- 14 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วัน ที่ 4 มีนาคม .61 ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ได้เดินทางเข้าสำรวจพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายของชาวบ้านหลังจากพายุถล่มในพื้นที่หลายตำบลของ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เย็นวานนี้ โดยมี 4 ตำบลที่ได้รับผลกระทบหนักสุด ได้แก่ ต.เชียงแหว ต.แช,ต.เสอเพลอ แล ะ ต.ผาสุก และ หนักสุดคือที่ ต.เชียงแหว มีบ้านเรือนประชาชนเสียหายถูกพายุถล่มมากถึง 87 หลังคาเรือน สภาพหลังคาบ้านสังกะสีหายไปทั้งแถบ โดยเฉพาะที่บ้านบ้านเลา บ้านไม้เสา 16 ต้นถล่มลงมาเลยทีเดียว โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานในพื้นที่ ได้เดินทางเยี่ยมนางแหว๋ว หล้าศักดิ์ ซึ่งบ้านทั้งหลังพังถล่มลงมาจากพายุถล่มเมื่อวานนี้และให้ผู้ใหญ่บ้านสำรวจความเสียหายทั้งหมดเพื่อรายงานให้ทางหน่วยเหนือทราบต่อไป
จากเหตุการณ์วาตภัยพายุถล่มสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชนในอ.กุมภวาปีอย่างหนัก จากรายงานพบว่ามีบ้านเรือนประชาชนเสียหายรวม 4 ตำบล 27 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนเสียหายรวมแล้ว 266 หลังคาเรือน ตำบลเชียงแหว หมู่ที่ 1, 3, 7, 8, 9, 11 และ 12 จำนวนเสียหาย 87 ครัวเรือน ตำบลผาสุก หมู่ที่ 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 และ 10 เสียหาย 111 ครัวเรือน ตำบลเสอเพลอ หมู่ที่ 1, 2, 4, 7, 9, 12, 16 และ 19 เสียหาย 56 ครัวเรือน และตำบลแชแลอีก 12 หลังคาเรือน
นอกจากยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากทับบ้านล้มทับอีก 3 รายคือนางบุษบา พิทักษ์วาปี อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 97 ม. 12 ต.เสอเพลอ 2. นางสำเนียง สามแท่น อายุ 63 ปีบ้านเลขที่ 66 ม. 12 ต.เสอเพลอ และ 3 นางบุญลือ สีแจจันทร์ ยังไม่ทราบอายุ ราษฎร ม. 12 ต.เสอเพลอ แต่ตอนนี้อาการปลอดภัยทุกคน ส่วนความเสียหาย ตอนนี้กำลังให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อรายงานให้หน่วยเหนือทราบต่อไป
นางแหวว หล้าศักดิ์ อายุ43ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 13 หมู่ 8 บ้านเลา ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี ที่บ้านเสียหายทั้งหลัง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดพายุตนอยู่บนบ้านเพียงคนเดียว สามีไปทำงานในตัวหมู่บ้าน ตอนนั้นเกิดฝนตกลงมาไม่หนักประมาณ 10 นาที แต่มีลมแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ตนจึงมาปิดหน้าต่างบ้าน แต่ยังไม่ทันได้ปิด มีเสียงดังจากเสาบ้านและตัวบ้านได้เกิดเอียงจากแรงลมอย่างรวดเร็ว ตนมาถึงหน้าต่างจึงได้กระโดดออกทางหน้าต่างลงมาที่พื้นดิน โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บมาก จากนั้นตนหันไปมองดูบ้าน เห็นเสาปูนบ้านทั้ง 16 ต้น หักตัวบ้านเหมือนจะปลิวไปกับพายุ จากนั้นจึงวิ่งหนีออกให้ไกลจากบริเวณบ้านอย่างไม่คิดชีวิต ยอมรับว่ากลัวมากเพราะเกิดมา 43 ปี ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน รอดมาได้ถือว่าบุญแล้ว
นาย จันทร์ อ่อนดี อายุ61ปี บ้านเลขที่66 ม. 12 บ้านดงสามสิบ ต.เสอเพลอ ได้บอกว่า เมื่อวานนี้ตนได้ไปดับไฟที่ไหม้กองฟาง ซึ่งอยู่ที่นา เมื่อกลับมาบ้าน มีลมแรง จากนั้นฝนก็ตกลงมา ไม่นานลมก็พัดแรงขึ้นเรื่อยๆ ลูกชายกับภรรยากำลังทำกับข้าวในบ้าน ตนกำลังจะเดินเข้าบ้านแรงลมก็พัดบ้านพังลงมา ตนจึงได้รีบเข้าไปช่วยลูกและภรรยา ที่ติดอยู่ในบ้าน โชคดีที่ตรงบริเวณที่ภรรยาและลูกชายอยู่นั้นมีโอ่งน้ำขนาดใหญ่ คอยกค้ำคานเหล็กหลังคาบ้านไว้ ซึ่งภรรยาได้รับเจ็บที่ศีรษะแตก ส่วนลูกชายมีแผลถลอกตามร่างกายเล็กน้อย จากนั้นผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ใกล้กันก็มาช่วยนำส่งโรงพยาบาล ดังกล่าว
ภาพ/ข่าว กฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุดรธานี
