง ..!! ผู้ว่าฯ สระแก้วชี้แจงแล้ว !! กรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษฮุบป่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯสมเด็จพระเทพฯ ยอมรับมีการขอคืนพื้นที่จริง ..!!

ผู้ว่าฯ สระแก้วชี้แจงแล้ว !! กรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษฮุบป่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯสมเด็จพระเทพฯ ยอมรับมีการขอคืนพื้นที่จริง ..!! ผู้ว่าฯ สระแก้วชี้แจงแล้ว !! กรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษฮุบป่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯสมเด็จพระเทพฯ ยอมรับมีการขอคืนพื้นที่จริง ..!!

    สระแก้ว - ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วแจงกรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว ฮุบป่าโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ระบุ เป็นที่ราชพัสดุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ กนพ.ประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษสระแก้ว กรมธนารักษ์เคยมีการขอคืนจาก สตช. 1,325 ไร่ จริง เนื่องจากไม่มีสิ่งปลูกสร้าง แต่ สนช.ขอสงวนไว้ทั้งแปลงเพื่อใช้ประโยชน์ เตรียมกำชับการจัดทำผังเมืองเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ขณะนี้อยู่ขั้นตอนที่ 4 จาก 18 ขั้นตอน หากพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากกรณีดังกล่าว กรุณาแจ้งศูนย์ดำรงธรรมอำเภออรัญประเทศหรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระแก้วเพื่อแก้ไขปัญหาตามบัญชาท่านนายกรัฐมนตรี

    เมื่อวันที่ 8 มี.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพรพจน์ เพ็ญพาส ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้ชี้แจงกรณีที่ พล.ท.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผอ.ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4  กลุ่มงานเสริมสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พลังงาน และอาหาร  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลการดำเนินงาน และพื้นที่ดำเนินงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายในบริเวณกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ภายหลังพบข้อมูลว่า โครงการดังกล่าวได้รับผลกระทบจากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.สระแก้ว ว่า กรณีที่มีข่าวทางสื่อมวลชน ซึ่งพื้นที่ราชพัสดุแปลง สก.175 และ สก.322 จำนวน 1,325 ไร่ ภายในพื้นที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้รับผลกระทบจากโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสระแก้วของ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) นั้น

    "ข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบว่า ที่ดินแปลงตามข่าว เป็นที่ราชพัสดุ ใช้ในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พื้นที่ตามทะเบียนที่ขอใช้จำนวน 1,965 ไร่ อยู่ในพื้นที่ 2 ตำบล คือ ต.ป่าไร่ และบ้านใหม่หนองไทร โดยพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ประกาศให้ ต.ป่าไร่ ต.บ้านด่าน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ และ ต.ผักขะ อ.วัฒนานคร ทั้ง 4 ตำบล เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จ.สระแก้ว" ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ระบุ 

    นายพรพจน์ กล่าวต่ออีกว่า ต่อมาเมื่อปี 2558 กนพ.ให้กรมธนารักษ์สำรวจตรวจสอบข้อมูลเพื่อรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งจากผลการสำรวจและทำแผนที่กันออกในพื้นที่ดังกล่าว สรุปได้ว่า จะให้ใช้เป็นที่ทำการของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 จำนวน 600 ไร่ และ อีก 1,325 ไร่ ไม่มีสิ่งปลูกสร้างจึงได้ ประสานขอคืนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังขอสงวนไว้ทั้งแปลงเพื่อใช้ประโยชน์  ทำให้ปัจจุบันจึงมีเพียงที่ดินของรัฐตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพียง 2 แปลงที่ใช้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.สระแก้ว คือ แปลงที่ให้การนิคมอุตสาหกรรมเช่า เพื่อทำนิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว และให้กรมศุลกากรสร้างด่าน CIQ เท่านั้น 

    " ทั้งนี้ทางจังหวัดสระแก้วจะได้กำชับเรื่องการจัดทำผังเมืองเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษหลังจากนี้  ซึ่งตอนนี้อยู่ขั้นตอนที่ 4 จาก 18 ขั้นตอน และหากพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากกรณีดังกล่าว กรุณาแจ้งศูนย์ดำรงธรรมอำเภออรัญประเทศ หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระแก้ว เพื่อแก้ไขปัญหาตามบัญชาท่านนายกรัฐมนตรีต่อไป" ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว  กล่าวเพิ่มเติม

    สำหรับโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 ได้เริ่มจากนำพื้นที่จำนวน 8 ไร่ ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่พักอาศัยของค้างคาวแม่ไก่หลายหมื่นตัว จัดทำและน้อมเกล้า น้อมกระหม่อม ถวายเป็นโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี พ.ศ.2538  โดยได้รับงบประมาณจากสำนักงานโครงการอนุรักษ์ฯ ทุก ๆ ปี และเนื่องจากพื้นที่ป่าในที่ราชพัสดุ เดิมประชาชนได้เข้ามาตัดไม้ไปใช้ประโยชน์เป็นไม้ฟืนหรือเผาถ่าน แต่หลังจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงเห็นว่า ป่าไม้และความหลากหลายของประเทศลดน้อยลง ทรงมีพระราชประสงค์ให้หน่วยงานต่างๆ ช่วยกันดูแลรักษา กก.ตชด.12 จึงได้ห้ามมิให้ประชาชนเข้ามาตัดไม้ทำลายป่า และช่วยกันปลูกเสริมในพื้นที่ทั้งหมดจนกลายเป็นป่าสมบูรณ์ในปัจจุบัน

    อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2562 กก.ตชด.12 ได้รับงบประมาณจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการดำเนินการพัฒนาพื้นที่โครงการอนุรักษ์ฯ โดยการจัดทำถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก, ถนนลูกรังรอบพื้นที่ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เพื่อความสะดวกในการลาดตระเวนป้องกันการลักลอบตัดไม้ ล่าสัตว์ ป้องกันไฟป่า และความสะดวกสำหรับเด็ก เยาวชน ลูกเสือ-เนตรนารี ประชาชนทั่วไปที่มาเข้าค่ายอบรม ใช้เดินป่าศึกษาธรรมชาติ สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ให้ยั่งยืนต่อไป
 
ข่าวโดย / ยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สระแก้ว