- 26 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายแพทย์ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ในขณะนี้จังหวัดพัทลุงมีผู้ป่วยที่มีอาการสงสัยว่าจะเป็นโรคพิษสุนัขบ้าเสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นผู้ป่วยชาย อายุ 39 ปี เหตุเกิดในท้องที่ ม.6 ต.ท่ามะเดื่อ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง จากการสังเกตอาการ ประกอบกับก่อนหน้านี้เมื่อประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตถูกลูกสุนัขอายุประมาณ 4 เดือน ที่เลี้ยงไว้ภายในบ้าน ข่วนที่ขาขวา ซึ่งลูกสุนัขตัวดังกล่าวได้ถูกกำจัดในวันเดียวกัน
อย่างไรก็ตามผู้เสียชีวิตคนดังกล่าวมีอาการคล้ายกับคนที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า โดยมีอาการกลืนอาหารลำบาก คอแข็ง และกลัวลม เริ่มมีอาการเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา ทางบิดาและคณะญาติๆได้ส่งเข้ารักษาตัวใน รพ.บางแก้ว อ.บางแก้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น จนกระทั่งวันที่ 25 มีนาคม อาการเริ่มทรุดลงอย่างต่อเนื่อง ทาง รพ.บางแก้ว จึงส่งตัวเข้ามารับการรักษาต่อใน รพ.พัทลุง แต่ได้เสียชีวิตระหว่างการนำส่ง ซึ่งทาง รพ.พัทลุงได้ส่งเนื้อสมองของผู้เสียชีวิตไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์ จ.ตรัง เพื่อส่งไปตรวจพิสูจน์โรคดังกล่าว ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ว่าเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าหรือไม่ คาดว่าจะทราบผลการตรวจพิสูจน์ภายใน 2 วัน
สำหรับแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในคนนั้น ขณะนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุงได้จัดส่งแพทย์ และเจ้าหน้าที่ ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่สมาชิกในครอบครัว และผู้ใกล้ชิดผู้เสียชีวิตไปแล้ว 20 ราย แต่มีญาติเพียง 1 คนเท่านั้นที่ไม่ยอมฉีดวัคซีน เนื่องจากเข้าใจว่าการเสียชีวิตของผู้ป่วยรายนี้เกิดจากการฉีดวัคซีนของแพทย์ในโรงพยาบาล ทั้งๆที่ทางแพทย์ และ จนท.ได้พยายามชี้แจงถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นแล้วก็ตาม ในส่วนของบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขทั้งใน รพ.บางแก้ว และ รพ.พัทลุงนั้น ขณะนี้ได้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไปแล้วทั้ง 30 คน
ทางด้านนายสมมิตร ถาวรวงศ์ นายสัตวแพทย์ชำนาญงานพิเศษ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพัทลุงกล่าวว่า สำหรับจังหวัดพัทลุงพบจุดเกิดโรคแล้วใน 6 อำเภอ คือ อ.ปากพะยูน อ.ป่าบอน อ.เมือง อ.เขาชัยสน อ.บางแก้ว ล่าสุดพบที่ ม.1 ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวได้ประกาศเป็นพื้นที่กำหนดจุดเกิดโรคระบาดชั่วคราว หลังจากนั้นจัดเจ้าหน้าที่ลงสอบสวนโรคเพื่อหาแหล่งที่มาของโรค และประกาศให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงกักขังสัตว์เลี้ยง ที่ผ่านมาได้ออกฉีดวัคซีนในพื้นที่เฝ้าระวังในรัศมี 1 กิโลเมตร ของจุดที่พบโรค ส่วนใน 4 กิโลเมตรทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฉีดวัคซีนในสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของ ทางปศุสัตว์จะตามฉีดสุนัขและแมวจรจัด ซึ่งตอนนี้ปัญหาที่พบคือสุนัขจรจัดที่ไม่สามารถจับได้ และไม่มีที่อยู่ที่แน่นอน เกรงว่าสุนัขเหล่านี้จะเป็นตัวแพร่เชื้อโรค ตอนนี้ได้ติดตามเฝ้าระวังสุนัข 31 หัว เป้าหมาย 73 หัว จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 73 แห่ง
