สุดที่จะทน..ฝุ่นเพียบ!! เจ้าของพิพิธภัณฑ์บ้านเทพ ร้องศูนย์ดำรงธรรม หลังถูกเจ้าของโรงแรมก่อสร้างปล่อยให้เกิดฝุ่นละอองฟุ้งไปทั่ว..!?? (ชมคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายวัฒนา เหมืองอุทัยศิลป์ เจ้าของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านและเป็นที่ตั้งอนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวร ชื่อ “บ้านเทพ” ได้รับการตอบรับจากศูนย์ดำรงธรรม สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย กรณีที่อาคารก่อสร้างโรงแรมของอดีตผู้อำนวยการกองช่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ที่มีการก่อสร้างอาคารโดยมิชอบด้วยกฎหมายควบคุมอาคารในเขตเมืองเก่าและขาดการควบคุมการก่อสร้างทำให้เกิดฝุ่นละอองและเสียงดังพร้อมทั้งการวางที่เก็บสิ่งปฏิกูลไม่เหมาะสม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งให้ทางจังหวัดแพร่ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้ว ในเขตเมืองแพร่ ที่ยังคงมีแนวกำแพงดินให้เห็นโดยรอบกว่าร้อยละ 80 นั้น ภูมิทัศน์เดิมยังเป็นบ้านเรือนไม้สักและสิ่งก่อสร้างอาคารศูนย์ราชการที่มีความสูงไม่มากนัก แต่ปัจจุบันเมืองเก่าของจังหวัดแพร่ กำลังก้าวสู่ความเจริญ มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเพิ่มขึ้น แนวนโยบายการส่งเสริมท่องเที่ยวเมืองรอง ดูจะมีภาพที่ดี ทำให้มีกลุ่มทุนให้ความสนใจพื้นที่ในเขตตัวเมืองชั้นใน เข้ามาซื้อที่ดินรื้อบ้านเก่าออกและสร้างอาคารโรงแรมและธุรกิจอื่นๆ เป็นอาคารทันสมัยเพิ่มมากขึ้น อาคารเหล่านี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างซึ่งภายในชุมชนเดิมของเมืองแพร่ เป็นชุมชนที่มีบ้านเรือนตั้งอยู่ติดกันเป็นชุมชนเก่า การก่อสร้างและการวางผังทำให้เกิดความเดือดร้อนต่อผู้คนที่อยู่เดิม การกำหนดจุดตั้งห้องน้ำที่เก็บสิ่งปฏิกูล ไปกระทบกับบ่อน้ำเก่า การติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าก็อาจกลายเป็นสิ่งอันตรายเพราะอยู่ใกล้ที่อยู่อาศัย และข้อสำคัญ ฝุ่นละอองที่เกิดจากการก่อสร้างไม่อาจควบคุมได้ส่งผลกระทบแล้ว

นายวัฒนา เหมืองอุทัยศิลป์ เจ้าของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านและเป็นที่ตั้งอนุสรณ์สถานสมเด็จพระนเรศวร ชื่อ “บ้านเทพ” กล่าวอีกว่า เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านของภาคเอกชนแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทางยุโรปและอเมริกานิยมเดินทางมาชม ได้รับผลกระทบจากเสียงและฝุ่นละอองตลอดจนการวางผังที่ไม่เหมาะสมของอาคารใหม่ข้างเคียง เช่นการสร้างบ่อเกรอะหรือถังส้วมไว้ใกล้กับบ่อน้ำใช้ของบ้านข้างเคียง แต่เมื่อร้องเรียนไปไม่มีหน่วยงานใดให้ความสำคัญหรือบังคับใช้กฎหมาย ก็ทำอะไรไม่ได้ หน่วยงานในจังหวัดแพร่ ไม่ให้ความคุ้มครองใดใด จนต้องร้องไปยังศูนย์ดำรงธรรม สำนักปลัดกระทรวง ซึ่งขณะนี้มีสั่งการให้ตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว เมืองแพร่ถือเป็นเมืองโบราณสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตามโครงการอนุรักษ์กรุงรัตนโกสิน มติ ครม.เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 ให้มีการอนุรักษ์เมืองเก่า 4 เมือง ได้แก่ เมืองเก่าแพร่ เมืองเก่าเพชรบุรี เมืองเก่าจันทบุรี และ เมืองเก่าปัตตานี โดยให้มีการประกาศเขตเมืองเก่าตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินและเมืองเก่า พ.ศ. 2546 จากมติ ครม.และประกาศให้เป็นเมืองเก่าดังกล่าว ส่งผลให้ต้องมีการควบคุมทั้งการก่อสร้างใหม่และการรื้อถอนอาคารเก่าออกไป ต้องอยู่ภายใต้การควบคุม

นายพัฒนพงศ์ พงศ์นวล รองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ รักษาราชการนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ กล่าวว่า ในเขตเทศบาลถูกประกาศให้เป็นเมืองเก่าอยู่ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากรแล้ว แต่จังหวัดยังไม่มีประกาศแต่งตั้งผู้รับผิดชอบ อีกทั้งเทศบาลเมืองแพร่ยังไม่มีการออกเทศบัญญัติ ในช่วงนี้จึงเป็นช่วงเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่การเป็นเมืองเก่าเต็มที่ ทางออกที่ดีคือการต้องขอความร่วมมือหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และ ภาคเอกชนที่จะมีการรื้อถอนหรือสร้างสิ่งก่อสร้าง ควรทำได้เท่าที่เหมาะสม เช่นไม่ควรสร้างอาคารสูงเกิน 3 ชั้น และการออกแบบอาคารควรให้กลมกลืนไปกับภูมิทัศน์เมือง จนกว่าจะมีเทศบัญญัติและมาตรการรองรับต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมในเมืองเก่าของจังหวัดแพร่ กำลังทวีความรุนแรงขึ้นจากการขาดมาตรการออกมาควบคุม ซึ่งการก่อสร้างที่ไม่มีการปิดกั้นฝุ่นละอองที่ปลิวไปยังบ้านเรือนข้างเคียงสร้างความเสียหาย เสียงดังและ การจัดสิ่งสาธารณูปโภค สุขภัณฑ์ ล้วนกลายเป็นปัญหาที่กำลังเป็นความรุ่นแรงเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นยังพบว่า ภูมิทัศน์ของเมืองเปลี่ยนไป การพัฒนา ชุมชนใหม่ที่เข้ามาทำให้มีการเข้ายึดครองพื้นที่สำคัญๆ เช่น แนวกำแพง และ คูเมือง ถูกภาครัฐและเอกชนเข้าไปใช้พื้นที่อย่างไม่เกรงกลัวประกาศเมืองเก่าและมติ ครม.แต่อย่างใด

ภาพ/ข่าว ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดแพร่