- 15 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 15 มีนาคม 2561 เวลา 9.00 น.ที่ห้องประชุมมูลนิธิท้าวสุรนารี ชั่น 1 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายปรีดา เวทยาวงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะ ลงพื้นที่ร่วมกับ นายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กรมป่าไม้ สำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 จังหวัดนครราชสีมา สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดนครราชสีมา เทศบาลตำบลสุรนารี เร่งสางปัญหากรณีการใช้ประโยชน์ในที่ดินของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กว่า 887 ไร่ ซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านกว่าร้อยรายในพื้นที่กับมหาวิทยาลัยฯ ยืดเยื้อยาวนานเกือบ 30 ปี
พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เผยว่า วันนี้เป็นการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีข้อพิพาท การใช้ประโยชน์ที่ดินของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี กรณีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อปี 2532 กรมป่าไม้ได้อนุญาตให้ทบวงมหาวิทยาลัยใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยบ้านยาง เนื้อที่ 6,911 ไร่ 3 งาน 64 ตารางวา ตั้งอยู่ในตำบลไชยมงคล และตำบลสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อจัดตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี แต่มีพื้นที่บางส่วน ที่กรมป่าไม้ได้อนุญาตประมาณ 887 ไร่ ที่เกิดข้อพิพาทโดยชาวบ้าน ได้อ้างสิทธิที่ทำกินในบนที่ดินผืนนี้ ก่อนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีจะเข้ามาก่อตั้ง โดยมีเอกสารสิทธิ เช่น โฉนดที่ดิน ส.ค. 1 น.ส. 3 และไม่มีเอกสารสิทธิมาแสดง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน ลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบแนวเขตที่ดิน และเปิดโอกาสให้ชาวบ้าน ได้เข้ามาแสดงเอกสารสิทธิ์ แต่ก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ เนื่องจากความไม่ชัดเจนของระวางแนวเขต การใช้ประโยชน์ที่ดินขอมหาวิทยาลัย กับ สิทธิของชาวบ้า ที่ครอบครองที่ดินบริเวณพื้นที่นี้ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ยังประสบกับปัญหาความไม่คล่องตัว ในด้านบริหารกิจการมหาวิทยาลัย จากการใช้ประโยชน์ในที่ป่าสงวนแห่งชาติผืนนี้ เพราะเงื่อนไขแนบท้ายประกาศกรมป่าไม้ ที่กำหนดให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เข้าใช้ประโยชน์ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งในการขอใช้ประโยชน์ในที่ดินครั้งใหม่ในปี พ.ศ.2562 มหาวิทยาลัยฯ ได้มีแผนดำเนินการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ 887ไร่ที่มีปัญหาอยู่ด้วย
สำหรับสรุปผลการประชุมในวันนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอแนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 3 มาตรการคือ 1. ขอให้จังหวัดนครราชสีมาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการตรวจสอบพิสูจน์เอกสารสิทธิและการถือครองที่ดินของชาวบ้าน ที่เข้าทำประโยชน์ในที่ดินเป็นรายๆไป พร้อมทำระวางแผนที่ผู้ครอบครอง โดยลงพิกัดและรายละเอียด ว่าเป็นเอกสารสิทธิประเภทใด ใครเป็นผู้ครอบครอง และครอบครองเนื้อที่เท่าใด เพื่อจำแนกผู้ถือครองที่ดินระหว่างผู้มีเอกสารสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย และผู้ไม่มีเอกสารสิทธิ 2. ขอให้จังหวัดร่วมกับเทศบาลตำบลสุรนารีสำรวจและตรวจสอบประชาชนผู้ถือครองที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ และส่งข้อมูลให้กรมป่าไม้เพื่อนำไปหาแนวทางบริหารจัดการแก้ไขปัญหาของประชาชนผู้ยากไร้เพื่อให้มีที่ดินทำกินภายใต้โครงการของรัฐ 3. ขอให้ม.เทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ประสานกรมป่าไม้เพื่อพิจารณาคำขออนุญาตการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ของ มทส.เพื่อให้การบริหารกิจการของมหาวิทยาลัยได้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป
ภาพข่าว นายมานะ แย้มจะบก ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครราชสีมา
