คนไทยไม่ทิ้งกัน!!!  หลายฝ่ายระดมช่วยภัยแล้งบ้านอาข่าดงยาง อย่างยั่งยืน(ชมคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ปัญหาขาดแคลนน้ำในหมู่บ้านอาข่า หมู่ 7 บ้านดงยาง – เปาปม ต.นาพูน อ.วังชิ้น จ.แพร่ ยังคงมีความรุนแรงหนักขึ้นเมื่อน้ำบาดาลเริ่มไม่ไหลแล้วในขณะนี้ หลังตกเป็นข่าวการขาดแคลนน้ำ หน่วยงานราชการต่างๆ โดยเฉพาะ ฝ่ายปกครองส่งนายสรวี วงศ์ปัญญาไว ปลัดประจำตำบลเป็นตัวแทนนายอำเภอวังชิ้น พ.ต.ท.ทนันเศรษฐ์ อาจโพธิ์ สวป.สภ.นาพูน ตัวแทนตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ร.ท.เจริญ พรหมสุวรรณ จากทหารม้าค่าย ม.พัน 12 อ.เด่นชัย นายบรรจง ใช้บุญโต ผอ.ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนอำเภอวังชิ้น นายปณิธี บุญสา นักวิชาการสาขาการจัดการชุมชน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ – แพร่ เฉลิมพระเกียรติ นางสาวสายรุ้ง ธรรมมี เลขานุการอาสาสมัครกรมน้ำบาดาลเขต 1 ลำปาง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางมาร่วมเวทีประชาคมเพื่อหาทางออกร่วมกันในการแก้ปัญหาภัยแล้งของชาวอาข่าบ้านดงยาง ให้อยู่อย่างปกติสุข เพื่อคืนความสุขให้ประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

นายอดิสร สีแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.นาพูน ได้ระดมความคิดเห็นของชาวอาข่า ซึ่งทุกครอบครัวต้องการหาทางออกในการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำกินและน้ำใช้ในครัวเรือน ซึ่งชาวอาข่าทั้ง 3 หย่อมบ้าน มีแนวทางต้องการให้ทางราชการเร่งหาทางออกในการจัดหาน้ำให้ชาวบ้านในช่วงขาดแคลนเพื่อให้ได้ใช้ตามอัตภาพ และ ควรเริ่มเร่งพัฒนาแหล่งน้ำอย่างใดอย่างหนึ่งให้กับชาวอาข่าอย่างยั่งยืน ซึ่งที่ประชุมได้ช่วยกันระดมความคิดเห็นและจะมีการประชาสัมพันธ์ผู้มีจิตศรัทธาเปิดรับบริจาคน้ำดื่ม และอุปกรณ์ต่างๆที่อยากช่วยเหลือในการแก้ปัญหาน้ำมายังหมู่บ้าน และ ทางอาสาสมัครกรมทรัพยากรน้ำ ฯ ได้รายงานไปยังกรมทรัพยากรน้ำเพื่อขอโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลมาตรฐานในชุมชนอาข่า

ทางนายปณิธี บุญสา นักวิชาการจากสาขาวิชาจัดการชุมชน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ – แพร่ เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า ปัญหาขาดแคลนน้ำของชาวอาข่า บ้านดงยาง เนื่องมาจากการอพยพมาอยู่ถิ่นที่อยู่ใหม่ไม่เกิน 20 ปีที่ผ่านมาที่ไม่ได้นำเอาความรู้จากวัฒนธรรมเดิมมาเลือกพื้นที่ตั้งหมู่บ้าน กอรปกับการทำไร่ที่ขาดการจัดการในรูปแบบจารีตโดยหันไปหาการปลูกพืชเชิงเดี่ยวล้วนๆ ทำให้สภาพป่าและความชุ่มชื้นของดินหมดไปเกิดปัญหาน้ำไม่เพียงพอซึ่งพบว่าน้ำใต้ดินก็หมดไปด้วย ถ้าจะมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำอย่างไรนั้น ชาวอาข่าบ้านดงยาง ต้องกลับมาทบทวนแนวคิดวัฒนธรรมเดิมในการหาจุดตั้งชุมชน เช่น ขุดบ่อประจำหมู่บ้าน การถือผี แล้วกลับมาทบทวนจะฟื้นฟูพื้นที่ที่แห่งแล้งนี้อย่างไร เท่าที่ดูพบว่าการทำลายสิ่งแวดล้อมรุนแรงมาก ทางสาขาจัดการชุมชน ม.แม่โจ้ – แพร่ ฯ น่าจะมาร่วมกับหน่วยทหารในการจัดการเตรียมพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว อาทิ เริ่มทำฝายมีชีวิต เพื่อชะลอน้ำให้ชุ่มลงใต้ดินมากๆ ปลูกป่าในพื้นที่ที่ทหารเข้ามายึดค้นพื้นที่และจัดระบบการเกษตรของชาวอาข่าใหม่ ซึ่งถ้าชาวอาข่ายินดีที่จะพัฒนาร่วมกัน หมู่บ้านก็จะมองเห็นทางออกในการจัดการน้ำบนภูเขาได้ นักวิชาการกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาภัยแล้งกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นใน อำเภอวังชิ้น อ.เด่นชัย และ อ.ร้องกวาง เนื่องจากป่ามีสภาพที่เสื่อมโทรม การกักเก็บน้ำไม่ดีทำให้น้ำในหลายลำห้วยแห้งแล้ว อย่างไรก็ตามการพัฒนาแหล่งน้ำยังคงเป็นแนวทางที่เกิดขึ้นจากผู้บริหาร นำลงไปให้มากกว่าให้ประชาชนร่วมกันคิดหาทางออกเพื่อจัดการน้ำที่ดีกว่านี้

ภาพ/ข่าว ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดแพร่