- 14 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ด้วยความสะเทือนใจ ที่มีภาพเผยแพร่ว่ามีชาวต่างชาติปีนขึ้นไปถ่ายรูปโดยยืนอยู่ในอุ้งพระหัตถ์ของพระอจนะ ทั้งที่มีป้ายห้ามปีนป่าย โดยทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์กร่นด่าว่าไม่สมควร จนถึงสาปแช่ง เพราะองค์พระอจนะคือองค์แทนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า นั้น
ล่าสุดร.อ.บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ได้กล่าวว่ายังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดี ใดใด อีกทั้งผู้โพสต์ ภาพดังกล่าว ก็ได้ลบ ข้อมูลออกแล้ว จนทำให้เกิดการ วิพากษ์วิจารณ์เพิ่มเติมว่าเป็นการโหนกระแส การฟ้อง ของวัดศรีชุม ที่ฟ้องกรมศิลปากร 50 ล้าน หรือไม่ ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ เร่งทำการตรวจสอบ ว่าเป็นภาพปัจจุบันหรือไม่ ซึ่งถ้าหาก เป็นภาพปัจจุบัน ก็คงจะต้องตามหาเจ้าของภาพจากทางที่พัก และการเข้าท่องเที่ยวรวมถึงกล้องวงจรปิดที่อาจเชื่อมโยงของชายต้องสงสัยได้ แต่ถ้าเป็นภาพในอดีตก็ต้องตรวจสอบหาที่มาที่ไปของภาพ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีที่มาอย่างไร โดยในเบื้องต้นทางอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จะขอร้องไปยังมัคคุเทศก์ ที่นำนักท่องเที่ยวเข้ามา ให้รายละเอียดกับนักท่องเที่ยวที่เข้าชมโบราณสถาน ให้มากขึ้น เน้นเรื่องของความเหมาะสมของการเข้าชมและไม่ปีนป่ายโบราณสถาน รวมถึงคนไทยเองในฐานะเจ้าของบ้าน ก็ขอให้ ทำความเข้าใจและเป็นผู้ นำในการท่องเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์และโบราณสถาน โดยให้เคารพ โบราณสถานด้วยความศรัทธา ส่วนการตรวจตรานั้น ทางอุทยานอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ประจำทุกจุดอยู่แล้ว แต่ด้วยสถานที่ของอุทยานฯที่กว้างขวางก็อาจจะทำให้เกิดหลุดรอดสายตาไปได้
ซึ่งในกรณีนี้ถ้าหากว่าสามารถรู้ตัวชาวต่างชาติคนที่ปีนขึ้นไปถ่ายรูปบนอุ้งพระหัตถ์ของพระอจนะ ทางอุทยานอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ก็จะชี้แจงถึงความผิดซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดในมาตรา 6 และมาตรา 13 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2535 ในข้อ 2 (4)ระบุไว้ว่า ผู้เข้าชมโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว ต้องไม่ปีนป่ายโบราณสถานหรือทำการใดๆ อันอาจเป็นเหตุให้เกิดความชำรุดเสียหาย หรือก่อให้เกิดความสกปรกและไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยแก่โบราณสถาน และวงเล็บ 6 ไม่กระทำการใดๆ ภายในเขตโบราณสถานอันเป็นที่น่ารังเกียจ หรือเป็นที่เสื่อมเสียต่อศีลธรรมอันดี หรือลบหลู่ดูหมิ่นต่อศาสนาและวัฒนธรรม หรือก่อความรำคาญแก่ผู้เข้าชมอื่นๆ อันมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ด้านนายนิคม กอศรีพร มัคคุเทศก์ ที่นำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าชมภายในวัดศรีชุมและชมความสวยงามของพระอจนะ กล่าวว่าทุกครั้งที่นำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่สวนใหญ่มาเป็นหมู่คณะ ตนในฐานะมัคคุเทศก์ก็จะชี้แจงและแจ้งกับนักท่องเที่ยวถึงความเหมาะสมในการเข้าชมการสำรมการให้เกียรติและการเคารพในสถานที่แก่นักท่องเที่ยวก่อนเข้าชมทุกครั้ง
ภาพ/ข่าว ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดสุโขทัย
