- 19 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 19 มีนาคม 61 ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานีได้มีตัวแทน ชาวบ้าน หนองหล่ม หมู่ที่ 15,หมู่ที่ 3 บ้านหนองหล่ม ตำบลหนองเหล่า อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี กว่า 20 คน ได้รวมตัวถือป้ายเขียนข้อความประท้วงขับไล่ นายนายจัด นามแสน ผู้ใหญ่บ้านหนองหล่ม หมู่ที่ 15 เช่น ผู้ว่าอุบลฯช่วยยายด้วย ยายไม่เอาผู้ใหญ่บ้าน เข้ามาทำงานเป็นผู้นำที่ขาดคุณธรรม, ออกไป ออกไป เราไม่ต้องการผู้ใหญ่บ้านขี้โกง, เอาเงินสงฆ์คืนมา , วอนผู้หลักผู้ใหญ่ช่วยตรวจสอบด้วย ผู้ใหญ่บ้านโกงเงินวัดเอาเปรียบชาวบ้าน เป็นต้น และยื่นหนังสือร้องเรียนกับนางวัชรี มีสารี ปลัดอาวุโส อ.ม่วงสามสิบ
นางเกษราภรณ์ นิยมการ ตัวแทนชาวบ้านหมู่ที่ 15 กล่าวว่า ได้รวมตัวกันมายื่นหนังสือร้องเรียนกับทางอำเภอม่วงสามสิบ เพราะมีความประสงค์ที่จะให้ทางอำเภอได้ตรวจสอบพฤติกรรมนายนายจัด นามแสน ผู้ใหญ่บ้านหนองหล่ม หมู่ที่ 15 เนื่องจากประพฤติตัวไม่เหมาะสม และบริหารงานไม่โปร่งใส สร้างความแตกแยกในหมู่คณะ แบ่งพรรค แบ่งพวก ขาดความสามัคคีปรองดองซึ่งกันและกัน โดยได้ยักยอกเงินโครงการต่างๆในหมู่บ้าน มีการปกปิดเงินโครงการต่างๆไม่ชี้เคยแจงให้ชาวบ้านรับรู้ ทำงานด้วยความไม่โปร่งใส โดยเฉพาะเงินโครงการ 9101ที่เป็นค่าแรงชาวบ้านถูกผู้ใหญ่บ้านขอเรียกเก็บเงินคืนจากค่าแรงชาวบ้านคนละ 300-900 บาท จึงขอให้ทางอำเภอได้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายนายจัด นามแสน ตามข้อร้องเรียนทั้งหมด
ด้านพระอสิการ ปราโมทย์ เจ้าอาวาสวัดหนองหล่ม หมู่ที่ 3 ต.หนองเหล่า เปิดเผยว่า ได้เดินทางมาร้องเรียนนายสง่า ปลุกใจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านหนองหล่ม กับทางอำเภอม่วงสามสิบ กรณีนำเงินของวัดไปฝากโดยใช้ชื่อ นามสกุลของญาติพี่น้องไปเปิดบัญชีธนาคาร โดยทางวัดและคณะกรรมการของวัดไม่มีส่วนรู้เห็น ส่งเรื่องร้องเรียนไปตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบันเรื่องก็ยังเงียบ ช่วงที่ร้องเรียนใหม่ๆ ทางอำเภอม่วงสามสิบก็ไกล่เกลี่ยโดยนายอำเภอได้สั่งการทางวาจาให้ผู้ใหญ่บ้านนำเงินที่ชาวบ้านบริจาคจำนวน 7 หมื่นบาท คืนให้กับทางวัด แต่ทางผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ก็ไม่ปฏิบัติตาม และพึ่งมาทราบว่าเรื่องที่ร้องไปเมื่อปี 2558 หายหมดแล้วเจ้าหน้าที่บอกให้ร้องใหม่ ......เอวัง .....!!!!!!!!!
“ที่ผ่านมา ทางวัดได้ติดตามทวงถามที่อำเภอม่วงสามสิบมาโดยตลอด แต่ เจ้าหน้าที่ก็ปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือ แถมบอกให้ไปร้องที่จังหวัด หรือจะทำอะไรก็เชิญ ปัจจุบันเงินของทางวัดที่ญาติโยมบริจาคก็ยังไม่ได้คืน ซึ่งหลังจากทางอำเภอได้ไกล่เกลี่ยระหว่างผู้ใหญ่บ้านกับทางวัดตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา เรื่องก็น่าจะจบ ต่อมาก็มีคำพูดหยาบคาย เสียดสีพระ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเกิดขึ้น สิ่งที่น่าเกลียดที่สุดไม่น่าเกิดขึ้นกับพระก็คือ มีการเอาอุจจาระแอบมาใส่ในบาตรตอนกลางคืน บางครั้งก็เอาชุดชั้นในของผู้หญิงมาทิ้งไว้ตามกุฏิพระและ สามเณร ซึ่งทั้งหมดนี้น่าจะเป็นพฤติกรรมคนที่ถูกร้องเรียน”
นางวัชรี มีสารี ปลัดอาวุโส อ.ม่วงสามสิบ กล่าวภายหลังรับหนังสือร้องเรียนไว้ว่า ขอเวลาให้ทางอำเภอได้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ตามข้อร้องเรียนทั้งหมดก่อน เพื่อจะได้เร่งดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งชาวบ้านที่มาร้องเรียนได้รับคำชี้แจงแล้วต่างพอใจ จึงพากันเดินทางกลับในช่วงบ่ายวันเดียวกัน
ข่าว/ภาพ จิรวัฒน์ บุญจอง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดอุบลราชธานี
