- 13 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายธานี ฮะยีมะสาและ นายอำเภอละงู จ.สตูล พร้อมด้วยนายธธงชัย สารอักษร วัฒนธรรมจ.สตูล นางสำลี ลัคนาวงศ์ นายกอบต.กำแพง ร่วมกิจกรรมฟื้นฟูอนุรักษ์วัฒนธรรมโบราณตามโครงการลานธรรม ลานวิถีไทย ที่จัดขึ้นโดยมัสยิดบ้านควนไสนและชาวบ้านม.1 ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล เพื่อฟื้นฟูอนุรักษ์วัฒนธรรมโบราณ ตามโครงการ “ลานธรรม ลานวิถีไทย” ซึ่งเป็นโครงการที่มัสยิดบ้านควนไสน ได้จัดต่อเนื่องมาทุกปี
สำหรับกิจกรรมในปีนี้เน้นการฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมโบราณ การหุงข้าวด้วยกระบอกไม้ไผ่ อาหารพื้นบ้าน และการฟื้นฟูขนมตูปัสยอดมะพร้าว ซึ่งปัจจุบันหารับประทานค่อนข้างยากเนื่องจากไม่มีคนสานต่อในการทำขนมดังกล่าว โดยเฉพาะใบยอดมะพร้าวซึ่งค่อนข้างหายากทำให้ขนมชนิดนี้เริ่มหายไปโดยปริยาย
นางรอมละ สาเส็น อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 254 ม.1 ต.กำแพง อ.ละงู ซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนผู้เฒ่าผู้แก่ที่ยังมีความรู้ในการสานขนมตูปัสยอดมะพร้าว ซึ่งวิธีทำนั้นเริ่มจากการตัดยอดมาพร้าวแล้วนำใบอ่อนมาสานเป็นรูปทรงต่างๆเช่นทำเป็นลูกเต่า ไข่หงส์ ปลีกล้วย สี่เหลี่ยมและดอกจิก จากนั้นก็เว้นช่องสำหรับใส่ข้าวเหนียวที่ล้างสะอาดแล้ว เมื่อนำข้าวเหนียวใส่ลงในใบมะพร้าวสานรูปทรงต่างๆแล้ว ก็นำไปใส่ในน้ำกระทิที่ปรุงรสชาดเกลือ น้ำตาลไว้เรียบร้อยจากนั้นเคี่ยวจนกระทิซึมเข้าไปในขนมจนกระทั่งแห้ง โดยใช้ไฟอ่อนจนกระทั่งกระทิแห้งขนมสุก เวลาจะกินก็จะผ่าครึ่งออกมา ซึ่งในกระทิจะมีเตยหอมรวมอยู่ด้วย ขนมจะมีความมันหวานหอมและเหนียวนุ่ม นิยมกินคู่กับน้ำชากาแฟ ซึ่งนางรอมละ กล่าวว่าขนมตูปัสยอดมะพร้าวที่ไม่ค่อยมีคนทำ เพราะยอดมะพร้าวหายาก ประกอบกับคนสานยอดมะพร้าวไม่มีการสืบทอดสู่เยาวชนรุ่นหลัง ขนมจึงหายสาบสูญไปแต่สำหรับหมู่บ้านที่นี่ ยังหารับประทานได้ตามงานบุญหรืองานฮารีรายอของพี่น้องมุสลิม ซึ่งมีให้เห็นบางบ้านเท่านั้น วันนี้ตนรู้สึกภูมิใจที่ทางมัสยิดบ้านควนไสนได้รื้อฟื้นวัฒนธรรมพื้นบ้านโบราณขึ้นมา มีเยาวชนมาหัดทำขนมซึ่งคนรุ่นใหม่แทบจะไม่รู้จักแล้ว ขณะที่เด็กนักเรียนจากร.ร.กำแพงวิทยา รวมทั้งครูก็ต่างช่วยกันสานใบมะพร้าวให้เป็นรูปทรงต่างๆส่วนใหญ่บอกว่าไม่เคยเห็นขนมชนิดนี้เช่นกัน
ด้านนายซัน เหมนะ อิหม่ามมัสยิดบ้านควนไสน บอกว่ากิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้ศาสนาเป็นแกนนำเป็นสถานที่หลอมรวมความสามัคคี เพื่อที่จะอนุรักษ์วัฒธรรมประเพณีโบราณที่ดีงามนี้ไว้ไม่ให้สูญหายและคงอยู่ไว้ในพื้นที่ต่อไป..............................
ภาพ /ข่าว สุไหล โพธิ์ดก ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สตูล
