- 14 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ผู้รับเหมาก่อสร้าง รพ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ตั้งโต๊ะร้องเรียน ถูกเรียกเงิน 2 ล้านบาท และรถปาเจโร่ตอบแทนในการตรวจรับงานการก่อสร้างอาคาร 5 ชั้น ของโรงพยาบาลปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช มูลค่า 50.6 ล้านบาท โดยเรื่องนี้เป็นปัญหายืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2560 โดยผู้รับเหมาได้เข้าร้องเรียนศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเดือน พ.ย. 2560 พร้อมร้องเรียน สตง.เพื่อให้ตรวจสอบทุจริต จนมีการประชุมแก้ปัญหาและหาข้อยุติ จนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารชุดใหม่เรื่องที่เคยเจรจาตกลงกันไว้กลับถูกเพิกเฉย จนกระทั้งผู้รับเหมาสุดทนตั้งโต๊ะแถลงข่าวเรียกร้องความเป็นธรรมอีกรอบเมื่อวันที่ 12 มี.ค.2561 ดังกล่าว จน นพ.ไพศาล เกื้ออรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ร่างหนังสือเสนอรายชื่อคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริง จนกลายเป็นข่าวครึกโครมทางสื่อมวลชน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(14 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีการก่อสร้างโรงพยาบาลปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เป็นที่สนใจและวิพากวิจารณ์มานานหลายปีแล้ว หลังจากได้งบประมาณ 80 ล้านการก่อสร้างแต่ผู้รับเหมารายเก่าทิ้งงานหลังจากก่อสร้างได้แค่ 25 เปอร์เซ็นต์ ทางมีความพยายามที่จะพาผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหม่แต่ดูเหมือนจะไม่มีผู้รับเหมารายใดสนใจ จนมีการขอร้องให้บริษัทไกรสุคอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างที่มีผลงานการก่อสราง รพ.หลายแห่งในกรุงเทพมหานคร และ รพ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราชให้ช่วยรับก่อสร้างต่อ ในวงเงินงบประมาณ 50.6 ล้านบาท โดยแบ่งงานงานก่อสร้างทั้งหมด 8 งวดคณะกรรมการตรวจรับงานไปแล้ว 7 งวด เหลือที่ 8 งวดสุดท้าย 17 ล้านบาทเศษ ซึ่งตนได้ยื่นเอกสารส่งงานครั้งแรกตามเอกสารเลขรับหนังสื่อที่ 3382 ลงวันที่วันที่ 4 ก.ย.2560 และทาง ผอ.รพ.ปากพนัง ได้เข้าใช้อาคารที่ก่อสร้างไปแล้วตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. 2560 แต่ยังไม่สามารถเบิกเงินค่าก่อสร้างงวดสุดท้ายได้
นายวัฒนชัย ศรีธรรม กล่าวว่า การทิ้งงานของบริษัท ฯรับเหมารายก่อน ก่อสร้างในส่วนโครงสร้างไม่เรียบร้อยแต่มีการเบิกเงินไปและเดิมทิ้งงาน เมื่อตนเข้ามารับงานก่อสร้างต่อต้องใช้งบประมาณ 6-7 แสนบาทในการเคลียร์งานในส่วนของบริษัท ฯรับเหมาเดิม ตนก็ทำให้เรียบร้อย ทั้ง ๆ ที่การเบิกจ่ายเงินให้บริษัทเก่าไม่ถูกต้องเพราะงานตามสัญญาค่างงวดไม่เสร็จ แต่คณะกรรมการก็อนุมัติให้เบิกจ่ายให้เบิกไปได้อย่างไร และการที่นายช่างผู้ควบคุมงานมาอ้างว่างานในงวดสุดท้ายของบริษัทตนงานยังไม่เสร็จเรียบร้อยเหลืองานตบแต่งและเฟอร์นิเจอร์ประมาณ 1.3 ล้าน จึงยังอนุมัติจ่ายค่าจ้างงวดสุดท้าย 17 ล้านไม่ได้ และยังกล่าวหาว่าปัญหาเกิดจากบบริษัทขาดสภาพคล่องด้านการเงิน ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะงานทั้งหมดผ่ามา 7 งวดไม่มีปัญหาใด ๆ จนมาถึงงวดสุดท้ายหากงานเหลือแค่ 1.3 ล้านตามที่อ้างจริงบริษัทก็พร้อมจะดำเนินการให้ทันที แต่ปัญหามันอยู่ที่คณะกรรมการให้ส่งงานและทาง รพ.ปากพนังเข้าไปใช้อาคารมาแล้วตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. และ วันที่ 5 ก.ย. 2560 จนถึงปัจจุบันใช้อาคารมาแล้วเกือบ7 เดือนถ้าไม่แล้วเสร็จจะเข้าไปใช้อาคารไอ้อย่างไร
“ตามระเบียบกฎหมายและระเบียบราชพัสดุ ว่าด้วย การตรวจการจ้างและควบคุมงานการสร้าง ข้อที่ 72,73 และผู้ว่าจ้างได้เข้าใช้อาคารทั้งโครงการโดยไม่ได้อิดเอื้อน และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 อันว่าการจ้างทำของนั้นคือสัญญาที่บุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้รับจ้างตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกบุคคลหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น มาตรา 597 ถ้าผู้ว่าจ้างยอมรับมอบการที่ทำนั้นแล้วโดยไม่ได้อิดเอื้อน ผู้รับจ้างก็ไม่ต้องรับผิดชอบการที่ส่งมอบงานเนิ่นช้า ซึ่งการเตะถ่วงไม่ยอมตรวจรับงานจ้างเพราะมีการเรียกรับผลประโยชน์อย่างไรหรือไม่ ตนพร้อมแฉเบื้องหน้าเบื้องหลังทั้งหมดให้สังคมได้รับรู้ว่า ปัญหาการก่อสร้างโรงพยาบาลหลายแห่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่คณะกรรมการและนายช่างควบคุมงานชุดนี้รับผิดชอบมีเบื้องหน้าเบื้องหลังไม่ชอบมาพากลมาเกือบทั้งหมด เมื่อมาเล่นแง่ทำให้บริษัท ฯและตนเสียหาย ได้รับความเดือดร้อนยืดเยื้อมานานตนจึงดับเครื่องชนเดินหน้าร้องเรียน เรื่องการเรียกเงินในกระบวนการตรวจรับ 2ล้านพร้อมรถ “ปาเจโร่” อีก 1 น ซึ่งเป็นต้นตอที่ทำให้เกิดปัญหาเตะถ่วงค่าจ้างงวดสุดท้ายดังกล่าว” นายวัฒนชัย ศรีธรรม กล่าว
ทางด้าน พ.ต.ท.ณทัศน์ ม่วงแก้ว นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ สำนักงาน ปปท.เขต 8 กล่าวว่า นายอภินันท์ นาวิกนันทน์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขตพื้นที่ 8 ได้สั่งการให้ ตนและทีมงาน ปปท.เขต 8 ลงพื้นที่ตรวจสอบการทุจริตโครงการก่อสร้างอาคาร รพ.ปากพนัง ตามที่เป็นข่าว โดยคณะจะเริ่มลงปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบในวันศุกร์ที่ 16 มี.ค. 2561 นี้ โดยทาง ปปท.จะตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ในเบื้องต้นจะเชิญผู้ร้องมาให้ข้อมูลและหลักฐานต่าง ๆ ก่อนสอบสวนสาวโยงไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจเป็นจำนวนมาก จึงจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ก่อนจะสรุปเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการตามขั้นตอนต่อไป.
ภาพประกอบบางส่วน/ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช
ข่าว/ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
