- 10 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
คุณยายวัยไม้ใกล้ฝั่งอายุ85ปีที่สุราษฎร์ธานีได้บุกยื่นหนังสือขอความคุ้มครองรักษาความปลอดภัยและขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด-ผู้บัญชาการมณฑลที่45 –ผู้การตำรวจต่อมายื่นหนังขอกำลังคุ้มครองจากแม่ทัพภาค4 หลังถูกคู่กรณีไม่ยินยอมออกจากพื้นและยังคงเดินหน้าตัดผลผลิต ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน และอ้างกับเจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจแม่ทัพภาค 4 ว่ายายเป็นคนยกที่ให้พร้อมท้าทายไห้ไปเอาเอกสารสิทธิมายัน ล่าสุดยายหมดหนทางเข้าพื้นที่ยื่นคำร้องต่อศาลไต่สวนฉุกเฉิน ในที่สุดฟ้าเมตตาศาลมีคำสั่งห้ามคู่กรณีและบริวารไปตัดพืชผลทางการเกษตรในที่ดินพิพาทจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ในส่วนคดีการจับกุมพม่าหลบหนีเข้าเมืองตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ชักนำและให้ที่พักพิง
จากรณีเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2561 นางบุญพา (พุด) มีเดช อายุ 85 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112/103หมู่ที่ 18 ต.ประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รุดเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ 3 หน่วยงานประกอบด้วย นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พลตรี มโนช จันทร์คีรี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45 และ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมข้อเรียกร้องขอความเป็นธรรมและขอการคุ้มครองความปลอดภัย จากเหตุนายตำรวจยศร้อยตำรวจโทสังกัด สภ.ท่าชนะใช้อำนาจในหน้าที่และใช้อำนาจเถื่อนพร้อมอาวุธปืนข่มขู่เอาชีวิตหลังนายตำรวจคนดังกล่าวนำครอบครัวบุกเข้ายึดที่สวนยาง/ทุเรียน/ปาล์มน้ำมัน ที่กำลังให้ผลผลิตจำนวน 33 ไร่ หลังมีเหตุกับนายตำรวจ ตนถูกคนร้ายจำนวน 3 คนบุกเข้าปล้นบ้านถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส เสียเงินสดไป 750,000 สร้อยคอทองคำหนัก 6 บาท จึงขอให้ผู้นำ 3 หน่วยงานช่วยดำเนินการให้นำนายตำรวจพร้อมครอบครัวออกจากพื้นที่สวนของตน ประกอบคนที่ถูกตนร้องเรียนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกร้องขอให้ผู้บังคับบัญชาย้ายการปฎิบัติหน้าที่ของนายตำรวจคนดังกล่าวออกจากอำเภอท่าชนะ พร้อมขอกำลังคุ้มครองดูแลความปลอด เนื่องจากตนเป็นคนแก่อยู่บ้านเพียงคนเดียว ต่อมานายตำรวจคนดังกล่าว ได้ยื่นหนังสือลาออกจากทางราชการต่อ พ.ต.อ.ทักษิน ศิริโภคพัฒน์ ผกก.สภ.ท่าชนะ พ.ต.อ.ทักษิน ศิริโภคพัฒน์ ผกก.สภ.ท่าชนะได้เซ็นอนุมัติไปแล้วเช่นกัน พร้อมกันนี้ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลคุ้มครองความปลอดภัยผู้เสียหาย
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561 นางบุญพา (พุด) มีเดช ได้เดินไปที่ กรมทหารราบที่ ๒๕ ค่ายวิภาวดีรังสิต เพื่อยื่นหนังถึง พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 หนังสือ เพื่อขอกำลังคุ้มครองหลังจากอดีตนายตำรวจคู่กรณีพร้อมบริวารยังคงไม่ยินยอมล่าถอยออกจากพื้นที่หลังจากตนเข้าร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและดำเนินฟ้องขับไล่ที่ศาลจังหวัดไชยาและกำลังอยู่ในระหว่างศาลนัดเจรจาไกล่เกลี่ยในวันที่ 23 เมษายน 2561 นี้ ซึ่งทางคู่กรณียังเดินหน้าตัดผลผลิต ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน อย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถเข้าพื้นที่เก็บผลผลิตในสวนแปลงดังกล่าว
ต่อมาวันที่ 7 มีนาคม 2561 ตนได้ว่าจ้างคนงานเข้าไปตัดผลทุเรียนที่ยังคงเหลืออยู่ แต่ก็ถูกคู่กรณีเข้ามาสั่งห้ามไม่นำออกจากสวนพร้อมยืนยันขัดขวางทุกกรณีโดยอ้างว่าเป็นผู้ครอบครองสวนไม่นางบุญพา ในที่สุดนางบูญพาล่าถอยออกไปและเดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเพื่อเป็นหลักฐานต่อเจ้าที่ สภ.ท่าชนะ และเวลาเดียวกันจ.ส.อ.จรุวัฒน์ ต่างมงคล ผบ.ชุด ลว.สังกัดร้อย ลว.ไกล 5 สิบเอก ธนวัฒน์ จันทระ นายสิบบำรุงความรู้กองพลทหารที่ 5 / เจ้าหน้าที่ กกล.รส.ทภ.4 สน.(พล.ร.5) สิบเอกพํฒพงศ์ ภู่ขาว ตำแหน่ง พงว.โทรเลขสังกัดร้อย.ลว.ไกล.5 โดยภายใต้สั่งการของ พ.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รอง ผบ.พล.ร.5/รอง ผบ.ควบคุม พล.ร.2 ได้ลงตรวจสอบพื้นที่พิพาทตามคำร้องเรียนของนางบุญพาที่ยื่นหนังสือถึงแม่ทัพภาค 4 เพื่อรวบรวมข้อมูลรายงานต่อผู้บังคับบัญชา ขณะเดียวกันร.ต.ท.ถาวโรจน์ จันทร์เพชรคง (หมวดโรจน์ ) อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดสถานีตำรวจภูธรท่าชนะ พร้อมนายปืนบุตรชายได้เดินทางเข้าที่พิพาทเมื่อมาถึงได้แสดงท่าทีไม่พอใจเจ้าหน้าที่ทหาร แต่ทางเจ้าหน้าที่ทหารได้ขอร้องใจเย็นๆแล้วนั่งลงคุยกันเพื่อขอมูลจาก อดีตนายตำรวจ โดยอดีตนายตำรวจอ้างว่าได้มีความสนิทสนิมในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ลงมาดูแลความปลอดภัยแก่นางบุญพาตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ซึ่งในปี 2553 ขณะนั้นนางบุญพากำลังเดือดร้อนถูกโจรไข่มูกเรียกค่าไถ่และถูกปล้น จนทำไห้ตนมีความสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก ต่อมาปี 2554 ตนได้เลื่อนตำแหน่งติดดาวเป็นร้อยตำรวจตรี ( นายร้อย 53 ) นางบุญพาได้ยกที่ดินแปลงนี้ให้กับตนเพื่อเป็นของขวัญในโอกาสติดดาว จนตนและครอบครัวเข้ามาทำกินมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับระบุว่าที่ดินเป็นของตนเองไม่ใช่ของนางบุญพา และการฟ้องขับไล่ตนต่อศาลนั้นนางบุญพายอมรับแล้วว่าที่ดินเป็นตนเองโดยตัวเองและลูกชายเป็นผู้ครอบครอง ดังนั้นจึงไม่ยินยอมออกจากพื้นที่ หากมีอะไรขอให้ต่อสู้กันชั้นศาล
พร้อมกันได้กล่าวผู้สื่อข่าวที่เดินทางเข้าไปทำข่าวเมื่อวันที่มีการบุกจับกุมคนงานชาวพม่าหลบหนีมาอาศัยอยู่ในสวนแปลงพิพาท ว่า กลุ่มผู้สื่อข่าวได้นำหม้อหุ่งข้าว เครื่องตัดหญ้าและพัดลมไป ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ตอบไปว่าหากเข้าใจอย่างนั้นขอให้ทางผู้กล่าวหาไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อจะได้พิสูจน์ความจริงกัน ด้านคดีการจับกุมตัวนาย จงตาหวา ไม่ทราบนามสกุล อายุ 32 ปี แรงงานชาวพม่า และการตรวจสอบไม่มีหลักฐานใดๆติดตัว แต่ได้ให้การว่า ถูกนายปืนลูกชายอดีตนายตำรวจที่อ้างตัวเป็นเจ้าของสวนนั้นนำมามาดูแลสวนในคดีพิพาทนั้น ขณะนี้ถูกนำตัวไปดำเนินคดี ในข้อหา หลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตและข้อหาลักทรัพย์ของผู้มีอาชีพทางการเกษตร และถูกนำตัวส่งให้เจ้าหน้าที่ ตม.ควบคุมตัว ซึ่งคดีล่าสุดทางพนักงานสอบสวนยังไม่ดำเนินการตั้งข้อหาใดๆกับผู้ที่ชักนำและให้ที่พักพิงแก่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ประการใด
เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 9 มีนาคม 2561 นางบุญพา มีเดช ผู้เสียหายพร้อมทนายความได้เข้ายื่นคำร้องขอให้ศาลจังหวัดไชยาไต่สวนฉุกเฉินหลังจากไม่สามารถเข้าพื้นที่ของตนเองเนื่องจากถูกคู่กรณียึดครอบครอง และล่าสุดในช่วงบ่ายวันเดียวกันศาลจังหวัดไชยาได้มีคำสั่ง ห้ามนายถาวโรจน์หรือ จ่าสิบตำรวจถาวโรจน์ จันทร์เพชรคง จำเลยและบริวารทำการตัดพืชผลทางการเกษตร ในที่ดินพิพาทในคดีนี้ จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นนับแต่วันได้รับหมายนี้ ด้านนางบุญพาได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆว่า ฟ้าเมตรา หลังทนทุกข์กว่าหลายปี ด้วยสีหน้าและแววตาเต็มได้ความหวังในชีวิตปั้นปลาย
ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
