- 12 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายชัยชนะ เดชเดโช หรือ ส.จ.แทน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต อ.ร่อนพิบูลย์ ได้เดินทางมาพบ พ.ต.ท.อภิรัฐ ทองฉิม พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ตามหมายนัดครั้งที่ 1 ในข้อหาหมิ่นประมาท(เฟซบุ๊ค)ด้วยการโฆษณา หลังจากถูกนายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยมีนางกนกพร เดชเดโช ประธานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดนครศรีธรรมราช และ ส.อบจ.จากหลายเขตพื้นที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งประชาชนกว่า 200 คน แห่เดินทางมาให้กำลังใจจน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช คับแคบไปโดยปริยาย
นายชัยชนะ เดชเดโช เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2560 นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่ม 15 แกนนำยางใต้ นำชาวสวนยางรายย่อยและผู้รับจ้างกรีดยางพาราเดินทางมายื่นร้องทุกข์ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เร่งช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวสวนยาง ที่ได้รับผลกระทบจากราคายางพาราตกต่ำ โดยเรียกร้องให้ใช้มาตรา 44 สั่งปลดผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการการยางพ้นจากหน้าที่ โดยมี นายสกล จันทรักษ์ รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช เป็นตัวแทนลงไปเจรจาและรับหนังสือร้องทุกข์
“แต่ในขณะที่ นายสกลกำลังสอบถามถึงข้อเรียกร้องถึงนายกรัฐมนตรี กลุ่มผู้ชุมนุมอ้างว่าจะขอเข้าไปยื่นหนังสือในห้องประชุม ทางนายสกล จึงชี้แจงว่าตนให้เกียรติเดินตากฝนลงมารับหนังสือด้วยตัวเองแล้ว ไม่ต้องขึ้นไปยื่นถึงในห้องประชุมก็ได้ จะยื่นก็ขอให้ยื่นอย่าลีลามาก ผมไม่ชอบ ในขณะที่แกนนำชาวสวนยางได้พูดตำหนิรัฐบาลและนายสกล ต่าง ๆ นานา จนนายสกล กล่าวอย่างดุดันให้หยุดพูด ทำให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดและถึงขั้นผลักหน้าอกผู้ประท้วง และมีการนำเสนอข่าวทางสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะมีการนำคลิปช่วงที่นายสกล โต้เถียงกับแกนนำชาวสวนยางไปโพสต์ และตั้งชื่อว่า “ “ศึกนวมทอง ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช” จนมีชาวโลกโซเซียลเข้ามาวิพากวิจารณ์ตำหนิ ด่าทอ นายสกลอย่างรุนแรง ซึ่งตนยอมรับว่าเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าพฤติกรรมของนายสกล รองผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เหมาะสม จนนายสกล เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตนเองดังกล่าว”
นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ตนจะต่อสู่คดีจนถึงที่สุด เพราะตนวิพากวิจารณ์ไปตามข้อเท็จจริง เพราะวันดังกล่าวนายสกล ได้แสดงพฤติกรรม กริยาท่าทางในลักษณะคุกคามประชาชนจริง เพราะภาพที่ปรากฏมีการทำร้ายจริง ผลักจริง ด่าจริง ๆ ตนจะสู่ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏและมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะอยู่แล้ว และทราบว่ามีแกนนำและคนที่เข้ามาคอมเมนท์ในเฟซบุ๊คอีกหลายคนรวมทั้งสื่อมวลชนบางท่านถูกนายสกล แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาด้วย ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะมีหมายเรียกผู้ต้องหาคนอื่น ๆ มาพบเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอนของกฎหมายตามลำดับเช่นกัน อย่างไรก็ตามตนจะยื่นหนังสือร้องเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาในเรื่องนี้ โดยเรียกร้องให้ปลดออก หรือโยกย้ายหรือทำอย่างไรอย่างหนึ่งให้พ้นจากตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะมีพฤติกรรมขจัดต่อระเบียบวินัยข้าราชการพลเรือนตาม พ.ร.บ. ข้าราชการพลเรือนอย่างชัดเจน.
