- 08 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ศุลกากรหนองคาย ร่วมกับสรรพสามิตหนองคาย, ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย และงานปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ปนม.ตร.สตช.) จับกุมผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดรถบรรทุกน้ำมันจำนวน 6 คัน ที่ผู้ส่งออกน้ำมันสำแดงใบส่งสินค้าขาออก (น้ำมันเชื่อเพลิงถังเปล่า) อันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อขอใช้สิทธิประโยชน์ขอคืนภาษีสรรพสามิตต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร
วันที่ 8 มีนาคม 2561 นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านสุกากรหนองคาย กล่าวว่า ศุลกากรหนองคาย ได้รับการประสานข้อมูลด้านการข่าวจากกรมสรรพสามิต ประสานมายังสำนักงานศุลกากรภาค 2 และสำนักงานศุลกากรหนองคายเพื่อปฏิบัติงานร่วม ในการป้องกันและปราบปรามกลุ่มขบวนการสำแดงใบขนส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร โดยมีการสำแดงใบขนน้ำมันจำนวน 6 ใบ รถบรรทุก จำนวน 6 คัน ซึ่งในครั้งนี้มีรถบรรทุกทั้งหมดจำนวน 9 คัน มีการตรวจปล่อยไปก่อนหน้า 3 คัน ซึ่งมีการบรรทุกน้ำมันตามที่ได้สำแดงไว้ในใบส่งสินค้าอย่างถูกต้อง ส่วนอีก 6 คันต่อมาได้ทยอยเข้าระหว่างเที่ยงจนถึงค่ำ จึงได้มีการวางแผนร่วมกันระหว่างศุลกากรหนองคาย, สรรพสามิตหนองคาย, ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย และงานปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ปนม.ตร.สตช.) โดยให้จุดตรวจน้ำมันของสรรพสามิต รับเอกสารตามคำร้องของผู้ส่งออกในส่วนของถังที่มีการตัดซีลลวด หรือปล่อยให้รถบรรทุกผ่านข้ามแดนไป เพื่อให้การกระทำนั้นสำเร็จตามข้อกฎหมาย ในขณะเดียวกันทางศุลกากรหนองคายเอง ก็ได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ภาษีลาวไว้แล้วเช่นเดียวกัน ว่ารถบรรทุกน้ำมันกลุ่มนี้เมื่อข้ามฝั่งลาวไปแล้วให้ทำการกักรถไว้
จากการตรวจสอบพบว่ารถบรรทุกน้ำมันแต่ละคันนั้นบรรทุกน้ำมันเพียง 8,000 ลิตร จากทั้งหมด 40,000 ลิตร หรือบรรทุกไปเพียงช่องเดียวจากทั้งหมด 5 ช่องเท่านั้น จึงได้ควบคุมตัวคนขับรถ และยึดรถมาดำเนินคดีที่ฝั่งไทย ฐานความผิดทั้ง พ.ร.บ.ศุลกากร ในข้อหาสำแดงเท็จ ปรับใบขนละ 50,000 บาท หรือ 300,000 บาท และ พ.ร.บ.สรรพสามิต ซึ่งการกระทำดังกล่าวได้สร้างความเสียหายด้านภาษีสรรพสามิตคิดเป็นมูลค่า ประมาณ 12 ล้านบาท
นายนิมิตร กล่าวต่อไปอีกว่า พฤติการณ์ของกลุ่มดังกล่าว เป็นการซื้อน้ำมันภายในประเทศ แล้วนำมาขายภายในประเทศ ซึ่งไม่ได้ส่งออกไปขายยังต่างประเทศตามที่ได้กล่าวอ้าง จากนั้นก็ทำเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จว่าส่งออกครบ แล้วก็ขอคืนค่าภาษีจากรัฐ ซึ่งจะได้กำไรจากการขายน้ำมันหลายเท่าตัว และจากการแยกสอบคนขับรถ ก็ทำให้ทราบว่าขบวนการนี้มีขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนพอสมควร ทั้งมีการเปลี่ยนชื่อบริษัทส่งออก และเปลี่ยนตัวคนขับด้วย.
ภัทรวินทร์ ลีปาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดหนองคาย
