- 26 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
(26 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงาน พบชาวนาที่ว่างเว้นจากการทำนา ทั้งผู้สูงอายุ คุณตา-คุณยาย ผู้ใหญ่วัยทำงาน และเด็กนักเรียน ต่างชักชวนพากันออกมาหาจับแมงกระชอน หรือภาษาเขมรพื้นถิ่นสุรินทร์ เรียกว่า กะมล หรือ จ๊กโจล นำมาปรุงอาหารได้หลากหลายอย่าง โดยวิธีการใช้ไฟหลอดนีออน และเสียงแมงกระชอนที่ต่อใส่เครื่องขยายเสียงออกลำโพง แล้วขุดดินให้สูงขึ้นมา ให้ดินละเอียด ชุ่มชื้นเหมือนที่แมงกระซอน อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เสมือนเป็นการจำลองที่อยู่อาศัยของแมงกระชอนด้วย
จากนั้นติดไฟจับแมง 2 สี คือไฟสีม่วง และไฟสีขาว แล้วขุดดินให้ละเอียดสูงขึ้นมาประมาณ 12 ฟุต แล้วสับให้ละเอียด รดน้ำให้ชุ่ม ติดตั้งสังกะสี 1 แผ่น ตกเย็นเปิดเสียงแมงกระชอนใส่เครื่องขยายเสียงต่อออกลำโพง เปิดไฟจับแมง แล้วพากันมาจับในช่วงกลางคืน โดยแมงกระชอนจะได้ยินเสียงที่เปิดใส่ลำโพงแล้วบินมาตามเสียงและไฟ พอบินชนสังกะสีปุ๊บแล้วจะตกลงด้านล่างที่เป็นดินที่ขุดให้ละเอียดพร้อมกับสภาพดินที่ชุ่มแล้วแมงกระชอนจะมุดลงดินที่เราได้ขุดไว้
จากนั้นรุ่งเช้าก็จะมาเก็บแมงกระชอน โดยแต่ละคนจะนำอาวุธของตนเองมาขุดแมงกระชอน ได้แก่ เสียม ถังสี สำหรับใส่แมงกระชอน พร้อมฝาปิดเพื่อป้องกันแมงกกระชอนบินหนีออกไป โดยเริ่มขุดตั้งแต่รุ่งเช้าจนกว่าจะขุดดินเสร็จหมดก็ประมาณช่วงสายๆ
โดยแมงกระชอนจะออกดี ออกเยอะในช่วงที่มีสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ส่วนช่วงที่มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นแมงกระชอนจะออกมาน้อย และถ้าหากเกิดฝนตกแมงกระชอนจะไม่ออกเลย
นายเพชร เสริมผล อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 ม.2 บ้านสังแก ต.ตั้งใจ อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า ตนได้เริ่มจับแมงกระชอนแบบนี้มาเกือบ 1 เดือนแล้ว โดยตนคิดค้นวิธีจับด้วยตนเอง เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน จากนั้นดาวน์โหลดเสียงแมงกระชอนมาจาก Youtube แล้วใส่แฟลชไดรฟ์ นำมาเสียบใส่เครื่อขยายเสียงต่อออกลำโพง โดยเปิดเสียงแมงกระชอนทิ้งไว้ทั้งคืน แล้วมาขุดในตอนเช้า ซึ่งแต่ละวันจะขุดได้ประมาณ 10 กิโล ซึ่งนอกจากจะนำมารับประทานในครอบครัวแล้วที่เหลือสามารถขายได้อีก โดยขายเป็นตัวสดๆ กิโลกรัมละ 80 บาท นอกจากนั้นคุณตาเพชร เสริมผล ยังกล่าวเพิ่มอีกว่า พื้นที่แห่งนี้แมงกระชอนจะมีรสชาติมัน อร่อยกว่าทางอ.ศีขรภูมิเพราะทางนั้นเป็นดินทราย จะไม่อร่อยเพราะแมงกระชอนจะอาศัยอยู่ในดินทรายไม่เหมือนพื้นที่บริเวณนี้ที่เป็นดินร่วน
ภาพ-ข่าว ธนากร นิตุธร ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์
เรียบเรียง ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
