- 18 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 18 มีนาคม 61 เวลา13.30 น. ที่บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 หัวหน้าโครงการกองร้อยน้ำหวานอาสาจราจร ภ.4 ได้มาเป็นประธานเปิด การฝึกอบรมกองร้อยน้ำหวานอาสาจราจร ของตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี โดยมี พ.ต.อ.ธวัชชัย ถุงเป้า รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ,พ.ต.อ.สรรธาน อินทรจักร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ,พ.ต.อ.อานนท์ นามประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ผู้รับผิดชอบโครงการฯ ให้การต้อนรับ
คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ( สสส.) }คณะทำงานสนับสนุนป้องกันอุบัติเหตุ จราจร (สอ.จร) ได้ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่าง สสส. และตำรวจภูธรภาค 4 ในโครงการลดอุบัติเหตุจราจรทางถนนแบบมีส่วนร่วม ตำรวจภูธร ภาค 4 ' โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและนำข้อมูลจากการสอบสวน แบบสหวิชาชีพมาวิเคราะห์ เพื่อนำผลไปกำหนดเป็นแนวทางในการป้องกัน แก้ไขปัญหา และลดอุบัติเหตุทางถนนซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของคนไทย
สำหรับทางตำรวจภูธรภาค 4 ได้จัดทำโครงการดังกล่าว เป็นการนำร่องในพื้นที่ 6 จังหวัด คือจังหวัดร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มุกดาหาร เลย หนองคายและจังหวัดอุดรธานี ซึ่งจังหวัดอุดรธานีก็เป็น 1 ใน 6 จังหวัดนำร่องและเป็นจังหวัดที่ 5 ที่ดำเนินการโครงการกองร้อยน้ำหวานอาสาจราจร และต่อไปก็จะไปดำเนินการโครงการฯ ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ และจะทำการขยายพื้นที่จัดทำโครงการไปให้ครบทุกจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบตำรวจภูธรภาค 4 เพราะทาง สสส.ได้ประเมินผลการดำเนินการโครงการฯแล้วพบว่าบรรลุผลและมีความพึงพอใจในการดำเนินการที่ผ่านมา คาดว่าตำรวจภูธรภาค4 จะได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการฯในเร็วๆนี้
พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 4 กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดโครงการฯนี้ทางตำรวจภูธรภาค 4 ได้นำเอาตัวเลขสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนของปี พ.ศ. 2558-2559-2560 มาสำรวจตรวจสอบดู พบว่ามีตัวเลขสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงมาก เฉลี่ยต่อปีมากกว่า 1,600 ราย เฉลี่ยต่อเดือน 140 รายและเฉลี่ยรายวันตก 5 ราย/วัน ถือว่าเป็นตัวเลขสูงมากและความสูญเสียก็สูงมาก จึงเกิดความคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะทำให้การเกิดอุบัติเหตุลดลง จึงได้ประสานงานไปยังทั้ง 2 หน่วยงานดังกล่าวเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณ
ทั้งนี้ที่ผ่านเมื่อปี พ.ศ. 2557 ทางคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ( สสส.), คณะทำงานสนับสนุนป้องกันอุบัติเหตุจราจร (สอ.จร) เคยให้การสนับสนุนงบประมาณให้การอบรมในลักษณะเดียวกันนี้ แต่เป็นการอบรมแก่ให้แก่ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว สำหรับในการดำเนินงานในครั้งนี้เป็นการให้การฝึกอบรมสำหรับบุคคลที่เป็นอาสาผู้หญิงที่มาจาก 4 อำเภอคือ อ.เมือง ,อ.กุมภวาปี ,อ.โนนสะอาด และ อ.หนองหาน
โดยการเกิดอุบัติเหตุใน 3 ปีที่ผ่านมานั้น ถือว่าเป็นความสูญเสียที่เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสียหายกับครอบครัวมาก ซึ่งมักจะเกิดขึ้นจากความที่คนไม่มีระเบียบวินัย ไม่มีความรู้เรื่องของกฎหมายจราจร ความประมาท ไม่มีจิตสำนึกทางสังคม และส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้แก่รถจักรยานยนต์ ที่ผู้ขับขี่เมาสุราแล้วขับขี่ ประมาท ไม่สวมหมวกนิรภัย จึงเกิดโครงการนี้ขึ้นมา
พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าวต่อว่า การแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรทางถนนในชุมชนไม่สามารถทำได้ด้วยเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายเดียวเท่านั้น ตำรวจภูธรภาค 4 จึงมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาด้วยการให้ชุมชนจัดการจราจรโดยชุมชนเอง ซึ่งจะมีการฝึกอบรมแกนนำหญิงในชุมชนให้เป็นอาสาจราจรหญิง หรือ กองร้อยน้ำหวาน จำนวน 6 กองร้อย นำร่อง จังหวัดละ 1 กองร้อย รวมทั้งสิ้น 600 คน ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานจราจร กองร้อยน้ำหวานจะเข้าไปช่วยกวดขันพฤติกรรมการขับขี่ ซึ่งชุมชนเองจะต้องมีการวางกฎเกณฑ์กติกาในด้านจราจรร่วมกัน มีชุดเคลื่อนที่เร็วในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ มีสายตรวจวินัยจราจร ต้องสนับสนุนให้ท้องถิ่นสร้างคนในชุมชนขึ้นมาร่วมแก้ปัญหา
ซึ่งต่อไปในชุมชนแต่ละแห่ง แต่ละพื้นที่นอกจากที่จะมีตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทำหน้าที่ในการกวดขันอุบัติเหตุแล้วก็จะมีกองร้อยอาสาจราจร ทำหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการทำงาน ซึ่งเชื่อว่ากองร้อยน้ำหวานฯนี้จะช่วยไม่ให้เกิดความรุนแรงได้ เพราะผู้ทำผิดคนไทยเห็นผู้หญิงแล้ว จะใจเย็นมากขึ้น นอกจากนี้แล้วในเทศกาลที่สำคัญๆของไทยต่างๆเช่นเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ ตนเองได้มีความคิดให้ เดือนเมษายน ทั้งเดือนเป็นเดือนแห่งความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน และมีวินัยในการจราจรทั้งเดือน และหวังจะให้ลดอุบัติเหตุลงให้ได้30 %
ในการฝึกอบรมกองร้อยน้ำหวานอาสาจราจร ของภูธรจังหวัดอุดรธานีนั้น ปรากฏว่ามีบุคคลที่มีอาชีพหลายอาชีพ โดยมากแล้วเคยมีประสบการณ์เป็น อพ.ปร.มา บางคนเป็นมากว่า 10 ปี มีการฝึกภาคเทคนิค ในการให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจร และภาคปฏิบัติ ฝึกสมรรถภาพทางร่างกายระเบียบวินัย ความอดทน และ การให้สัญญาณจราจร
นางทองมี ขาวสวนจิตร์ อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 169 ม.การ 8 บ้านศรีสวัสดิ์ ต.โพศรี อ.โนนสะอาด จ.หวัดอุดรธานี กล่าวว่า การที่ตนเองได้สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกกองร้อยน้ำหวานอาสาจราจร ครั้งนี้ เพราะอยากมีความรู้ และตนก็เป็น อพ.ปร.ทำหน้าที่ช่วยเหลือทางราชการอยู่แล้ว แม้ว่าจะอายุมากถึง 65 ปี ก็ยังสู้ มีความมั่นใจว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่อาสาได้ ทั้งนี้เพื่อนๆที่มาจากตำบลเดียวกันมีอายุน้อยกว่าตนทุกคน แต่ตนเองก็ไม่ท้อ ถึงแม้ว่าอายุแต่หัวใจสู้เกินร้อย ดังกล่าว
กฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุดรธานี
