- 22 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริษัท บุญถาวรกฎหมายและธุรกิจ จำกัด ต.เมืองเหนือ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 8 ต.โพธิ์ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศณีสะเกษ อาชีพทนายความ ในสังกัดสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ใบอนุญาตให้เป็นทนายความ เลขที่ 2208 / 2544 เปิดเผยว่า ตนได้ยื่นหนังสือถึงนายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ (ว่าที่ ร.ต.ดร.ถวัลย์ รุยาพร) และประธานกรรมการมรรยาททนายความ (นายสุนทร ทรัพย์ตันติกุล) เพื่อให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีที่สมาชิกสภาทนายความผู้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นทนายความชื่อ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด และมูลนิธิทีมงานทนายความประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคม ที่มีนายเกษม สมณวัฒนา เป็นผู้ขอยื่นจัดตั้งมูลนิธิต่อนายทะเบียนมูลนิธิ จ.สมุทรสง เลขทะเบียนที่ 114 / 2559 ว่า บุคคลและนิติบุคคลดังกล่าวข้างต้น ได้ร่วมกันจัดตั้งนิติบุคคล (มูลนิธิ) และดำเนินกิจการของมูลนิธิ เป็นการแข่งขันกับองค์กรที่ตนเองสังกัดสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และกระทำการเข้าข่ายการกระทำผิดตามข้อบังคับมารยาทและบทบัญญัติของกฎหมาย แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2538 หรือไม่อย่างไร
นายบุญถาวร กล่าวว่า กรณีมูลนิธิดังกล่าวได้มีการระบุวัตถุประสงค์ของมูลนิธิในข้อ 3 ระบุว่า ช่วยเหลืออรรถคดีผู้บริสุทธิ์ไม่ได้รับความเป็นธรรมและเป็นผู้ยากไร้ที่ไม่สามารถเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจาก ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ผู้ถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดในคดี “หวย 30 ล้านบาท” ในนามมูลนิธิ ทั้งๆ ที่ผู้ร้องขอไม่ได้อยู่ในสถานะเป็นผู้ยากไร้ อันเป็นการขัดต่อวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ขอให้ทางสภาทนายความได้พิจารณาตรวจสอบรายละเอียดไปยังนายทะเบียนมูลนิธิ จ.สมุทรสาคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายบุญถาวร ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้แล้ว กรณีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้เขียนข้อความว่า ตนเองเป็นทนายความที่ทำหน้าที่เป็นทนายความจำเลยในคดีอาญาของศาลจังหวัดแห่งหนึ่ง จนสามารถว่าความแก้ต่างคดีให้จำเลยในคดีที่มายื่นคำร้องขอความช่วยเหลือมูลนิธิ จนได้รับอิสรภาพ ภายหลังจากศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง และผู้พิพากษาคนหนึ่งได้พูดยกย่องตนเอง ต่อมานายษิทราได้เขียนบทความดังกล่าวลงในเฟสบุ๊คหรือสื่อออนไลน์ของตนเอง จนเป็นทำให้มีการแชร์รูปถ่ายการก้มกราบของจำเลย และข้อความไปในสื่อออนไลน์ต่อ ๆ กัน ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยว่ากรณีดังกล่าวข้างต้นได้มีผู้พิพากษาพูดยกย่องทนายความจริงหรือไม่ และหากมีผู้พิพากษาคนดังกล่าว ชื่ออะไร และกล่าวคำยกย่องฉบับเต็ม ๆ ว่าอย่างไร และเมื่อใด ทั้งนี้ตนขอให้นายกสภาทนายความและประธานกรรมการมรรยาททนายความดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงข้างต้น และหากผลสรุปการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นความจริงไปตามคำร้องเรียนของตน และเข้าข่ายการกระทำข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมและมารยาททนายความแล้ว ขอให้ดำเนินคดีมารยาทกับผู้ถูกร้องเรียนตามระเบียบกฎหมายต่อไป
ชยงค์ มณีพันธุ์เจริญ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ศรีสะเกษ
