เปิดความจริง!! สำนักข่าวทีนิวส์ลุยทำความจริงให้ปรากฏ หวั่นชาวบ้าน “ในลุ่ม” รับเคราะห์ติดคุก จนท.ที่ดินแจงละเอียดยิบยันออกโฉนดถูกต้อง(คลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีกรณีที่ชาวบ้านบ้านในลุ่ม หมู่ 3 ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช  ร้องเรียนขอความช่วยเหลืออ้างถูกนายทุนออกเอกสารที่ดินทับที่อยู่นับ 100 ครัวเรือน รวมชาวบ้านกว่า 380 คน  ซึ่งชาวบ้านกล่าวว่าที่ดินที่ชาวบ้านอาศัยอยู่เดิมเป็นเกาะกลางเล็ก ๆ ของปากน้ำสิชล ซึ่งอาศัยมากว่า 40 ปี แล้ว ซึ่งตอนหลังทางเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าได้ดูดทรายในลำคลองที่ตื้นเขินแล้วนำมาถมที่บริเวณที่ชาวบ้านอยู่ทำให้มีพื้นที่เกาะขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยจนกระทั่งมีพื้นที่มาเชื่อมต่อกับที่ดินของนายทุนที่อยู่ริมลำคลองทำให้เกิดปัญหาเรื่องเขตแดนและความไม่ชัดเจน จนกระทั่งสำนักงานที่ดินนครศรีธรรมราช สาขาสิชล ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงได้มารังวัดพื้นที่ใหม่แล้วก็ไม่พบว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์บุกรุกที่ของรัฐตามที่ชาวบ้านกล่าวอ้าง พร้อมยืนยันว่าเอกสารสิทธิ์ของนายทุนได้มาถูกต้องตามกฎหมาย    ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจรวมตัวกันเดินทางไปสำนักนายกรัฐมนตรีขอวอนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ให้ช่วยเหลือ  ต่อมาพลตรีพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายแผนที่กองทัพภาคที่ 4  และ มทบ.41,  มทบ.44  และค่ายฝึกการรบพิเศษ สิชลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ และสรุปเบื้องต้นว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ดินสาธารณะประโยชน์ที่ประชาชนใบช้ร่วมกัน(ป่าชายเลน) บางส่วนจริง พร้อมเสนอต่อคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) เพื่อพิจารณาว่าจะมีการรื้อถอนเอกสารสิทธิ์ที่บุกรุกหรือไม่ในวันที่ 20 ก.พ.2561ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการมีมติให้มีการแปรภาพถ่ายทางอากาศ ให้ชัดเจนก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาลงมติว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป  ในขณะที่เจ้าของที่ดินได้ประกาศให้ชาวบ้านที่อยู่อาศัยในพื้นที่เร่งไปตรวจสอบเอกสารข้อเท็จจริงและทำสัญญาเช่าให้ถูกต้องภายในวันที่ 12 มี.ค. 2561 หลังจากนั้นจะฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามที่เสนอข่าวมาตามลำดับแล้วนั้น

เปิดความจริง!! สำนักข่าวทีนิวส์ลุยทำความจริงให้ปรากฏ หวั่นชาวบ้าน “ในลุ่ม” รับเคราะห์ติดคุก จนท.ที่ดินแจงละเอียดยิบยันออกโฉนดถูกต้อง(คลิป)

เปิดความจริง!! สำนักข่าวทีนิวส์ลุยทำความจริงให้ปรากฏ หวั่นชาวบ้าน “ในลุ่ม” รับเคราะห์ติดคุก จนท.ที่ดินแจงละเอียดยิบยันออกโฉนดถูกต้อง(คลิป)

เปิดความจริง!! สำนักข่าวทีนิวส์ลุยทำความจริงให้ปรากฏ หวั่นชาวบ้าน “ในลุ่ม” รับเคราะห์ติดคุก จนท.ที่ดินแจงละเอียดยิบยันออกโฉนดถูกต้อง(คลิป)

(11 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเรื่องดดังกล่าว นายเศกสรรค์ กังสะวิบูลย์  ซึ่งได้มอบอำนาจจากนายทศวร ทิพยมงคล  เจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าว ยังคงนำรถโฆษณาเชิญชวนประชาชนที่ปลูกบ้านอาศัยอยู่ในที่ดินแปดังกล่าว ให้เดินทางไปตรวจสอบเอกสารหลักฐานการได้มาของที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งเป็นเอกสารหลักฐานของทางราชการตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 มาจนตกทอดเป็นมรดกมาถึงรุ่นปัจจุบันโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือครองโดยการขายให้กับคนอื่นเลย  และหากแน่ใจว่าที่ดินเป็นของเจ้าของโฉนดอย่างถูกต้องก็ให้ผู้อย่อาศัยแต่ละรายทำสัญญาเช่าอยู่อาศัยให้ถูกต้องตามกฎหมายภายในวันที่ 12 มี.ค. 2561 นี้ หลังจากนั้นหากผู้ใดฝ่ายฝืนไม่ยอมมาทำสัญญาเช่าทางเจ้าของที่ดินก็จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายโดยมีชาวบ้านผู้อยู่อาศัยทยอยเดินทางไปตรวจสอบและตัดสินใจทำสัญญาเช่าอย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้กว่า 70 รายจากทั้งหมดกว่า 100 ราย

                นายเศกสรรค์ กังสะวิบูลย์  กล่าวว่าความจริงชาวบ้านที่เข้ามาอยู่อาศัยในช่วงแรก ๆ เมื่อ 40 ปีก่อนรู้ดีอยู่แก่ใจว่าที่ดินแปลงนี้มีเอกสารสิทธิ์ มีเจ้าของ เพราะต่างก็ทำสัญญาเช่ามาอย่างถูกต้อง แต่เมื่อเวลาล่วงเลยมาชาวบ้านเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันมีอยู่เข้ามาอยู่อาศัยกว่า 100 ครอบครัวรวมกว่า 385 คน ในจำนวนนี้มีเพียงไม่กี่ครอบครัวรวมสมาชิกกว่า 70 คนไม่ยอมจ่ายค่าเช่า จนมีการฟ้องร้องดำเนินคดีทางแพ่ง เมื่อปี 2532 ศาลไดพิจารณาไต่สวนในทุกแง่มุมอย่างละเอียด ก่อนมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2532 ว่า “ให้ชาวบ้านที่ตกเป็นจำเลยในคดี รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง บ้านไม่มีเลขที่ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 300 บาท และให้ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 100 บาทนับตั้งแต่วันห้องเป็นต้นไป จนกว่าชำเลยจะรื้อถอนและขนย้ายทรัพย์สิน บริวารออกไปจากที่ดินโจทก์ กับให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน 3,000 บาท”

                “หลังจากนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ยอมทำสัญญาเช่า แต่อีกบางสวนก็ยังดื้อแพ่งไม่ยอมออกจากที่ดินและไม่ยอมออกจากพื้นที่ จนมีการห้องร้องทางอาญาเมือปี 2533  ทางชาวบ้านโดยนายอนันต์ บุญโชติ กับพวกได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช  จนมีการแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยให้นายอำเภอสิชลนำเรื่องเข้าประชุมในสภาตำบลสิชล ตามหนังสือที่  0916/2925/เพื่อพิจารณาว่าที่ดินแปลงที่นายอนันต์ พร้อมพวกอาศัยอยู่เป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน หรือไม่  ทางสภาตำบลสิชล ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายวิชิต เสียงเพราะ ประธานสภา ฯ นายประภาส ชลสิทธิ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1  ต.สิชล นายดุสิต พูลสวัสดิ์ กันตำบลสิชล  พร้อมผู้ใหญ่บ้านคนอื่น ๆ ทั้ง 16 หมู่บ้าน ผู้ทรงคุณวุฒิ เจ้าหน้าที่พัฒนากร แพทย์ประจำตำบล และนายกุศล เสียงเพราะ เลขานุการสภาตำบลสิชล รวมผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 18 คน ได้พิจารณาและมีมติว่า ที่ดินแปลงนั้นไม่ได้เป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์   และต่อมาศาลก็พิพากษาตัดสินให้เจ้าของที่ดินชนะคดี”

เปิดความจริง!! สำนักข่าวทีนิวส์ลุยทำความจริงให้ปรากฏ หวั่นชาวบ้าน “ในลุ่ม” รับเคราะห์ติดคุก จนท.ที่ดินแจงละเอียดยิบยันออกโฉนดถูกต้อง(คลิป)

เปิดความจริง!! สำนักข่าวทีนิวส์ลุยทำความจริงให้ปรากฏ หวั่นชาวบ้าน “ในลุ่ม” รับเคราะห์ติดคุก จนท.ที่ดินแจงละเอียดยิบยันออกโฉนดถูกต้อง(คลิป)

 

เปิดความจริง!! สำนักข่าวทีนิวส์ลุยทำความจริงให้ปรากฏ หวั่นชาวบ้าน “ในลุ่ม” รับเคราะห์ติดคุก จนท.ที่ดินแจงละเอียดยิบยันออกโฉนดถูกต้อง(คลิป)

