- 15 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วยน้องมุข สาวน้อยยอดกตัญญู-บริษัทสร้างบ้านยื่นมือช่วยปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้-หลังขอความช่วยเหลือผ่านศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช-ส่วนเงินลงทะเบียนรายงานตัวเรียนต่อระดับ ปวช.ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ไม่มีปัญหา กก.สมาคม ฯช่วยรับผิดชอบให้
จากกรณีที่ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการร้องเรียนเพื่อช่วยเหลือ น.ส. คนางค์ทิพย์ ทองดี หรือ “น้องมุข” อายุ 15 ปี ซึ่งเรียนกำลังจะจบชั้น ม. 3 โรงเรียนราชประขานุเคราะห์ 8 บ้านหน้าทัพ อ ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ต้องการจะเรียนต่อในระดับ ปวช. แต่เนื่องจากฐานะทางครอบครัวยากไร้ อาศัยอยู่กับนายวีระ ทองดี อายุ 41 ปี พ่อของน้องมุข ที่บ้านเลขที่ 175 หมู่ 6 ต ปากพูน อ เมือง จ นครศรีธรรมราช โดยน้องมุข เป็นเด็กยอดกตัญญูที่เพื่อนบ้านพากันยกย่องชื่นชมเนื่องจากรับภาระดูแลปรนนิบัติแม่ที่ประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากต้นขี้เหล็กจนกลายเป็นอัมพฤกษ์เมื่อ 8 ปีก่อน เพิ่งเสียชีวิตเมื่อไม่นานมานี้เอง ในขณะที่นายวีระ มีอาชีพรับจ้างทั่วไปมีรายได้วันละ 200-300 บาทต้องจ่ายหนี้นอกระบบในช่วงที่แม่น้องมุขป่วยเป็นอัมพฤกษ์ จึงไม่มีปัญญาจะส่งเสียให้เรียนต่อ ตามที่น้องมุขต้องการได้ แม้แต่บ้านที่อยู่อาศัยก็ไม่มีบานประตู หน้าต่าง เสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกายน้องมุข โดยในวันที่พ่อน้องมุขกลับบ้านดึกหรือรับจ้างทำงานกลางคืนเพื่อนบ้านต้องมานำตัวไปนอนที่บ้านเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับน้องมุขได้ จึงวิงวอนผู้ใจบุญยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยบริจาคเงินผ่านบัญชีสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(15 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีผู้ใจบุญจากทั่วประเทศโทรศัพท์เข้ามาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช และร่วมบริจาคเงินช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กลุ่มชมรมออฟโรดนครศรีธรรมราช ได้บริจาคเงินและสิ่งของผ่านนายวัฒนา สินธะ กรรมการสมาคมสื่อมวลชน และประธานชมรมออฟโรดนครศรีธรรมราช โดยสมาชิกชมรม ฯได้นัดหมายกันในช่วงบ้านวันอาทิตย์ที่ 18 มี.ค. 2561 นี้จะรวบรวมเงินและสิ่งของเดินทางไปเยี่ยมบ้านน้องมุขพร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือครอบครัวน้องมุขต่อไป
ทางด้านนายไพฑูรย์ อินทศิลา อุปนายกสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า หลังสื่อมวลชนนำเสนอข่าวมีผู้ใจบุญจำนวนมากโทรศัพท์มาสอบถามและร่มบริจาคเงินคนละเล็กละน้อยให้น้องมุข โดยในส่วนของค่าใช้จ่ายในวันที่น้องมุขจะเดินทางไปรายงานต่อเรียนต่อในระดับ ปวช.ที่สิทยาลัยสารพัดช่างนครศรีธรรมราชในวันแรกวันที่ 11 เม.ย. 2561 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500 ซึ่งตัวน้องมุขให้ความสำคัญและเป็นห่วงมากที่สุดนั้นคงหมดห่วงเพราะไม่ว่าจะได้รับบริจาคเงินจากผู้ใจบุญหรือไม่ ทางกรรมการสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราชได้รับเป็นภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวไปก่อนแล้ว
ดังนั้นเรื่องที่จะต้องดำเนินการต่อไปคือเรื่องการซ่อมแซมบ้าน โดยเฉพาะการติดบานประตู หน้าต่าง เพราะบ้านน้องมุขไม่มีบานประตู หน้าต่าง ใครก็สามารถเข้าไปได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างมากที่เด็กผู้หญิงวัยเริ่มสาวจะเสี่ยงนอนในบ้านที่ไม่มีประตู หน้าต่างเพียงคนเดียว เพราะบางครั้งพ่อกลับบ้านดึก โดยในวันอาทิตย์นี้ทางสมาคม ฯจะตรวจสอบว่ามีผู้ใจบุญโอนเงินเข้ามามาช่วยเหลือผ่านธนาคารกรุงไทย บัญชีสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราชมากน้อยแค่ไหน หากได้มากพอก็จะดำเนินการเรื่องการติดบานประตูหน้าต่างเป็นลำดับแรก ๆ และหากมีเงินมากพอก็จะปรับปรุงซอมแซมในส่วนอื่น ๆ ให้บ้านมีความแข็งแรง ทนทานและปลอดภัยกับผู้อยู่อาศัยและเก็บเงินที่เหลือไว้เป็นทุนการศึกษาของน้องมุขต่อไป
“ล่าสุดได้มีคุณปอ จากบริษัทรับ บีโฮม และสุขแก้ว รับสร้างบ้าน ติดต่อร่วมบุญโครงการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้น้องมุข ในเบื้องต้นจะให้ทางสมาคม ฯช่วยไปตรวจสอบว่านอกจากบานประตู หน้าต่าง หลังคา แล้วจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงซ่อมแซมในส่วนอื่น ๆ อะไรบ้างหรือไม่ และให้ช่วยวัดขนาดประตู หน้าต่าง เพื่อที่ทางคุณปอ และทีมงานจะได้จัดเตรียมบานประตู หน้าต่าง พร้อมวัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ ร่วมเดินทางเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้น้องมุขพร้อมกันในวันอาทิตย์ที่ 18 มี.ค. 2561 นี้ ซึ่งอย่าช้าภายในวัยพรุ่งนี้ (16 มี.ค.) ทางสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช จะนำคณะเข้าไปตรวจสอบว่าจะต้องปรับปรุงซ่อมแซมบ้านน้องมุขตรงไหนอย่างไรบ้าง รวมทั้งวัดขนาดบ้านประตู หน้าต่างที่จะต้องใช้เพื่อแจ้งให้ทางคุณปอ ทราบเพื่อจัดเตรียมวัสดุ สิ่งของได้ถูกต้องต่อไป.
ภาพ/ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช
ข่าว/ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
