- 13 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
อีกหนึ่งเรื่องราวดีๆของนักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่ได้รับคำชื่นชม และแชร์ในสื่อโซเชียลในวงกว้าง จากเฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่าPrajinLaothiangซึ่งเป็นเฟสบุคของ นพ.ประจินต์ เหล่าเที่ยง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้เขียนข้อความชื่นชมนศพ.สุชัญญา ปาริชาต เปรี่ยมนอง นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่เป็น นศพ.เพียงคนเดียวที่ได้เข้าร่วมโครงการแพทย์เดินเท้า พอ.สว.ในครั้งนี้ณ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่18 –24กุมภาพันธ์ 2561ที่ผ่านมา
โดยบทความและภาพที่ลงในเฟสบุ๊ค PrajinLaothiangนพ.ประจินต์ เหล่าเที่ยง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษาจ.เชียงใหม่ ได้เขียนข้อความชื่นชมว่า#ความมหัศจรรย์ของแรงบันดาลใจ
เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมได้รับการติดต่อจากเด็กสาวคนหนึ่งเธอเป็นนักศึกษาแพทย์จาก ม อุบล #MedUBUเธอตั้งใจจะมาหาประสบการณ์จากแพทย์รุ่นใหญ่ที่ทำงานในพื้นที่ห่างไกลจริงๆบังเอิญเหลือเกินผมจะต้องไปร่วมงานแพทย์เดินเท้าที่แม่สะเรียงกับทีมแพทย์อาสาสมเด็จย่า #มูลนิธิพอ.สว. เป็นการเดินเท้าเข้าไปในเขตหุบเขาสูงไปจนถึงเขตชายแดนไทย – พม่าหมู่บ้านเหล่านี้อยู่ห่างไกลโรงพยาบาลมากเดินทางลำบาก ต้องเดินเท้าเข้าไปเธอตอบตกลง แต่เพื่อนของเธอขอถอนตัว
เด็กสาวคนเดียวจากอีสานจะร่วมเดินเท้าเข้าไปด้วยกันที่ชายแดน บนภูเขามันเป็นชีวิตที่แตกต่างจากที่เธออยู่เป็นอย่างมากคุณพ่อของเธอโทรมาย้ำถึงความปลอดภัย๕ วันกับการเดินเท้าในป่าในดอยกับแพทย์รุ่นพี่อยู่กับความลำบากได้เห็น ได้ช่วยพี่ๆ ดูแลผู้ป่วยเธอได้ประสบการณ์ตรงที่นอกเหนือตำราไม่น่าเชื่อ #เธอเปลี่ยนไปหลังกลับจากการเดินดอยที่แม่สะเรียงเธอต้องมาฝึกต่อที่โรงพยาบาลวัดจันทร์ฯฝึกตรวจรักษาฝึกทำคลอดฝึกฉีดยาฝึกเย็บแผลฝึก.... และเธอทำได้ดีมากอีกสิ่งหนึ่งคือ ฝึกการทำงานกับชุมชนมีหมู่บ้านหนึ่งในเขตอำเภอเวียงแหงเป็นหมู่บ้านชาวเขามีปัญหาเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้มาหลายสิบปีเขาร้องขอความช่วยเหลือมาพวกเรากับพระอาจารย์ต้องเดินเท้าเข้าไปในป่าลึกบนทางที่แทบจะไม่ใช่ทางเพื่อเข้าไปทำฝายต้นน้ำ ซึ่งห่างไกลจากหมู่บ้านแล้วต่อท่อลงมาชาวบ้านดีใจมากที่ได้น้ำ
เป็นเวลาอีก ๑ สัปดาห์ที่เธอมาฝึกที่นี่#เธอไม่เหมือนเดิมเราสังเกตเห็นว่า#แรงบันดาลใจ ของเธอเปลี่ยนไปการเรียนรู้ผ่านชีวิตจริงและการได้ลงมือทำเองผมเชื่อว่า มันทำให้เธอเปลี่ยนไปเราสังเกตเห็นรอยยิ้มเธอมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือคนได้จริงต่างจากวันแรกที่เธอมาและผมเชื่อมั่นว่าเมื่อเธอเรียนจบเธอต้องเป็นหมอที่ดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจได้ดีที่สุดคนหนึ่งทีเดียว#ประสบการณ์ที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน
ขอบคุณ #วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุขมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่อบรมสั่งสอนเธอมาก่อนเป็นอย่างดี
ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ของเธอที่เลี้ยงดูมาอย่างดีและกล้าให้ลูกสาวมาผจญภัยทั้งที่เป็นห่วง
ขอบคุณแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นที่ไม่ใช่แค่เกิดขึ้นกับเธอเพียงฝ่ายเดียวแรงบันดาลใจเกิดขึ้นกับผมด้วยและทำให้ผมมีพลังใจในการถ่ายทอดให้กับแพทย์รุ่นน้องต่อๆไปนี่แหละคือความมหัศจรรย์ของแรงบันดาลใจยิ่งมอบให้คนอื่นเรายิ่งกลับได้รับเพิ่มเติม
ด้วยความปลาบปลื้ม
นพ.ประจินต์ เหล่าเที่ยง
โรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา
#๙ตามรอยเท้าพ่อ
ในส่วนของนักศึกษาแพทย์ที่ได้รับคำชื่นชมในครั้งนี้ คือ นางสาวสุชัญญา ปาริชาต เปรี่ยมนองหรือ ต้นอ้อกำลังศึกษาชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีภูมิลำเนา อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร เป็นบุตรสาวคุณพ่อสุกันต์ เปรี่ยมนองเจ้าพนักงานอำเภอคำเขื่อนแก้ว และ คุณแม่นางวราภรณ์ เปรี่ยมนอง อาชีพค้าขาย มีความสนใจในการหาประสบการณ์เรียนรู้จากชีวิตจริง ซึ่งมีความแตกต่างจากการเรียนในห้องเรียน จึงสมัครเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้
นศพ.สุชัญญา ปาริชาตเปรี่ยมนองกล่าวว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้ร่วมโครงการนี้ เนื่องจากเดิมตนรู้ว่า มูลนิธิ พอ.สว. เป็นมูลนิธิของสมเด็จย่าตนมีความใฝ่ฝันอยากจะปฏิบัติงานร่วมออกหน่วยกับทางมูลนิธิ มานาน ประหนึ่งว่าเราได้สนองงานในปณิธานของสมเด็จย่า ขอขอบคุณโอกาสดีดีจากนพ.ประจินต์ เหล่าเที่ยงและผู้ใหญ่ของมูลนิธิ พอสว. ที่ทำให้หนูได้มีประสบการณ์ที่ดีมากๆครั้งหนึ่งในชีวิต กับโครงการแพทย์เดินเท้า หลายอย่างที่เราเจอไม่ใช่แค่ได้ความรู้ แต่เราได้แง่คิดหลายอย่าง ไม่ใช่แค่การได้ช่วยเหลือคนบนดอย เพราะถ้าเราคิดดีมันมีอะไรมากกว่านั้นซ่อนอยู่ ที่สำคัญที่สุด ก็คือการที่ทำให้เรารู้สึก 'รักคนไข้' มากขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องเข้าใจถึงบริบทของคนไข้ในพื้นที่เราด้วย ค่อยๆเรียนรู้อละปรับใช้ มันอาจจะยาก แต่เราก็ต้องพยายาม ยังมีคนมากมายที่ลำบากกว่าเรา แต่เขาก็ยังอยู่ได้
ทั้งนี้อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราตื่นเต้นกับการจะได้เดินดอยในครั้งนี้ ที่ต้องเดินขึ้นเขาบุกป่าฝ่าดงลุยน้ำเพราะ เรานึกถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่พระองค์ทรงพระราชดำเนินไปแล้วทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย เดินไปนึกไปน้ำตาก็พาลจะไหลเรามาเดินแค่นี้ เทียบไม่ได้แม้เศษเสี้ยวความลำบากของพระองค์ และมันก็ยิ่งเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราอยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะดำเนินรอยตามสิ่งที่พระองค์หวัง ก็คือการได้พัฒนาประเทศ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนในประเทศ แม้เป็นพื้นที่เล็กๆก็ตามโครงการแพทย์เดินเท้าพอ.สว. ทำให้ตนได้เรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในชุมชนบนดอย ที่ลำบากขาดแคลนในหลายสิ่งแม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็เป็นช่วงที่มีความสุข สุขใจที่ได้ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ นอกจากนี้ ยังมีมิตรภาพที่ดีในการทำงานร่วมกัน ของผู้มีอุดมกาณ์เดียวกัน ได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีมของพี่ๆอาสาสมัครที่เป็นแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล อาสาสมัครสมทบ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งนับว่าเป็นผู้ปิดทองหลังพระโดยแท้ ภูมิใจใน“หมอกระเป๋าเขียว” ต้นแบบงานอาสา
นับว่าเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ ให้มีความเสียสละ จิตอาสา ทุ่มเทกำลังกายและใจช่วยเหลือสังคมตามโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท ทุกพื้นที่ทุกชุมชน “หมอ ม.อุบลฯ”สู้ได้ทุกสภาวะ
จิรวัฒน์ บุญจอง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดอุบลราชธานี
ขอบคุณ เพลิน วิชัยวงศ์ นักประชาสัมพันธ์ ม.อุบลฯ
