- 11 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 11 มี.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่บ้านสินธร ตำบลบางพูน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี มีชาวบ้านนำป้ายไวนิลมาติดบริเวณทางเข้าหน้าหมู่บ้าน ระบุว่า ขอคัดค้าน สมาชิกในหมู่บ้านสินธรทุกคน ขอคัดค้านการโอนถนนทางเข้าหมู่บ้านให้เป็นทางสาธารณะประโยชน์ โดยมีชาวบ้านได้รับผลกระทบกว่า 2,000 หลัง โดยวันนี้ที่ลานอเนกประสงค์ ข้างสโมสรหมู่บ้านสินธร ทางคณะกรรมการบุคคลหมู่บ้านสินธรได้เชิญสมาชิกสินธรฟังคำชี้แจงและแสดงความคิดเห็น เพื่อร่วมปกป้องถนนทางเข้าหมู่บ้านกรณี พิพาทที่จะให้กลายเป็นถนนสาธารณประโยชน์
ด้านนางพะยอม สมประสงค์ ประธานนิติบุคคลหมู่บ้านสินธร กล่าวว่า ในวันนี้ได้เชิญชาวบ้านสินธรมาปรึกษาหารือ กรณีที่เราถูกฟ้องให้ถนนทางเข้าหน้าหมู่บ้านสินธร ให้เป็นสาธารณประโยชน์ โดยบุคคลที่ไม่ได้มีที่ดินอยู่ในหมู่บ้าน ที่ดินที่ขอให้เป็นทางสาธารณเป็นแปลงที่อยู่นอกจัดสรร การที่ทางคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านสินธร จะทำสิ่งใดต้องผ่านมติที่ประชุมใหญ่เท่านั้น ที่ผ่านมาได้มีการประชุมและมีลูกบ้านเข้าร่วม โดยมีการโหวตเสียงของลูกบ้านออกมา 95 ต่อ 5 เสียงโดย 95 ไม่ให้เป็นภาวะจำยอม ส่วน 5 ที่ให้ผ่านได้ เราจึงได้นำผลการตัดสินใจของลุกบ้านไปแจ้งกับฝ่ายโจทย์ว่าลุกบ้านได้ตัดสินใจแบบนี้ ต่อมาจึงมีการฟ้องร้องเพื่อให้เป็นคดีความกันเรื่อยมา โดยศาลชั้นต้นตัดสินให้ฝ่ายชาวบ้านชนะ ต่อมาศาลอุทธรณ์ ได้ตัดสินตรงข้าม ซึ่งทางเราและลูกบ้านเองมีความวิตกกังวลสูง หลายท่านเข้ามาสอบถามคณะกรรมการหมู่บ้าน ว่าเกิดอะไรขึ้น หากถนนทางเข้าหมู่บ้านเป็นทางสาธารณะแล้วจะเป็นอย่างไร ป้อมยามจะอยู่หรือไม่ ปกติรถยนต์ที่เกิด 6 ล้อ ห้ามเข้าหมู่บ้าน หากมีรถโม่ปูนเข้ามาจะเก็บ 1,000 บาท
ที่ผ่านมาปัญหาทั้งหมด การดูแลเรื่องความสงบเรียบร้อย การซ่อมแซมถนนหนทาง การเก็บขยะ การจ้างรปภ. ผ่านคณะกรรมการจัดการโดยได้เงินจากสมาชิกหมู่บ้าน 100 เปอร์เซ็นต์ ร่วมถึงมีบางท่านบริจาคเงินมาช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น การบูรณะหลังปัญหาน้ำท่วมปี2554 เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ลูกบ้านจึงมีความวิตกกังวลจึงได้สอบถาม ทางเราคณะกรรมกายจึงได้เรียกลูกบ้านมาพูดคุยปรึกษาหารือกันในวันนี้ หากลูกบ้านมีความเห็นอย่างไรก็เสนอแนะได้ โดยเน้นเรื่องของคดีแปลงที่พิพาทถนนที่จะให้เป็นทางสาธารณะเท่านั้น
ส่วนนายพงษ์ธร จรัญญากรณ์ อายุ 67 ปี ข้าราชกรบำนาญ ชาวบ้านสินธร กล่าวว่า ถนนที่ดินแห่งนี้มีข้อพิพาทกันมา หากเมื่อกลายเป็นทางสาธารณประโยชน์ไปแล้ว จะทำให้การควบคุมการเข้าออกของรถยนต์และบุคคลไม่ได้ ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อบุคคลและหมู่บ้าน มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวน 1,700 หลังคาเรือน มีจำนวนประชาชนจำนวน 5,000 คน เมื่อทางเข้าหมู่บ้านเรากลายเป็นทางสาธารณประโยชน์ก็เท่ากับบ้านเราไม่มีประตูป้องกัน ใครจะเข้าจะออกก็ได้ ดังนั้นความปลอดภัยและทรัพย์สินของประชาชนในหมู่บ้านนั้นเป็นเรื่องสำคัญ
ทางด้าน นางยุพา เจริญราชนพรัตน์ อายุ 53 ปี แม่ค้าขายหมู ชาวบ้านสินธร กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาจัดการถนนเส้นนี้ให้ดีขึ้น จะเป็นทางสาธารณะหรือถนนของหมูบ้านก็ได้ เมื่อไม่จัดการทั้งฝ่ายเทศบาลและนิติบุคคลของหมู่บ้าน จนตนเองซึ่งเป็นแม่ค้าขายเนื้อหมู เคยประชดด้วยการย้ายร้านมาขายบนถนน เพื่อจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นและรีบมาจัดการ ปัญหานี้เริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่ได้ดำเนินการใด ตนเองในฐานะเป็นคนหาเช้ากินค่ำอยากจะเห็นหมู่บ้านของเรามีการพัฒนาไปในทางที่ดี.
สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปทุมธานี
