- 10 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ที่เรือนจำกลางสุรินทร์ พ.ต.อ. ดร.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายชัชว์ พุฒิพิมพ์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสุรินทร์ นายสมชาย วรรณฟัก ที่ปรึกษาโครงการคืนคนดีสู่สังคม บริษัทเนสท์เล่ ประเทศไทย ร่วมกันมอบรถเข็นขายเครื่องดื่มชงให้แก่ผู้พ้นโทษที่ขอรับการสงเคราะห์ทุนประกอบอาชีพ ตามโครงการ “คืนคนดีสู่สังคม” ที่ทางบริษัทเนสท์เล่ ประเทศไทย สนับสนุนทุนให้แก่เรือนจำกลางสุรินทร์ เพื่อพิจารณามอบให้แก่ผู้ต้องขังที่กำลังจะพ้นโทษ และได้ร้องขอการสนับสนุนในการตั้งใจที่จะนำไปประกอบอาชีพเมื่อพ้นโทษไปแล้ว ชีวิตของคนที่เคยทำผิดพลาด คงไม่ง่ายที่จะกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติเหตุหนึ่งก็เพราะมักจะถูกปิดกั้นโอกาสในการประกอบอาชีพ หรือการจะต้องกลับไปอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ ที่มีปัจจัยเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ โดยในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนรถเข็นขายกาแฟพร้อมอุปกรณ์ มูลค่ากว่า 15,000 บาท พร้อมที่จะนำไปประกอบอาชีพสร้างรายได้หลังจากพ้นโทษได้ในทันที และยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านการชงกาแฟและเครื่องชงจากบริษัทเนสท์เล่ ลงมาสอนการชงเครื่องดื่มด้วยหลักสูตรเรียนชงกาแฟ บาริสต้า แบบตัวต่อตัว ซึ่งหลักสูตรเต็มนี้มีมูลค่าร่วม 90,000 บาท แต่ทางบริษัทซึ่งก็สนับสนุนรถเข็นขายเครื่องดื่มชงพร้อมอุปกรณ์ครบถ้วน และคอร์ทชงกาแฟ บาริสต้า รวมมูลค่าเกือบแสนบาท ที่จะส่งเสริมให้ผู้พ้นโทษมีอาชีพที่สุจริต สร้างรายได้ดี บางรายยังสามารถเป็นอาชีพหลักเลี้ยงดูครอบครัวได้เลย เนื่องจากมีรายได้หลักหมื่น ถึงหลายหมื่นต่อเดือนเลยทีเดียว
พ.ต.อ. ดร.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นแนวคิดในการคืนคนดีสู่สังคมของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งวันนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารของบริษัทเนสท์เล่ ได้นำรถเข็นที่ใช้ประกอบอาชีพในการชงกาแฟโดยมามอบให้โดยไม่คิดมูลค่า รถราคาเบื้องต้นประมาณ 30,000 บาท และมอบให้กับผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดี และอยากกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีของสังคมอีกครั้ง แต่ตามที่ทราบกันว่าสังคมโดยรวมไม่ค่อยเปิดโอกาสเท่าใดในด้านการจ้างงาน เพราะฉะนั้นอาชีพอิสระจึงเป็นอีกหนึ่งในทางออกของผู้พ้นโทษ ซึ่งหากสังคมไทยไม่ช่วยกันยอมรับ ก็มีความเสี่ยงสูงที่คนกลุ่มนี้จะหวนกลับไปประกอบอาชญากรรมใหม่ นายชัชว์ พุฒิพิมพ์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสุรินทร์ กล่าวว่า เหตุผลที่คัดเลือกผู้ต้องหารายนี้ให้ได้รับ โอกาสหลังจากพ้นโทษ เนื่องจากมีความสนใจในอาชีพนี้ เพราะว่าที่พักอาศัยอยู่ในเมืองไม่มีพื้นที่ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ถึงแม้จะได้เรียนรู้จากเรือนจำในการเพาะปลูกพืชในเมืองพื้นที่จำกัด ขณะเดียวกันก็มองเห็นว่า คนไทยมีรสนิยมในการกินกาแฟ อาชีพนี้ก็น่าจะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว คณะกรรมการของเรือนจำกลางสุรินทร์ได้ร่วมกันคัดเลือกจึงได้ผู้ที่สนใจ และมีคุณสมบัติได้รับทุนสนับสนุน และจากการสำรวจก็ยังมีผู้ที่สนใจอยู่อีกเกือบ 20 คน ซึ่งทางเรือนจำกลางก็จะสรรหาและยังมีอาชีพอื่นรองรับ สำหรับ ผู้ที่จะพ้นโทษให้โอกาสทำงานสุจริตและเป็นคนดีในสังคม ในอนาคตอาจจะเป็นความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ อย่างการสร้างนักผลิตข้าวหอมมะลิมืออาชีพ รวมทั้งอนาคตที่อยากจะให้ผู้ต้องขังได้มีความสามารถในการประกอบอาชีพได้หลากหลายอาชีพ อย่างสารพัดช่างที่จะรองรับความต้องการในสังคม เพื่อจัดเตรียมผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพสุจริต ออกไปรับใช้และบริการสังคมในราคาที่ไม่แพงเกินไปนี่คือเป้าหมายของเรือนจำกลางสุรินทร์ในอนาคต
นายสมชาย วรรณฟัก ที่ปรึกษาโครงการคืนคนดีสู่สังคม บริษัทเนสท์เล่ ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทอยากตอบแทนสังคม โดยการยึดแนวพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง ที่สอนให้ทำมาหากินแบบพึ่งตนเองอย่างสุจริต จึงเกิดโครงการนี้ขึ้นมา แค่ 1 ใน 100 คน ทางบริษัทก็ชื่นใจแล้วที่ให้เขาเปลี่ยนจากคดียาเสพติดมาเป็นคนดีของสังคม
รมิตา สิงหเสรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดสุรินทร์