นายเสกสรรค์  กล่าวอีกว่า ล่าสุดมีการฟ้องร้องผู้บุกรุกอีก 2 ราย ศาลพิพากษาตัดสิน ในการฟ้องผู้บุกรุกจำนวน 2  ราย ซึ่งศาลเพิ่งพิพากษาตัดสินไปเมื่อ 26 ธ.ค. 2560 นี้ว่าทั้ง 2 รายบุกรุกที่ดินของเจ้าของโฉนดที่ดินจริง จึงพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 1 ปี จำคุกจำเลยที่ 2  เป็นเวลา 8 เดือน และให้จ่ายค่าเสียหายรายละ 130,000 บาท หากยังไม่ยอมออกจากพื้นที่ให้จ่ายค่าปรับเพิ่มเดือนละ 1,500 บาท ตนและเจ้าของที่ดินไม่อยากให้ชาวบ้านทุกคนได้รับความเดือดร้อนและอยากให้รุ่นปู่ย่า ตายาย หรือ รุ่นพ่อแม่เล่าความจริงให้รุ่นลูก ๆ ฟังให้ชัดเจนว่าแต่เดิมเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่อย่างไร เชื่อว่าหากรุ่นลูก ๆ ทราบเรื่องราวข้อเท็จจริงทั้งหมดจะเข้าใจ และยุติการเคลื่อนไหวพร้อมเข้มาทำสัญญาเช่าให้ถูกต้องภายในวันที่ 12 มี.ค. นี้ ซึ่งโดยเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันเท่านั้น อย่าหลงเชื่อคำยุแหย่ของแกนนำบางคนเพราะในที่สุดหากถูกฟ้องร้องและศาลตัดสินเหมือนที่พิพากษาตัดสินมาแล้ว 2-3 ครั้งมาแล้วชาวบ้านจะเป็นผู้รับเคราะห์กรรมทั้งหมด ส่วนแกนนำเหล่านั้นจะไม่มีส่วนนับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพื่อความกระจ่างในเรื่องนี้ทีมข่าวเฉพาะกิจสำนักข่าวทีจึงเดินทางเข้าพบนายวิระ พุทธกูล หัวหน้าสำนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราชสาขาอำเภอสิชล เพื่อสัมภาษณ์เรื่องราวความเป๋นมาของที่ดินแปลงดังกล่าวอย่าละเอียด โดยนายวิระ พุทธกูล ได้ให้สัมภาษณ์และอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ ถึงการได้มาของที่ดินแปลงดังกล่าวในทุกแง่ทุกมุมอย่างละเอียดพร้อมนำเอกสารหลักฐานของทางราชการมาประกอบ ใช้เวลากว่า 1 ชม. และยืนยันว่าการได้มาของที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง และได้มีการพิสูจน์กันในชั้นศาลมาแล้วอย่างน้อย 2-3 ครั้ง และหากมีการยื่นฟ้องคดีกันทางศาล รวมทั่งเจ้าของที่ดินอาจจะห้องกรมที่ดินเป็นจำเลย  ตนก็พร้อมนำเอกสาร พยานหลักฐานทั้งหมดเข้าให้การในชั้นศาลตามข้อเท็จจริง และย้ำว่ารู้สึกสงสารชาวบ้านที่ในที่สุดอาจจะต้องรับเคราะห์กรรม ในที่สุด โดยรายละเอียดข้อมูลการสัมภาษณ์ทั้งภาพ/คลิปต่าง ๆ ทางสำนักข่าวทีนิวส์ได้ทยอยนำมาเสนออย่างละเอียดตามลำดับตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.2561 เป็นต้นไป ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของชาวบ้านอย่างแท้จริง.

เปิดความจริง!! สำนักข่าวทีนิวส์ลุยทำความจริงให้ปรากฏ หวั่นชาวบ้าน “ในลุ่ม” รับเคราะห์ติดคุก จนท.ที่ดินแจงละเอียดยิบยันออกโฉนดถูกต้อง(คลิป)

เปิดความจริง!! สำนักข่าวทีนิวส์ลุยทำความจริงให้ปรากฏ หวั่นชาวบ้าน “ในลุ่ม” รับเคราะห์ติดคุก จนท.ที่ดินแจงละเอียดยิบยันออกโฉนดถูกต้อง(คลิป)

เปิดความจริง!! สำนักข่าวทีนิวส์ลุยทำความจริงให้ปรากฏ หวั่นชาวบ้าน “ในลุ่ม” รับเคราะห์ติดคุก จนท.ที่ดินแจงละเอียดยิบยันออกโฉนดถูกต้อง(คลิป)

เปิดความจริง!! สำนักข่าวทีนิวส์ลุยทำความจริงให้ปรากฏ หวั่นชาวบ้าน “ในลุ่ม” รับเคราะห์ติดคุก จนท.ที่ดินแจงละเอียดยิบยันออกโฉนดถูกต้อง(คลิป)

เปิดความจริง!! สำนักข่าวทีนิวส์ลุยทำความจริงให้ปรากฏ หวั่นชาวบ้าน “ในลุ่ม” รับเคราะห์ติดคุก จนท.ที่ดินแจงละเอียดยิบยันออกโฉนดถูกต้อง(คลิป)

เปิดความจริง!! สำนักข่าวทีนิวส์ลุยทำความจริงให้ปรากฏ หวั่นชาวบ้าน “ในลุ่ม” รับเคราะห์ติดคุก จนท.ที่ดินแจงละเอียดยิบยันออกโฉนดถูกต้อง(คลิป)

หมายเหตุ....พรุ่งนี้ติดตามคลิปในตอนต่อไป....

ข่าว/ภาพ/คลิป/ ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช และทีมข่าวเฉพาะกิจสำนักข่าวทีนิวส์

ติดตามรายละเอียดในเรื่องนี้ซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์จะทยอยนำเสนอในระหว่างวันที่ 10-16 มี.ค.2561 นี้...ติดตามได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น.!?