- 13 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 มี.ค. 2561 พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ. ตร.พร้อมคณะนายตำรวจ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มาลง ที่ลานจอดฮ.เขื่อนวชิราลงกรณ์(เขาแหลม)อ.ทองผาภูมิจ.กาญจนบุรีและเดินทางต่อโดยรถยนต์มาที่สภ. ทองผาภูมิ โดยมีพล.ต.ต ทรงธรรม อัลภาชน์รองผบช. 7 รักษาการ ผบก. ภ.จว. กาญจนบุรี พ.ต.อ พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ รอง ผบก. ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ. วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผกก. สภ. ทองผาภูมิ พตท.มนตรี แตงโต รองผกก.ป. ร.ต.อ. สุมิตร บุญยะนิจ รองสว.(สอบสวน)เจ้าของคดี พร้อมข้าราชการตำรวจให้การต้อนรับ หลังจากนั้นคณะนายตำรวจได้ เข้าห้องประชุมสภ. ทองผาภูมิ
พ.ต.อ พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ รอง ผบก. ภ.จว.กาญจนบุรี ได้บรรยายสรุปผลของคดีโดยพล.ต.อ.ศรีวราห์ก็ได้ซักถามในประเด็นต่างๆ รวมทั้งสอบถามในรายละเอียด เพื่อให้ครบถ้วนถูกต้องตามข้อกฎหมาย พล.ต.อ. ศรีวราห์ กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อประชุมตรวจสอบสำนวนการสอบสวน คดีนายเปรมชัยและพวก ล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ซึ่งตอนนี้มีข้อกล่าวหาอยู่ 9 ข้อ คดีเป็นไปตามขั้นตอนไม่ได้ล่าช้าแต่อย่างใด ใช้เวลาเพียง36วันสอบปากคำ รวม51ปาก สำนวนเอกสารทั้งหมดกว่า800แผ่น
ข้อหาพรบ.ทารุณกรรมสัตว์กฎหมายบัญญัติ หาตามกฎหมายอาญา กรมอุทยานไม่สามารถยืนยันได้ว่าคือการทารุณ สั่งไม่ฟ้องหลักฐานที่มีส่วนในไตรสีชี้แจงได้ชี้แจงข้อเท็จจริงได้ประกอบข้อกล่าวหาทุกข้อกล่าวหา มั่นใจในสำนวน 99% สามารถเอาผิดได้ทั้ง 9 ของกลาง 225 ชิ้น สอบพยาน 45 ปาก ผู้ต้องหา 4 ราย ฝ่ายผู้ร้อง 2 ราย รวม 51 รายในส่วนของบก. สำนวนมี 857 แผ่น
ต่อมาเวลา 11.30น.หลังจากพล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ. ตร. พร้อมคณะนายตำรวจ ประชุมตรวจดูสำนวนคดี เสร็จเรียบร้อย ได้เดินทางไปยังสำนักงานอัยการจ.ทองผาภูมิ เพื่อนำสำนวนข้อกล่าวหาคดีนายเปรมชัย กรรณสูตรพร้อมพวกเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก รวม9ข้อหา โดยมี นางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 นายทะนง ตะภา อัยการจังหวัดทองผาภูมิ เป็นผู้รับสำนวน
นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองเลขานุการอัยการสูงสุด และรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการภาค 7 กล่าวว่า คดีนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ ท่านสมศรี วัฒนไพศาลอธิบดีอัยการภาค 7 ได้ตั้งคณะกรรมการ พิจารณา โดยมีนายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 7เป็นหัวหน้าคณะการทำงาน นายทะนง ตะภา อัยการ จ.ทองผาภูมิ คณะทำงาน พตท.อำนาจ สุจริตชัย รองอัยการจ.กาญจนบุรี คณะทำงาน นายกฤษฏา ชูโต รองอัยการจ.ทองผาภูมิ คณะทำงานและเลขานุการ
ด้านนางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 กล่าวว่า สำหรับคดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ในส่วนของผู้ต้องหาอยู่ระหว่างฝากขังครั้งที่ 4 และอยู่ในความควบคุมของศาล จ.ทองผาภูมิ ทางอัยการต้องดำเนินการ ด้วยความรอบคอบรวดเร็ว และโปร่งใสให้ความมั่นใจเพื่อสื่อสารไปยังสังคมได้ว่า ให้มั่นใจในการดำเนินการของอัยการ ที่จะทำคดีนี้อย่างรอบคอบจะเร็วหรือไม่อยู่ที่เนื้อหาที่พนักงานสอบสวน ว่าจะมีการสอบถามเพิ่มเติม หรือจะสั่งคดีได้เลย ก็ต้องตรวจดูสำนวนของพนักงานสอบสวนก่อน โดยคณะทำงานจะแถลงข่าวความคืบหน้าของคดีให้ทราบในทุก7วัน
สำหรับคดีนี้มีผู้ต้องหารวม4คน คือนายเปรมชัย กรรณสูตร นางนที เรียมแสน นายยงค์ โดดเครือ และนายธานี ทุมมาศ โดยมีข้อกล่าวหารวม9ข้อ ตามคดีหมายเลขดำที่ ฝ.34/2561 โดยจะครบฝากขังครั้งที่4ในวันที่ 25มี.ค.2561 ในความผิดดังนี้
1. ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
2. ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
3. ร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
4. ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
5. ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งซากสัตว์ป่า อันได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย
6. ร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับใช้ในการล่าสัตว์ป่า หรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
7. ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
8. ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
9. ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุอันสมควร
อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนเสนอพนักงานอัยการ ดังนี้ เสนอเห็นสมควรสั่งฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูตร ผู้ต้องหาที่1ในข้อหาที่1-8 และเห็นควรสั่งฟ้องในข้อหาที่9เฉพาะข้อหา พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันสมควร ส่วนข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เห็นควรสั่งไม่ฟ้องเนื่องจากอาวุธปืนของกลางเป็นของนายเปรมชัย กรรณสูตร ผู้ต้องหาที่1 ที่ได้รับอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย.
ภาพ/ข่าว วุฒิเดช ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาญจนบุรี
