- 15 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานงานจากพระเทพชลธารมุนี เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี เจ้าอาวาสวัดบางพระราชวรวิหาร ว่าในกรณีที่ผู้รับเหมาติดตั้งไฟฟ้าระบบแอลอีดี ติดตั้งไฟพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งที่วัดบางพระราชวรวิหาร ที่เขาพระบาทบางพระ ที่พุทธมณฑลในพื้นที่อำเภอบ้านบึงรวม3แห่ง และทางผู้รับเหมาได้ไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรม อำเภอศรีราชา ว่าได้ไปติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในวัดทั้ง3แห่งเป็นเงินจำนวน1ล้านบาทเศษ และการไปร้องศูนย์ดำรงธรรมอำเภอศรีราชามีสื่อมวลชนบางแห่งไปทำข่าวและนำไปออกข่าวไปนั้น ไม่เป็นความจริงเนื่องจากทางวัดได้มีหนังสือจากศาลแขวงชลบุรี ที่ได้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ดังกล่าว ได้ศาลได้ยกฟ้องกรณีที่ทางผู้รับเหมาได้ร้องให้ทางพระเทพชลธารมุนี เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี
และเจ้าอาวาสวัดบางพระราชวรวิหาร ให้ชดใช้เงินจำนวนดังกล่าว ซึ่ง ทางผู้รับเหมายังได้ไปร้องที่เจ้าคณะภาค 13 ซึ่งรับผิดชอบเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งทางคณะกรรมการวัดบางพระราชวรวิหาร ก็ได้นำเอกสารทั้งหมดส่งไปให้ตรวจสอบแล้วซึ่งไม่ปรากฏว่าทางวัดนั้นไม่ได้ผิดสัญญาแต่ประการใด และเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ทางผู้รับเหมาก็ยังได้ไปร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอศรีราชา และปรากฏข่าวที่ออกไปของสำนักข่าวหลายแห่ง ทำให้ทางวัดบางพระราชวรวิหารและทางเจ้าอาวาสเสื่อมเสียชื่อเสียงและได้รับความเสียหาย เนื่องจากผู้สื่อข่าวนั้นไม่มาสอบถามรายละเอียดกับทางวัดเลยสักนิดเดียวทำข่าวแค่ฝ่ายเดียว จึงขอตำหนิในการทำข่าวในครั้งนี้ซึ่งก็จะปรึกษาทางทนายเพื่อหาทางดำเนินการกับทางผู้สื่อข่าวที่นำเสนอข่าวพาดพิงกับทางวัดและทางเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี
ส่วนทางผู้รับเหมานั้น ทางคณะกรรมการวัดได้แต่งตั้งนิติกร ของวัดให้ดำเนินคดีกับทางผู้รับเหมารายนี้แล้วเนื่องจาก ทางผู้รับเหมา ได้รับเงินไปจาก พระเทพชลธารมุนี ประธานมูลนิธิ ไปแล้วเป็นเงิน876,000บาท เป็นค่าดำเนินการก่อสร้างระบบไฟทั้งหมด แต่ปรากฏว่าทางผู้รับเหมา ได้นำอุปกรณ์ ที่นำมาติดตั้งและจากการทำงานของผู้รับเหมาที่บกพร่องทำให้ระบบไฟไม่สามารถใช้งานได้และทิ้งงานไม่เข้ามาทำการแก้ไขงาน ซึ่งทางวัดให้มาดำเนินการแก้ไข แต่ทางผู้รับเหมาก็ได้บ่ายเบี่ยง ทำให้ประชาชน ที่เข้ามาร่วมงานวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาในช่วงกลางคืนไม่มีแสงสว่าง ซึ่งอาจจะทำให้ประชาชนได้รับอันตรายในการประกอบพิธี ที่มูลนิธิพุทธมณฑล จังหวัดชลบุรี โดยพระเทพชลธารมุนี ประธานมูลนิธิ ต้องว่าจ้างบุคคลภายนอกเข้ามาทำงานเป็นเงินค่าจ้างทั้งหมด จำนวน400,000บาท พร้อมค่าเสียหายอีกจำนวน200,000บาท นับจากวันที่3 พฤษภาคม2560 จนถึงปัจจุบัน รวมเป็นเงิน630,000บาท ซึ่งในช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงรวบรวมเอกสารและจะเข้าสู่ขบวนการตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว ชำนาญ ใจเอื้อ ผูสื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชลบุรี
