- 22 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีนางประไพนี อาทิกร อายุ 57 ปี ชาว อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ หนังสือร้องทุกข์ต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์ดำรงธรรม อ.เขาวง ในโอกาสเดินทางตรวจราชการที่ อ.เขาวง เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2560 หลัง น.ส.วารีรัตน์ สำเร็จงาน อายุ 37 ปี ลูกสาวถูกตำรวจยะลา นำหมายศาลมาจับกุมและควบคุมตัวไปคุมขังในเรือนจำ จ.ยะลา ซึ่งน้องมิวสิคลูกชาย ได้เขียนจดหมายระบายความในใจถึงแม่ สร้างความสะเทือนใจให้กับเพื่อนบ้าน กระทั่งนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่เรือนจำ จ.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่ยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ ประสานงานกับเรือนจำ จ.ยะลา เปิดวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ให้น้องมิวสิคได้พบแม่ โดยเมื่อวานนี้ (21 มี.ค.) ได้มอบหมายให้นายเทพรัตน์ ตันตยานนท์ นายอำเภอเขาวง จัดรถตู้พาน้องมิวสิคและญาติไปรับน.ส.วารีรัตน์ฯ ที่สนามบิน จ.อุดรธานี หลังได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ จ.ยะลา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา จากการประสานงานของปลัดกระทรวงยุติธรรม และเจ้าทุกข์ไม่ติดใจเอาความ ทั้งทางอาญา และทางแพ่ง โดยนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์รับผิดชอบค่าเดินทางทั้งหมดและอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (22 มี.ค. 2561) ที่บ้านเลขที่ 60/2 หมู่ 7 ต.สระพังทอง อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของนางประไพนี อาทิกร ได้มีการจัดพิธีสู่ขวัญบายศรีให้กับนางสาววารีรัตน์ฯ เพื่อเป็นการเรียกขวัญกำลังใจตามประเพณีชาวบ้าน โดยมีนายเทพรัตน์ ตันตยานนท์ นายอำเภอเขาวง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้นำชุมชน ชาวบ้าน ร่วมพิธีจำนวนมาก
ทั้งนี้ก่อนพิธีจะเริ่มขึ้น ชาวบ้านที่มาร่วมในงานต่างตื่นตกใจ ที่จู่ๆนางประไพนี มีอาการเป็นลมล้มลง และต่างวิตกว่าจะได้รับอันตราย เนื่องจากมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้ว เพื่อนบ้านต้องช่วยกันปฐมพยาบาลนานกว่า 10 นาที จึงมีสติกลับคืนมา และได้กล่าวขอบคุณญาติพี่น้อง ที่มาให้กำลังใจและร่วมพิธีสู่ขวัญบายศรี ต้อนรับการกลับมาของนางสาววารีรัตน์ฯ ลูกสาวในวันนี้
นางประไพนี กล่าวว่า ขอกราบขอบพระคุณนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ เจ้าหน้าที่ยุติธรรม ศูนย์ดำรงธรรม ที่ให้ความช่วยเหลือด้านคำปรึกษา และประสานเรือนจำและยุติธรรม จ.ยะลา โดยเฉพาะสื่อมวลชนสมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ ที่นำเสนอข่าวสารความเดือดร้อนของครอบครัวตน จนกระทั่งลูกสาวได้รับความช่วยเหลือและอิสรภาพ ถูกปล่อยตัวออกมาสู่อ้อมกอดของแม่ในครั้งนี้ ซึ่งเมื่อคืนนี้หลังจากที่ได้พบหน้าลูกสาวก็ตื่นเต้นดีใจจนทำอะไรไม่ถูก ประกอบกับมีเพื่อนบ้านมาแสดงความดีใจเกือบตลอดคืน จึงพักผ่อนน้อย ทำให้เกิดอาการเป็นลมดังกล่าว
ด้านนางสาววีวีรัตน์ สำเร็จงาน กล่าวว่า เกือบ 4 เดือนที่ผ่านมา ที่ถูกคุมขังในเรือนจำยะลา เหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะข้อหาที่ตนได้รับว่าร่วมกันฉ้อโกงและถูกจับกุมนั้น ตนไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆเลย ทำให้รู้สึกว่าได้รับความเป็นธรรม ไม่มีโอกาสที่จะต่อสู้ทางคดี เพราะฐานะยากจน แต่ต้องกัดฟันอยู่อย่างอดทน เพราะชีวิตนี้มีเพียงลูกและแม่ หวังว่าสักวันฟ้าคงมีตา คืนความยุติธรรมให้กับตน ได้รับการปล่อยตัวออกมา และวันนี้ก็เป็นจริง เชื่อว่าความยุติธรรมมีจริง หากเราเป็นผู้บริสุทธิ์จริง
“ทุกคืนวันที่อยู่ในเรือนจำ ทั้งๆที่ตัวเองไม่มีความผิด ก็ไม่ต่างกับตกนรกทั้งเป็น และเมื่อได้รับการปล่อยตัวออกมา โดยเจ้าทุกข์ไม่ติดใจเอาความ ได้กลับมาอยู่กับลูก ได้กลับมาสวดกอดแม่ จึงเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ขอขอบคุณทุกกำลังใจ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่ช่วยเหลือมาโดยตลอด เป็นการช่วยเหลือซึ่งได้มาโดยน้ำใจบริสุทธิ์ ตนไม่มีอะไรจะตอบแทน นอกจากต่อไปนี้ จะตั้งใจทำมาหากินโดยสุจริต เพื่อหาเงินส่งเสียน้องมิวสิคลูกชายให้ได้เรียนหนังสือ มีโอกาสก็จะทำบุญและช่วยเหลือสังคมตามกำลัง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงเป็นบทเรียนราคาแพง ที่ตนจะไม่มีวันลืมเลือน และขอฝากเตือนทุกคน เกี่ยวกับเอกสารสำคัญประจำตัว ที่หากหลงลืมหรือสูญหาย ให้รีบแจ้งความ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ นำไปแอบอ้าง และกระทำการผิดกฎหมาย นำความเดือนร้อนมาถึงเจ้าของเอกสารตัวจริง เหมือนที่ตนประสบมา”นางสาววีวีรัตน์กล่าว
ด้านนายเทพรัตน์ ตันตยานนท์ นายอำเภอเขาวง กล่าวว่า หลังจากนี้ ในส่วนของการเข้ามาเยียวยาและช่วยเหลือครอบครัว 3 ชีวิต ยาย ลูกสาว หลาน นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ได้กำชับและสั่งการให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและใกล้ชิด ทั้งด้านการฟื้นฟูสภาพจิตใจ การดูแลสุขภาพของประไพนี ที่เป็นโรคหัวใจ การประกอบอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ตามโครงการกาฬสินธุ์แฮปปี้เนส โมเดล คนกาฬสินธุ์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังทางจังหวัด และตามนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจน ของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการจัดพิธีสู่ขวัญบายศรี ต้อนรับนางสาววารีรัตน์ฯ ครั้งนี้ เพื่อเป็นการเรียกขวัญกำลังใจตามประเพณีชาวภูไท และเพื่อเป็นการปัดเป่าเสนียดจัญไร เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในเช้าวันใหม่ ให้การดำเนินชีวิตประสบความสุขความเจริญ ตามคติความเชื่อสืบไป
ภาพ-ข่าว/ชมพิศ ปิ่นเมือง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
