ชาวบ้านปางมะโอได้เฮ!!! หลังที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ รุดแก้ปัญหาที่ดิน การไม้สักสวนป่า (ชมคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 15 มีนาคม 2561 ที่วัดบ้านปางมะโอ หมู่ 12 ต.แม่พุง อ.วังชิ้น จ.แพร่ นายธีระ วงษ์เจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พลเอกธนศักดิ์ เก่งถนอมม้า คณะทำงานรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่บ้านปางมะโอ เพื่อดูข้อมูลปัญหาการถือครองที่ดินและการทำการเกษตรสวนป่าไม้สักและสวนผลไม้ มีอุปสรรคทางกฎหมาย โดยเฉพาะสวนป่าไม้สัก ไม่สามารถตัดไม้สักจำหน่ายได้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ออกใบอนุญาตเนื่องจากเอกสารสิทธิ์ สปก.4-01 ทับซ้อนกับที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ในขณะที่ทางการการเองได้เข้าไปส่งเสริมปลูกสวนป่าให้กับประชาชนในการส่งเสริมรายได้ แต่ไม้สักเจริญเติบโตจนอายุถึง 24 ปีแล้ว กลับตัดไม้ไม่ได้โดยทางราชการไม่ออกใบอนุญาต สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ คือ นางสมพร ทองทั่ว รองเลขาธิการ สปก. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ มีนายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ นายภูษิต พรหมมาณพ ผอ.ส่วนกำหนดเขตที่ดินป่าไม้ นายจรัญ มากสมบูรณ์ ผอ.ส่วนอนุญาตไม้และของป่า สำนักการอนุญาต กรมป่าไม้ พร้อมด้วยนายพงษ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ลงพื้นที่ไปพร้อมกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ข้อมูลและหาทางออกร่วมกับชุมชน

ต่อคณะที่ปรึกษา รมช.กระทรวงเกษตรฯ ได้เข้าดูพื้นที่เกษตรที่ชาวบ้านถือครองมานานก่อนออกกฎหมาย มีการปลูกไม้สักเป็นจำนวนมาก และ ไม้ผล รวมถึงนาข้าว จากนั้นได้พบประชาชนนับ 1,000 คนที่ลานวัดปางมะโอ โดยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้พยายามให้ข้อมูลต่อคณะที่เดินทางมารับฟัง โดยเฉพาะปัญหาที่ดินที่ออกเอกสารสิทธิ์ สปก.4-01 และการส่งเสริมปลูกป่าไม้สักเป็นพืชเศรษฐกิจโดยกรมป่าไม้ แต่พออายุได้ 24 ปี ไม่สามารถตัดได้ ซึ่งนายรณเกียรติ คำน้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 15 บ้านแม่พุงหลวง ต.นาพูน อ.วังชิ้น กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวไม่เพียงที่บ้านปางมะโอเท่านั้นแต่ปัญหานี้ได้ลุกลามไปทั้งภาคเหนือ ขอให้ทางราชการแก้ไขอย่างจริงจังและเป็นระบบ ในการร่วมแก้ปัญหาครั้งนี้มี ตัวแทนจาก สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ เข้าร่วมฟังด้วย

จากการพูดคุยทุกฝ่ายจนมีทางออกในการช่วยเหลือชาวบ้าน โดยเฉพาะปัญหาเฉพาะหน้าคือเรื่องการปลูกไม้สักสวนป่าแล้วตัดไม่ได้ นายพงษ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้สรุปแนวทางให้เกิดการแก้ไขโดยเร่งด่วนดังนี้ พื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ สปก.4-01 สามารถขออนุญาตได้โดยตรงทางจังหวัดจะกำชับให้เจ้าหน้าที่ทำงานให้อย่างรวดเร็ว ประการต่อมาคือ พื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ สปก. 4-01 แต่มีแนวป่าไม้ที่ออกกฤษฎีกาในปี 2552 ทับซ้อน จะมีการเดินสำรวจในรูปกรรมการเพื่อดูพื้นที่จริงแล้วจึงนำไปสู่การอนุญาต ประการที่ 3 พื้นที่ปลูกไม้สักของชาวบ้านที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่อยู่ในพื้นที่ทำกินที่ทำมานานก่อนกฎหมายออก ก็จะใช้มาตรการตรวจสอบโดยคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นแล้วนำไปสู่การแก้ไขแล้วแต่กรณีไป ส่วนกฎหมายที่ทับซ้อน จะมีการยกเลิกกฤษฎีกา โดยเฉพาะแนวเขตป่าไม้ในปี 2552 ที่มีการกำหนดอย่างผิดพลาดจะทำการยกเลิก และอนาคตจะมีการใช้แผนที่เดียวกันทุกหน่วยงานทั้งประเทศต่อไป หลังจากที่ประชาชนทราบแนวทาง ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกพอใจกับข้อตกลงที่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่ ในมุมมองของสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ที่เข้ามาร่วมหนุนเสริมชาวบ้านในด้านข้อมูลกล่าวด้วยว่า ยังคงต้องติดตามแนวทางการทำงานของทางราชการที่อาจไปไม่ถึงเป้าหมายเนื่องจากประการใดก็ตาม ประชาชนต้องตั้งคณะทำงานติดตามต่อเนื่อง

ภาพ/ข่าว ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดแพร่