- 23 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วังน้ำเขียว – เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 มีนาคม 2561 ที่ สภ.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา พลตำรวจโทดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วยพลตำรวจตรีวัชรินทร์ บุญคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เดินทางเข้าประชุมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 และทีมสอบสวน คดีรถทัวร์นำเที่ยวหมายเลขทะเบียน 30-0161 กาฬสินธุ์ เสียหลักข้ามเลนลงข้าง ถนนสาย 304 นครราชสีมา –กบินทร์บุรี จุดเกิดเหตุ คือที่บริเวณมอ มะกรูดหวาน ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เมื่อคืนวันที่ 21 มี.ค. ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวม 18 ราย บาดเจ็บอีก 31 ราย เพื่อเตรียมสรุปผลดำเนินคดีกับผู้ที่ส่วนเกี่ยวข้อง หลังจากที่สามารถควบคุมตัว นายกฤษณะ จุฑาชื่น อายุ 44 ปี ชาว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นคนขับรถได้แล้วเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พลตำรวจโทดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า เบื้องต้นนายกฤษณะ รับสารภาพว่า เป็นคนขับรถทัวร์จริง หลังเกิดเหตุกลัวความผิด เพราะมีคนตายหลายคน จึงอาศัยจังหวะชุลมุนวิ่งหนี พร้อมให้การว่าก่อนเกิดเหตุขับรถวิ่งลงเขาลาดชัน รถวิ่งด้วยความเร็วสูงพอสมควร แต่เกิดปัญหากับระบบเบรกจึงทำให้ไม่สามารถหยุดรถได้ จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุหมู่ดังกล่าว
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบปัสสาวะของนายกฤษณะฯ ได้รับการยืนยันจากแพทย์แล้วว่ามีสารเสพติดแอมเฟตามีนอยู่ในร่างกาย และนายกฤษณะฯ เองก็รับสารภาพว่า ได้เสพยาบ้าก่อนที่จะขับรถในวันเกิดเหตุจริง และจากการตรวจสอบประวัติของนายกฤษณะฯ ย้อนหลังก็พบว่าเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาบ้าทั้งในส่วนของการเสพและมียาบ้าไว้ในครอบครองถึง 5 ครั้ง
ส่วนผลการตรวจสอบรถทัวร์คันเกิดเหตุและจุดเกิดเหตุเบื้องต้นพบว่าระบบเบรกเป็นเบรกลมแต่ไม่มีร่องรอยการได้รับความเสียหาย แต่มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดปัญหาลมเบรกหมด เพราะช่วงดังกล่าวเป็นทางลงเขาลาดชัน หากไม่ชำนาญอาจจะเบรกตลอดทางลงเขาจนทำให้ลมเบรกหมด และไม่สามารถเบรกรถได้ในช่วงเกิดเหตุ แต่อย่างไรก็ดียังต้องรอผลการพิสูจน์ทราบที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง และจากการตรวจสอบจากระบบจีพีเอสของรถพบว่ามีการขับรถเกินอัตราที่กฏหมายกำหนดในช่วงลงเขา ที่มีป้ายเตือนห้ามใช้ความเร็วเกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ผลการตรวจสอบพบว่ารถมีความเร็วประมาณ 83 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สำหรับตันคนขับรถเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส , ไม่แสดงตัวและแจ้งต่อเจ้าหน้าที่หรือหลบหนีจากที่เกิดเหตุ , เสพสารเสพติดขณะขับรถ และเตรียมแจ้งข้อหาขับรถเร็วเกินอัตราที่ป้ายเตือนกำหนดอีก 1 ข้อหา ส่วนการดำเนินการกับผู้ประกอบการรถทัวร์นั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อเอาผิดกับทางผู้ประกอบการ เบื้องต้นพบมีความผิดฐาน ปล่อยปละละเลยในการดูแลคนขับรถให้มีการเสพสารเสพติดระหว่างการทำงาน และไม่มีนำรถเข้าตรวจสภาพตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ภาพ / ข่าว ปุญญพัฒน์ ลัดครบุรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
