- 26 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(26 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า ได้พบกับ นายปัญญา สุดาปั่น อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 38 บ้านโคกโต้ง หมู่ที่ 22 ต.ชุมพลบุรี อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ อดีตคนงานโรงไม้แห่งหนึ่งในตัว อ.ชุมพลบุรี ฮึดสู้ชีวิต เพื่อหนีจากความยากจน และภาระหนี้สิน ที่รุมเร้า พลิกวิกฤต ให้กลายเป็นโอกาส ด้วยการทำเกษตรทฤษฏีใหม่ ด้วยการพาภรรยา และครอบครัว หันปลูกพื้นหมุนเวียน หลังฤดูกาลทำนา บนผืนดินมรดกตกทอดผืนสุดท้าย เนื้อที่ 25 ไร่ สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี
นายปัญญา สุดาปั่น อายุ 59 ปี กล่าวว่า แต่ก่อนตนทำงานเป็นลูกจ้าง ขายแรงงาน อยู่ที่ โรงงานไม้ แถวอำเภอชุมพลบุรี พออายุเริ่มมากแล้ว จึงอยากออกมาทำไร่-นา สวนผสม ปลูกพืชหมุนเวียน สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะ ตนจะปลูก ทั้งกล้วย พริก ข้าวโพด บวบ และถั่วฝักยาว ซึ่งทำให้ ตนและครอบครัว มีรายได้ วันละ 300-400 บาทต่อวัน ในเนื้อที่ 25 ไร่แบ่งมาปลูกพืชทำเป็นไร่นาสวนผสม จำนวน 5 ไร่ และอีก 20 ไร่ ตนได้หว่าน เมล็ดถั่วพร้า เพื่อลดต้นทุน ในการใช้สารเคมี และลดต้นทุนในการใช้ปุ๋ยเคมีไปในตัว
ส่วนบรรดา พืชผักที่เก็บได้ทั้งหมด ตนก็เอาไปขายที่ตลาดสดเทศบาลชุมพลบุรี ไม่ว่าจะเป็นพริก บวบ ข้าวโพด ถั่วฝักยาว มันเทศ มะรุม และ กล้วย เพื่อสร้างรายได้เสริม ให้แก่ครอบครัว ทุกวันนี้ไม่มีภาระหนี้สิน แถมกลับมีสุขภาพดีขึ้นที่ สำคัญได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ แม่ ลูก อย่างมีความสุข บั่นปลายชีวิต ไม่ต้องไปออกทำงาน แบกหาม เร่ขายแรงงานเหมือนแต่ก่อน นอกจากนี้ ยังได้ทำน้ำหมัก เพื่อไปฉีดแทนยาฆ่าแมลง พืชผักของตนอาจจะดูไม่สวยงาม แต่ทุก ต้นที่ปลุก ปลอดสารเคมี สารพิษ 100% ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย
ภาพ/ข่าว สำลี กิเลน ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์
เรียบเรียง ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
