- 09 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 61 ที่วิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง หมู่ 6 ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เข้ากราบพร้อมปิดทองสักการะพระแท่นศิลาอาสน์ โบราณสถานสำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ชาวบ้านเชื่อกันมาแต่โบราณว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จมาประทับนั่งเพื่อทรงกระทำบำเพ็ญอธิษฐานพระบารมีบนแท่นศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 8 ฟุต ยาว 10 ฟุต สูง 3 ฟุต ฐานของพระแท่นโดยรอบประดับด้วยลายกลีบบัว ต่อมาเรียกกันว่า "พระแท่นศิลาอาสน์" และได้เป็นชื่อวัดจนถึงปัจจุบันนี้ พร้อมนมัสการ พระวินัยสาทร เจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ รับมอบพระพุทธรูป "โรจนลักษณ์" ปางสมาธิ ทรงจีวด้วยลายพิกุล ขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้ว พร้อมพระเครื่องพระพุทธสิหิงค์ ไตรภาคี เพื่อเป็นที่ระลึกและความเป็นสิริมงคลไว้กราบไหว้บูชา โดยมีนายเสถียรพงศ์ มากศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ และนายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์ สำนักงานวัฒนธรรจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งรับมอบหมายจาก น.ส.ปรารถนา มงคลธวัช วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมให้การต้อนรับพร้อมกับหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่อำเภอลับแล
จากนั้น นายวีระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เยี่ยมชมพื้นที่โดยรอบวิหารหลวงพระแท่นศิลาอาสน์ และตรวจเยี่ยมพร้อมนำน้ำรดต้นไม้ทรงคุณค่าตามโครงการรุกขมรดกของแผ่นดิน ต้นมะปรางป่า ขนาดเส้นรอบวง 2.60 เมตร สูงประมาณ 22 เมตร อายุประมาณ 150 ปี ยืนต้นอยู่บริเวณหน้าวัดพระแท่นศิลาอาสน์(ด้านซ้ายมือ)เพียงต้นเดียว และเป็นต้นไม้เก่าแก่ที่ยืนต้นอยู่คู่กับวัดมาเป็นเวลานานให้ผลดกมาก ผลเมื่อสุกจะสีเหลืองเมื่อแกะรับประทานจะมีรสชาดหอมหวาน โดยมีเจ้าหน้าที่ของทางวัดนำบันไดไม้มาพิงต้นมะปรางพร้อมขึ้นเก็บผลที่สุกคาต้นจำนวนหนึ่งนำใส่ถุงลงมาพร้อมเทใส่พานสีเหลืองให้นายวีระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้ชมพร้อมลิ้มรสชาดจากผลมะปรางป่า
นายวีระ กล่าวว่า มรดกของชาติ มีทั้งที่มองเห็นเป็นรูปธรรม เช่น วัด พระอาราม โบราณวัตถุที่สร้างสรรค์ด้วยภูมิปัญญาของมนุษย์ รวมถึงมรดกประเภทภูมิปัญ ญาเกี่ยวกับการแสดงอาหาร วิถีชีวิต ภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาเป็นประเพณีและวัฒนธรรมรวมถึงเทศกาลต่างๆนับเป็นมรดกของชาติอีกรูปแบบหนึ่ง แต่รูปแบบที่เป็นมรดกทางธรรมชาติ อาทิ ต้นไม้ ป่าที่ถูกขึ้นเป็นมรดกโลกทางด้านธรรมชาติถือเป็นมรดกของแผ่นดิน
" เรื่องต้นไม้ ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดทำบัญชีต้นไม้ที่สมควรจะประกาศขึ้นเป็นมรดกของแผ่นดิน ปีที่แล้วได้ประกาศต้นไม้จำนวน 65 ต้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ครบ 65 พรรษา ในปีนี้จะประกาศเพิ่มอีก 63 ต้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีการขึ้นทะเบียนต้นไม้เป็นมรดกของชาติครั้งนี้ มีหลายประเทศได้ดำเนินการก่อนประเทศไทยถึง 7 ประเทศ เราเป็นประเทศที่ 8 ประกาศต้นไม้เป็นมรดกของชาติ โดยพิจารณาจากเหตุผลและข้อมูลประกอบด้วย อายุของต้นไม้ ความใหญ่ของต้นไม้และประวัติของต้นไม้ การประกาศขึ้นทะเบียนต้นไม้เป็นมรดกของชาติจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้ นอกเหนือจากเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งร่วมเป็นกรรมการ การประกาศขึ้นทะเบียนต้นไม้เป็นมรดกของชาติไม่ใช่แค่ประกาศแล้วจบ หลังประกาศจะต้องอนุรักษ์ต้นไม้ให้สืบทอดต่อไป
ทั้งนี้ ขั้นตอนต่อไปจะต้องทำหนังสือแจ้งให้คณะรัฐมนตรีทราบ โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะจัดทำเป็นหนังสือรวบรวมชื่อต้นไม้พร้อมรูปภาพต้นไม้ จำนวน 65 ต้น ในปีแรกจะต้องช่วยกันดูแลรักษาพร้อมห้ามตัดโดยเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ปีนี้ต้นไม้ที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติจะถูกประกาศในวันที่ 2 เมษายน 2561 ตรงกับวันอนุรักษ์มรดกไทย และวันคล้ายพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี"
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ปี 2560 ต้นไม้ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ถูกประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของชาติคือ ต้นสักใหญ่ ที่มีอายุกว่า 1,500 ปี เป็นต้นสักที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ หมู่ 4 บ้านปางเกลือ ต.น้ำไคร้ อ.น้ำปาด และในปี 2561 นี้ ต้นมะปรางป่า ตั้งอยู่บริเวณหน้าวิหารหลวง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ เป็นต้นไม้ที่มีอายุมากและมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่น่าสนใจ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาที่วัดพระแท่นศิลาอาสน์ เมื่อปี พ.ศ.2444 ต้นมะปรางเก่าแก่ต้นนี้มีขึ้นอยู่ก่อนแล้ว
หลังจากนี้จะมีรุกขกร เข้ามาดูแลกระชับในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้ ดูแลเรื่องแมลงและมอดที่จะเข้ามาทำลายรวมถึงความทรุดโทรของต้นไม้ ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมจะจัดทีมงานเข้ามาจัดบริเวณให้เหมาะสมด้านความสะอาด น่าชม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้กับจังหวัดอุตรดิตถ์ด้วย ต้นมะปรางป่าที่มีอายุเก่าแก่ขนาดนี้ไม่ใช่หาได้ง่าย ต้นมะปรางที่พบเห็นอยู่ส่วนใหญ่จะเป็นมะปรางบ้านที่ปลูกกันเองความเป็นของดั้งเดิมจึงหายไป ต้นมะปรางป่านี้นอกจากจะอนุรักษ์เอาไว้แล้ว คงต้องมีการขยายพันธุ์เพื่อรักษาพันธุ์เดิมของต้นนี้ต่อไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวทิ้งท้าย
สมภพ สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดอุตรดิตถ์
