- 14 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องนางสาวพัชนก โพยนอก อายุ 23 ปี 196 หมู่ที่ 12 บ้านทุ่งโปร่งพัฒนา ต.กุดจิก อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นพยาบาลห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลหนองบัวลำภู และสืบเนื่องวันที่ 6 ก.พ.2561 ขณะลงเวรจะขับรถจักรยานยนต์จะกลับบ้านโดยในระหว่างรอสัญญาณไฟเขียวนั้น ก็ได้มีรถเก๋งยี่ห้อ นิสสัน อัลเมร่า สีขาว ทะเบียน กค 5091 หนองบัวลำภู มีนางวรรณนภสร ลากุล อายุ 38 ปี เป็นข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู เป็นผู้ขับขี่พุ่งเข้าชนด้านหลังของ น.ส.พัชนก ฯ ร่างกระเด็นลอยไปไกลเป็นสิบเมตร นอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน ได้รับบาดสาหัส ถุงม้ามแตก ต้องตัดม้ามทิ้ง และในวันนี้ พ.ต.ต.สุเนตร สรรพสมบัติ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู เจ้าของคดี ได้เชิญตัวคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย คือ น.ส.วรรณนภัสสร ลากุล คนขับรถเก๋งนิสสัน อัลเมร่า สีขาว ทะเบียน กค 5091 หนองบัวลำภู และ นางกุสุมา โตนชัยภูมิ อายุ 47 ปี คุณแม่ของน้องแพรว มาเจรจาเรื่องการจ่ายสินไหมทดแทน เป็นครั้งที่ สาม บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด โดยคู่กรณีทั้ง 2 ได้ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมงสรุปก็ยังตกลงกันไม่ได้ หลังจากนั้นพนักงานสอบสวน ได้ลงบันทึกประจำวัน และแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.วรรณนภัสสร ลากุล ว่าขับรถโดยประมาททำให้เฉี่ยวชนรถผู้อื่นทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส สั่งฟ้องส่งสำนวนไปที่สำนักงานอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู ก่อนวันศุกร์ ที่ 16 มี.ค.เพื่อพิจารณาต่อไป
โดยในวันนี้ นางกุสุมา โตนชัยภูมิ อายุ 47 ปี คุณแม่ของน้องแพรว ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ในวันนี้ตนเองได้มีนายคณิศร ขุริรัง ทนายความ มาเข้าร่วมฟังและว่าความให้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ตนเองก็ได้ลดความสินไหมลงมาเหลือที่ห้าแสนบาท แต่คุณครูก็ได้ต่อรองเหลือสามแสนห้าหมื่นบาท พร้อมซื้อมอเตอร์ไซด์คันใหม่ให้ แต่ตนเองไม่รับข้อเสนอ จึ่งอยากให้คู่กรณี สงสารลูกสาวที่ต้องโดนตัดม้ามทิ้ง ร่างกายผิดปกติไปจากคนทั่วไป และในสมองยังมีเลือดออกอยู่ และถ้าหากเกิดอาการแทรกซ้อนมา ใครจะมารับผิดชอบชีวิตของน้องแพรว บุตรสาว ตน อยากให้คุณครูแสดงความมีน้ำใจมากกว่านี้ ขณะที่นายจิรพล เกณฑ์กิจ ผู้จัดการบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จ.หนองบัวลำภู ได้กล่าวว่า เดินทางเข้ามาพบกับพนักงานสอบสวน เพื่อเจรจาจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนให้กับน้องแพรวทางบริษัทจะมอบเงินค่าสินไหมที่ต้องสูญเสียอวัยวะที่สำคัญ จำนวน 2 แสน 5 หมื่นบาท ซึ่งจะหักจากค่ารักษาพยาบาลแล้วจะคงเหลือที่ 1 แสน 7 หมื่นบาท เพื่อจะมอบเงินในส่วนที่ประกันภัยต้องจ่ายให้กับน้องแพรวต่อไป
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์คู่กรณีคือ นางสาววรรณนภัสสร ลากุล คนขับรถเก๋งได้กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเองก็เป็นห่วงน้องแพรวไม่เคยทอดทิ้ง เนื่องจากการเจรจาคุณแม่น้องแพรวได้พูดเรื่องเงินสูงไป แต่ตนเองสามารถเพิ่มให้ได้ สามแสนห้าหมื่นบาท พร้อมซื้อมอเตอร์ไซด์ใหม่ให้ แต่ก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ อยากให้สังคมรับฟังและให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย อยากให้มองตนเองใหม่ด้วย เพราะที่ผ่านมามีคนพูดใส่ร้ายตนเอง ตนเองได้ทำดีที่สุดแล้ว วอนสังคมเข้าใจ และต้องปล่อยให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพิจารณากันต่อไป
ภาพ/ข่าว วรรธนะ ทองดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.หนองบัวลำภู
