- 10 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 10 ก.พ. 61 ว่าที่ร้อยตรีธีระพล โชคนำชัย นายอำเภอสหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายสมบูรณ์ ไชยศรี สสอ.สหัสขันธ์ ทีมควบคุมโรคเคลื่อนที่เร็ว(SSRT)เจ้าหน้าที่สาธารณสุขส่วนงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าสอบสวนโรคคางทูมที่พบมีการระบาดของโรคคางทูมในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ในต.นิคม อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีนักเรียนและครู ป่วยแล้วจำนวน 66 ราย เป็นคนในพื้นที่ 55 รายและนอกพื้นที่จำนวน 10 ราย และพบว่าสาเหตุของโรคมาจากการที่เด็กได้รับวัคซีนไม่ครบตามกำหนดโดยเฉพาะวัคซีน MMR ซึ่งเป็นวัคซีนป้องกันโรคคางทูม
ว่าที่ร้อยตรีธีระพล โชคนำชัย นายอำเภอสหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับโรคคางทูมที่พบว่าในพื้นที่อ.สหัสขันธ์ เบื้องต้นได้มีการรายงานไปยังจังหวัดเพื่อทราบข้อมูลเบื้องต้น ทั้งนี้พบว่ามีผู้ล้มป่วยแล้วจำนวน 66ราย เป็นครู 1 ราย โดยเป็นคนในพื้นที่ อ.สหัสขันธ์ 55 ราย และนอกพื้นที่อย่างอ.เมือง อ.สมเด็จ อ.หนองกุงศรี อีก 10 ราย ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ควบคุมโรคของทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อ.สหัสขันธ์ สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ และสำนักงานควบคุมโรคที่ 7 (สคร.) พบว่าสาเหตุของการเกิดโรคครั้งนี้มาจากการรับวัคซีนไม่ครบตามกำหนดของเด็กวัย 3-12 ปี โดยวัคซีนที่เด็กไม่ได้รับการฉีดคือ MMR ซึ่งเป็นวัคซีนป้องกันโรคนี้โดยเฉพาะ โดยผู้ป่วยส่วนมากจะไม่ได้รับวัคซีนนี้ ขณะเดียวกันยังมีผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีน MMR แต่ยังป่วยอยู่ทั้งนี้อาจจะมาจากผลพวงความสามารถป้องกันโรคในร้อยละ 95 อย่างไรก็ตามสถานการณ์ขณะนี้สามารถควบคุมโรคได้อย่างสมบูรณ์ในระยะ 1 สัปดาห์ไม่มีผู้ป่วยเพิ่ม และเด็กก็เริ่มหายจากการเจ็บป่วยแล้วส่วนใหญ่ อีกทั้งระหว่างการเกิดโรคได้มีการกักกันผู้ป่วยออกจากกลุ่มและให้สถานศึกษาปิดการเรียนการสอนชั่วคราว จนถึงตอนนี้ก็ปิดภาคเรียนไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนการเปิดสอนภาคฤดูร้อนของโรงเรียนทาง สสอ.จะเข้ามาควบคุมการจัดการของโรงเรียนอีกครั้งเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองและความปลอดภัยด้านสุขภาวะที่ดีของนักเรียนต่อไป
“นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ทางพื้นที่โดยสาธารณสุขอำเภอรีเอ็กซเรย์เด็กอายุระหว่าง 3-12 ปี ว่าได้รับวัคซีนครบหรือไม่และให้ดำเนินการฉีกวัคซีนให้กับเด็กที่ยังไม่รับการฉีดให้ทั่วถึง และสังเกตโรคระบาดและควบคุมพื้นที่อย่างเข้มข้นไปอีก 50 วัน โดยทางฝ่ายปกครองจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกสำหรับการเข้าพื้นที่ของทางสาธารณสุข รวมถึงการประชาสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจของโรคคางทูมที่เป็นโรคระบาดไม่ร้ายแรง และการเฝ้าระวังป้องกันการติดต่อโดยเฉพาะการแนะนำให้แยกภาชนะใช้ร่วมกันกับผู้ป่วย การสัมผัสน้ำลายผู้ป่วย และการดูแลผู้ป่วยในระยะแพร่เชื้อ เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด” นายอำเภอสหัสขันธ์ กล่าว
นายอำเภอสหัสขันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ในตอนนี้ถือว่าไม่มีอะไรน่าห่วง และการระบาดของโรคคางทูม ไม่ได้อุบัติขึ้นมาใหม่แต่มีผู้ล้มป่วยเรื่อยแต่ไม่รักษาตัวในโรงพยาบาลส่วนมากจะไปรักษาโรคที่คลินิก ซึ่งทำให้การสอบสวนโรคยากลำบาก อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อสม. สาธารณสุขอำเภอ และทาง รพ.สต. ในพื้นที่ทั้ง 8 ตำบล จะเข้าประจำครัวเรือนที่มีผู้ป่วย รวมถึงการควบคุมโรคพื้นที่ใกล้เคียงที่มีผู้ป่วย ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดีและมีความเข้าใจโรคไม่ตื่นตระหนก ส่วนที่สถานศึกษาที่พบการแพร่ระบาดได้ประสานให้ทางสาธารณสุข และสคร.ที่ 7 เข้าตรวจสอบเป็นระยะเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงปิดภาคเรียนก็ต้องติดตามเฝ้าระวังต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 50 วัน ตามกำหนดของการควบคุมโรค ขณะเดียวกันทาง สสอ.สหัสขันธ์ จะเชิญอาจารย์ประจำโรงเรียน ครูผู้ดูแลศูนย์เด็กเล็ก มาอบรมสร้างความเข้าใจการควบคุมโรคระบาดในเด็กทุกโรค โดยทางอำเภอสหัสขันธ์ จะประสานทุกฝ่ายเข้ามาบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างความสุขให้เกิดกับประชาชนสนองนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความยากจนการเป็นกาฬสินธุ์แฮปปี้เนสโมเดล
ภาพ/ข่าว ชมพิศ ปิ่นเมือง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
