- 11 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้เดือดร้อน จาก จ.ยะลากล่าวว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีกลุ่มบุคคลในนาม มูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร ขายที่ดินเพื่อเปิดโครงการพัฒนา บริเวณบ้านตาแซะ อ.เมือง จ.ยะลา ประมาณ 1850 ไร่ ที่ดินแปลงนี้ เป็นชื่อบุคคลคนเดียว ขายให้ชาวบ้านห้องละ 5 หมื่นบาท ประกาศว่า หากผู้ซื้อคนไหนที่ซื้อแล้วมีความต้องการเป็นเงินจะได้กำไรกลับเท่าตัวกับราคาที่ซื้อ ทุกคนก็ซื้อโดยจ่ายเป็นเงินสด ประมาณ 1500 คน ได้เงินมาทั้งหมด 350 ล้านบาท ในจำนวนนี้ทางมูลนิธินำไปจ่ายค่าที่ดินที่ซื้อมา 286 ล้านบาท ทุกครั้งที่ไปขอเงินคืนจะถูกนิ่งเฉยไม่มีคำตอบใดๆ ต่อมาเมื่อปี 2558 เขาให้ผู้ซื้อทุกคนไปเปิดบัญชี ธนาคาร อิสลาม เพื่อจะโอนเงินทั้งหมดให้ ชาวบ้านก็ไปเปิดบัญชีทุกคนเพราะหวังจะได้เงินคืน จากนั้น มีเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิ มาเรียกเก็บสัญญาซื้อขายจากชาวบ้านด้วย ทำให้บางคนรู้คิดไม่ทันก็ให้ตัวจริงไป บางคนที่รู้ทันก็ให้ที่เป็นถ่ายเอกสาร จึงทำให้ชาวบ้านบางคน ที่ซื้อไม่มีเอกสารก็มี ตอนนี้ตัวแทนที่ดำเนินการเรียกร้องเรื่องนี้ก็ไม่ปลอดภัย เพราะมีเรื่องของอิทธิพลด้วย
ตอนนี้เวลาผ่านไป 10 ปี เงินก็ไม่ได้ ที่ดินก็ไม่ได้ เงินที่จ่ายไปเมื่อขอคืนกลับก็เงียบทั้งที่ได้ไปร้องเรียนกับ ศูนย์ปฏิบัติการ คดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ และศูนย์ดำรงธรรม ศอ.บต. และทาง ศอ.บต.ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เรื่องนี้แล้วก็ยังไม่มีข้อสรุป ตอนนี้จึงอยากออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ผู้เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีดังกล่าวโดยเร็ว ในส่วนของมูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร มีคำสั่งประกาศแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อประสานโครงการพัฒนาพื้นที่ตาแซะ อำเภอเมืองจังหวัดยะลา ซึ่งมูลนิธิเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการพัฒนาสังคมคุณภาพชีวิตและสาธารณกุศลของนักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไปให้ได้ ให้ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมจริยธรรมตามหลักศาสนาอิสลาม โครงการพัฒนาพื้นที่ตาแซะ เป็นหนึ่งในกิจกรรมของมูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร ที่ต้องการพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านมุสลิมต้นแบบซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา แต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายที่วางไว้รวมทั้งความเข้าใจของพี่น้องมุสลิมบางท่านและองค์กรของรัชการบางองค์กรยังมีความสับสนในเรื่องของข้อมูล การดำเนินงานในการพัฒนาพื้นที่ตาแซะ
นายอาดัม ดาเระมูซอ ประธานมูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร จึงแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อประสานงานโครงการพัฒนาพื้นที่ตาแซะ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2560 โดยมีนายอุดร น้อยทับทิม อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พลโทมนตรี อุมารีอดีตที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 4 พันเอกชัชภณ สว่างโชติ รองผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาคที่ 4 ส่วนหน้า นายอดิมาน มะแอ ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา นายมะตูกี สาและ นาย สะตอปา มาลี นายอับดุลลาเต๊ะ สาและ นายอาตออุลเล๊าะ ดาเร๊ะมูซอ นายรอยะ สะหะ ให้คณะทำงานเพื่อประสานงานโครงการพัฒนาพื้นที่ตาแซะ อ.เมือง จ.ยะลา ชุดนี้ มีอำนาจ 1.ในการประสานงานและชีแจงข้อมูล การดำเนินโครงการตาแซะต่อสาธารณะองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชนรวมทั้งสื่อมวลชนเพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง 2. ประกาศฉบับนี้ โดยให้ นายอาดัม ดาเระมูซอผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโครงการพัฒนาตาแซะ ได้รับมอบหมายมาจากที่ประชุม นิซัมมูดิน ได้มอบอำนาจให้คณะทำงาน ชุดนี้ดำเนินการตามขข้อ 1 โดยให้ถือว่านายอาดัม ดาเระมูซอ เป็นผู้กระทำด้วยตนเอง 3. ให้คณะทำงานยึดถือการให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นความจริงโดยคำนึ่งถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคม โดยมีการประชุมก่อนที่จะประสานงานกับบุคคลทั่วไปหรือองค์กรอื่นๆตามข้อที่ 1 ทุกครั้ง
นายกิตติ สุระคำแหง รองเลขา ศอ.บต. กล่าวว่า เรื่องนี้ นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศอ.บต.ออก คำสั่ง เมื่อ วันที่ 30 ตุลาคม 2560 ที่ 114 2/2560 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการซื้อขายที่ดินของมูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร มัรกัส จังหวัดยะลา ในคำสั่งบอกว่า เนื่องจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับประสานจากศูนย์ปฏิบัติการ คดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้ ศอ.บต. บูรณาการให้ความร่วมมือกรณีได้รับ ความเดือดร้อน ขอจาก ชาวบ้าน อ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อขายที่ดินจัดสรรของมูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร มัรกัส จังหวัดยะลา และประสงค์ขอรับเงินค่าซื้อที่ดินคืน
เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ปรากฏได้ชัดเจนยิ่งขึ้นและบูรณาการข้อมูลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถ คลี่คลายปัญหาความเดือดร้อนจากการดำเนินการซื้อขาย บนที่ดินดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยให้ได้ ความพึงพอใจและประโยชน์ร่วมกัน จึงควรแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินตาเซะ ประกอบด้วย นายกิตติ สุระคำแหง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต.ปัจจุบันเป็น รองเลขา ศอ.บต. เป็นประธาน และมีกรรมการ ว่าที่ร้อยเอกสมศักดิ์ ไชยมณี ผอ. ศดต.จชต. ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาหรือผู้แทน ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือผู้แทน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดยะลาหรือผู้แทนโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดยะลาหรือผู้แทน ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลาหรือผู้แทน เลขานุการกรรมการอิสลามจังหวัดยะลา ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยะลาหรือผู้แทน กำนันตำบลตาเซะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาเซะ นายอับดุลเราะห์มาน อิบราฮิม นายอาดัม ดาเระมูซอ ประธานมูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร นายนุชอาหมัด หะยีอาแว นายโดรอหะ หะยีมามุ นายไพศาล คณะทอง ที่ปรึกษากฎหมาย ศดต.จชต. นายไชยะ เจ๊ะแหล้ นิติกรชำนาญการพิเศษ นายฮารีฟ มาหิเละ นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการพิเศษ นางสาวสุกีลักษณ์ หมาดสะ นิติกรชำนาญการ
คำสั่งดังกล่าวให้อำนาจหน้าที่ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานให้ปรากฏในส่วนที่ได้รับความเดือดร้อน หรือความเสียหายอันเนื่องจากการซื้อขายที่ดินตำบลตาเซะอำเภอเมืองจังหวัดยะลาเพื่อการจัดกิจกรรม อาเซียนเมื่อปี 2552 เจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเพื่อพ่อเพื่อหาข้อยุติเบื้องต้นให้เกิดความเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย หากคู่กรณีก็ไม่สามารถ ตกลงกันได้ให้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลเสนอเลขาธิการ ศอ.บต. พิจารณา ประสานงานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง เพื่อหา เพื่อหาทางออกอย่างสันติวิธี และไม่ขัดกับหลักศาสนา ดำเนินการอื่นๆหรือตามที่เลขาธิการ มอบหมายรายงานผลให้เลขาธิการทราบ
ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการได้ประชุมหลายครั้งแล้วและเรียกทุกฝ่ายมาคุย ปัญหาคือ การดำเนินการของอุสตะมามุ หรือ นายอาดัม ดาเระมูซอ ประธานมูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร เอาเงินชาวบ้านไปจริง 1500 คน ลงทุนซื้อที่ดินจริง 1850 ไร่ ชาวบ้านในที่นี้ มีอยู่ 3 กลุ่ม กลุ่มแรกต้องการบริจาคเพื่อการกุศาลจริง กลุ่ม 2 ต้องการบริจาคและต้องการเก็งกำไร เพราะทางผู้ขายรับปากว่าจะให้กำไรเท่าตัว กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ต้องการเก็งกำไรอย่างเดียว ซื้อที่ดิน 1850 ไร่นี้เพื่อต้องการพัฒนา ที่นี้ต่อมานายทุนจากต่างประเทศถอย ต่อมาตอนหลังมี ตาบุงฮัจยี เข้ามาอีกจะพัฒนาแต่ก็ถอยไปอีก ส่วนเงินที่ได้จากชาวบ้านก็ได้มาแปรสภาพเป็นที่ดินการพัฒนาก็ไม่เกิด ตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการแบ่งโซนให้กับผู้ซื้อ ทั้งหมด เป็นโซนออกมาได้ 7000 กว่าแปลงบางส่วนยังเป็นส่วนยาง มีรายได้วันละ 2หมื่นบาทเข้ามาในปัจจุบันและ เงินบางส่วนที่ได้มาจากชาวบ้านได้มีการทำถนน สร้างอาคาร เคลียพื้นที่ และสร้างโรงเรียนปอเนาะ ซึ่งมีเด็กอยู่ 200-300 คน เรียนฟรี รายได้จากส่วนยาง วันละ 2 หมื่นเป็นค่าใช้จ่ายให้กับเด็กนักเรียนปอเนาะ ที่ดูแลอยู่ เรื่องนี้เกิดการผิดพลาดตรงที่ นายทุนไม่เข้ามา ความเจริญ และการพัฒนาจึงไม่ได้เกิด และปัญหาที่มีตอนนี้ คือการขาดการสร้างความเข้าใจ
ภาพ/ข่าว อนูวา ลือแบซา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ยะลา
