- 20 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อ 20 มีนาคม 61 ที่เทศบาลตำบลขี้เหล็ก อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้มีชาวบ้าน 5 หมู่บ้าน กว่า 100 คน ประกอบไปด้วย หมู่ที่ 2 บ้านสันคะยอม หมู่ที่ 3 บ้านน้ำริน หมู่ที่ 4 บ้านน้ำซาว หมู่ที่ 5 บ้านต้นขาม และหมู่ที่ 7 ปากทางสะลวง นำโดยนายเฉลิมชัย กันทะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ต.ขี้เหล็ก นายอิทธิพล มาลา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 7 เดินทางมาเพื่อเข้ายื่นหนังสือ และรายชื่อชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า 300 รายชื่อ ต่อนายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่ริม ในฐานะผู้รับผิดชอบ ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอแม่ริม หลังจากชาวบ้านเคยร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอก่อนหน้านี้ กรณีโรงงานของ บริษัท พรีเซิร์ฟ อะโกร โปรดักส์ จำกัด เลขที่ 91/1 หมู่ที่ 2 บ้านสันคะยอม ต.ขี้เหล็ก อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตข้าวโพดแช่แข็งส่งออก ปล่อยน้ำเน่าเสียไหลลงคลอง และส่งกลิ่นเหม็น จนชาวบ้านในหลายหมู่บ้านเดือดร้อนจากกลิ่น และเสียงเครื่องจักรของโรงงาน รวมทั้งโรงเรียนสันคะยอม ที่มีเด็กนักเรียนกว่า 400 คน ก็เดือดร้อนไปด้วย และมีชาวบ้านหลายคนเกิดผดผื่นขึ้นตามร่างกาย และเกรงว่าการดินในการทำผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่เสียหายจากสารเคมี ซึ่งชาวบ้านร้องเรียนทางเทศบาลตำบลขี้เหล็กมาหลายครั้ง เมื่อเข้าตรวจสอบก็ดีขึ้นไม่นาน ก็เหมือนเดิมอีก จึงอยากให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าจัดการอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเดือดร้อนในระยะยาว
ต่อมา นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่ริม ได้เชิญชาวบ้านทั้งหมดเข้าร่วมประชุมที่ ห้องประชุม ชั้น 2 ของเทศบาลตำบลขี้เหล็ก โดยมีตัวแทนเจ้าหน้าที่ทหาร กล.รส.เชียงใหม่ มทบ.33 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ริม เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ ปลัดเทศบาลตำบลขี้เหล็ก โดยนายบุญญฤทธิ์ ชี้แจงว่า หลังจากทางอำเภอทราบเรื่อง เมื่อวานนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบมาแล้ว ทราบว่าชาวบ้าน และเด็กนักเรียนได้รับความเดือดร้อน จริง จากลิ่นเน่าเสียจากโรงงาน และส่งผลให้ผิวหนังเกิดความระคายเคือง ต่อไปคงต้องดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมาย ในคดีอาญา พ.ร.บ.สาธารณสุข และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยีงมีกรณีที่เกี่ยวกับด้านปกครองเกี่ยวกับโรงงาน และดูว่าที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการเป็นตามกฎหมายหรือไม่
นายทะนง จันทร์หอม ชาวบ้านหมู่ที่ 2 เป็นตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า แม้ว่าทางภาครัฐเคยไปประชาคมไทยนิยมยั่งยืนเมื่อเร็วๆนี้และชาวบ้านแสดงความเดือดร้อน ก้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ และโรงงานก็แก้ไขจนดีขึ้นและกลับมาส่งกลิ่นเหม็นอย่างเดิม โดยชาวบ้านหลายคนที่เป็นเกษตรกรมีผดผื่นขึ้นตามผิวหนัง ซึ่งชาวบ้านแต่ละคนไม่เคยไปตรวจสุขภาพจึงไม่ทราบว่าร่างกายได้รับสารเคมีอื่นๆในร่างกายด้วยหรือไม่ อีกทั้งการทำการเกษตรเช่นการปลูกข้าว และพืชผักไม่ประสบความสำเร็จ รวมทั้งบางพื้นที่ยังมีปลาลอยตายจากนน้ำสีดำที่ปล่อยมาจากโรงงาน ซึ่งโดยรวมมีผลกระทบกับชาวบ้าน รวมทั้งเด็กนักเรียนของโรงเรียนบ้านสันคะยอมซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงงานประมาณ 50 เมตร จากกลิ่นเหม็นจากการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะส่งผลกระทบกับโครงสร้างเรื่องกรดและด่างของดินทำการเกษตรในอนาคตหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีผลกระทบจากเสียงเครื่องจักร ของโรงงาน ที่ทำงานตั้งแต่ 05.00-22.00 น.และคอมแอร์เก็บความเย็นทำงานตลอด 24 ชั่วโมง สร้างเสียงรบกวน นอนไม่หลับ ต้องสะดุ้งตื่น เป็นแบบนี้ 365 วันต่อปี
ชาวบ้านหลายคนยังกล่าวว่า กลิ่นที่โชยมาจากโรงงานนั้น มีกลิ่นเหม็นเหมือนกับขี้เป็ด ขี้ไก่ หรือปลาร้าเน่า ที่สร้างความเครียด เกิดตาบวม ตาแดง อึดอัด หายใจแสบหน้าอก บางคนออกไปทำนาถึงกับเป็นลมฟุบก็มี เวลาอยู่ในบ้านต้องใช้พัดลมไล่อากาศออกนอกบ้าน และก่อนการตั้งโรงงานดังกล่าว ไม่เคยมีการประชาพิจารณ์กับชาวบ้าน จึงขอให้ทางราชการใช้กฎหมายเข้าไปจัดการ นอกจากนี้ตัวแทนครูโรงเรียนบ้านสันคะยอมยังเผยว่า ทางโรงงานเคยเสนอเงินสนับสนุนให้ทางโรงเรียน เดือนละ 5,000 บาท แต่ทางโรงเรียนปฏิเสธไม่ขอรับ ทั้งนี้ชาวบ้านยังบอกว่าจะรวมตัวเดินหน้าคัดค้านต่อไป ซึ่งช่วงหนึ่งในที่ประชุมชาวบ้านทั้งหมดยกมือสนับสนุนให้ใช้กฎหมายจัดการอย่างเด็ดขาด
ทางด้าน นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่ริม พร้อมคณะได้เข้าตรวจสอบโรงงานอีกครั้ง ซึ่งพบว่าเป็นโรงงานขนาดใหญ่ มีข้าวโพดอยู่ในเข่งรอเข้าสู่กระบวนการจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการขายสร้างโรงเก็บสินค้าแช่แข็งขนาดใหญ่อีก 2 โรง มีบ่อบำบัดน้ำเสียอยู่ 3 บ่อ บริเวณท้ายโรงงานซึ่งอยู่ติดกับที่นาของชาวบ้าน ซึ่งจากการสังเกตพบว่ามีบ่อบำบัดที่มีน้ำสีดำ และส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง นายบุญญฤทธิ์ ยังกล่าวว่า เมื่อได้มาตรวจโรงงานพบว่า เป็นความหนักหนาสาหัสที่ชาวบ้านได้รับ ทั้งกลิ่น เสียง และผลกระทบต่อสุขภาพ เท่าที่ตรวจสอบมีความผิดเกี่ยวข้องกับหลาย พ.ร.บ. ทั้งกฎหมายอาญา สาธารณสุข และมลภาวะต่างๆ เบื้องต้นทางเทศบาลตำบลขี้เหล็กได้ออกคำสั่งให้ทางโรงงานปรับปรุงภายใน 7 วัน หากดำเนินการไม่ได้คงต้องดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งอาจจะถึงขั้นต้องมีการสั่งปิดโรงงาน
นายภาณุ มหัทธโนบล เจ้าของและกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้ครอบครับตนซื้อต่อมาจากโรงงานเดิมที่ทำผักดอง ได้ประมาณ 7 ปี ที่ผ่านมา ปัจจุบันทางโรงงานทำการผลิตข้าวโพดแช่แข็งส่งออก เดือนละประมาณ 300-400 ตัน ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้น ทางผู้บริหารยอมรับผิดทุกกรณี โดยทางโรงงานจะต้องรีบแก้ไขเรื่องการบำบัดน้ำเสีย การระบายลงคลอง ซึ่งโรงงานตั้งอยู่บริเวณนี้ ต้องดูแลชาวบ้านไปด้วยกัน ซึ่งตนเองรีบบินมาจาก กทม.เพื่อมาแก้ไขปัญหาให้จบ โดยการบูรณาการการทำงานหลายฝ่าย สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากระบบที่นำมาใช้ในโรงงาน ซึ่งเป็นระบบที่ดี แต่ทีมงานอาจจะไม่ได้รับการเทรนนิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ไม่เป็นไปตามระบบที่วางไว้ จึงเกิดปัญหา เบื้องต้นจะนำน้ำเสียในบ่อบำบัดออกโดยจะจ้างบริษัทมาขนไปทิ้งที่ปลอดภัย และจะรีเซ็ทระบบใหม่ ทั้งเรื่องเชื้อในการบำบัดให้เข้าที่ และเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเดือดร้อนต่อไป.
ภาพ/ข่าว นพนิวัตร์ ไกรฤกษ์ ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ จ.เชียงใหม่
