- 09 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบแปลงปลูกต้นกฤษณา ของนายสมนึก เศรษฐสุข อายุ 52 ปี ในพื้นที่ ม.1 บ้านโคกไทร อ.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง หลังจากเข้าแจ้งความที่ สภ.กงหรา กรณีต้นกฤษณาอายุ 10 ปี ถูกหัวขโมยลักลอบตัดโค่น จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบ สวนยางพาราในเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ ปลูกแซมด้วยต้นกฤษณาประมาณ 700 ต้น นอกจากนั้นยังพบต้นกฤษณาถูกตัดเหลือแต่ต้นตอ พร้อมทั้งกิ่งก้านและใบล้มระเนระนาด นับต้นตอได้กว่า 100 ต้น
นายสมนึก ฯเจ้าของสวนเล่าว่าตนได้ปลูกต้นกฤษณาประมาณ 700 ต้น โดยปลูกแซมในสวนยางพารามา 10 ปี เมื่อต้นกฤษณามีอายุ 8 ปี ตนได้ฉีดสารเร่งกระตุ้นการสร้างแกน เหลือเวลาอีกประมาณ 7 เดือนจะ สามารถตัดเพื่อนำแกนต้นกฤษณาออกขาย แต่มาถูกหัวขโมยเข้าลักตัดเสียก่อน มาเห็นแล้วใจหาย หัวขโมยเข้ามาลักลอบทยอยตัดกว่า 1 เดือน ตนรู้สึกเสียใจมาก ก่อนหน้านี้ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว แต่ก็ยังมีหัวขโมยลักลอบตัดอย่างต่อเนื่อง เสียหายไปกว่า 100 ต้น รู้สึกแย่มากๆ ตนได้เขียนขอความเห็นใจจากหัวขโมยว่า “พอคุณโจร” และเอาใบไม้มาห่อลำต้นกฤษณาไว้ เพื่อให้สัญญาณว่าต้นนี้ห้ามตัด แต่ก็ยังเข้ามาตัดอย่างต่อเนื่องล่าสุดเมื่อคืนยังมีร่องรอยตัดไปประมาณ 5 ต้น
การตัดต้นกฤษณาต้องมีความรู้และความชำนาญ ต้องตัดหลังจากฉีดสารเร่งกระตุ้นเพื่อสร้างแกนของต้นประมาณ 2 ปี ความยาวที่สร้างแกนประมาณ 3 เมตร จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบต้นกฤษณาที่ถูกตัดในครั้งนี้ ยังสร้างแกนได้น้อย คาดว่าหัวขโมยจะนำไปขายทั้งลำต้นมากกว่าที่จะผ่าเอาเฉพาะแกนไปขาย สำหรับความเสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กงหรา จะเร่งทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวหัวขโมยมาดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ และข้อหาตัดไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อไป
สำหรับไม้กฤษณาหรือไม้หอม เป็นไม้ทรงคุณค่ามาแต่โบราณมีการนำมาใช้ประกอบยาทาการแพทย์ และนำมาใช้กกลั่นเป็นน้ำหอม จึงเป็นไม้ที่หายากและมีราคาสูงลักษณะของเนื้อไม้จะมีทั้งเนื้อไม้ปกติ และเนื้อไม้หอมที่มีน้ำมันกฤษณา ซึ่งในประเทศไทยได้แบ่งเกรดของไม้กฤษณาออกเป็น 4 เกรด คือ เกรดที่ 1 เป็นเนื้อไม้ที่มีน้ำมันกฤษณาสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก กระจายทั่วเนื้อไม้ ทำให้มีสีดำเข้ม มีน้ำหนักมากไม้เกรดนี้จะจมน้ำ ราคาประมาณ 15,000-20,000 บาทต่อกิโลกรัม เกรดที่ 2 เนื้อไม้มีลิ่นหอม และมีน้ำมันกฤษณาสะสมน้อยกว่าเกรดที่ 1 มีสีน้ำตาล น้ำหนักเบากว่า โยนลงน้ำจะอยู่ระดับปริ่มน้ำ ราคาประมาณ 8,000-10,000 บาทต่อกิโลกรัม เกรดที่ 3 เนื้อไม้มีกลิ่นหอมมีน้ำมันสะสมรองลงมาราคาประมาณ 1,000-1,500 บาทต่อกิโลกรัม นำหนักจะเบาจึงลอยน้ำได้ ส่วนเกรดที่ 4 มีน้ำมันกฤษณาสะสมอยู่น้อย ใช้นำมากลั่นน้ำมันระเหยมีราคาประมาณ 400-600 บาท ลักษณะลอยน้ำได้
ภาพ/ข่าว ลัดดา มณีรจน์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พพัทลุง
