เปิดชีวิตบนเรือหาปลานรกนานถึง 15 ปี โหดกว่าที่คิด" ภาพยังติดตา ลูกเรือชาวไทย-ต่างด้าวกว่า 60 คน โยนคนป่วยไร้ประโยชน์ทิ้งลงทะเล  (คลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรทองแสนขัน เชิญตัวนายเถลิง ยงพูเขียว อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/2 หมู่ 2 บ้านแสนขัน ต.บ่อทอง อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ให้เข้าพบหลังทราบข่าวว่า ใช้ชีวิตเร่รอนพเนจรออกจากบ้านไปเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน ละถูกหลอกไปใช้แรงงานอยู่บนเรือประมงกลางอ่าวไทยอยู่ในพื้นที่จังหวัดพังงาเป็นเวลานานถึง 15 ปี โดยมีหน้าที่ดึงเชือกลากอวนหาปลาและไม่ได้กลับเข้าฝั่งบนบก ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับแรงงานต่างด้าวสัญชาติ พม่า กัมพูชาและลาว รวมจำนวนกว่า 60 คน มีบทบาทหน้าที่การทำงานที่แตกต่างกันไป การใช้ชีวิตอยู่บนเรือเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งการใช้ชีวิตประจำวันและการอยู่กิน สิ่งที่สำคัญไม่ได้รับค่าแรงสักบาทเดียว ยามเจ็บไข้ได้ป่วยขาดการดูแลที่ดี บางรายทำงานไม่ไหวถือหมดประโยชน์จะถูกจับโยนลงทะเลทันที เพื่อเป็นอาหารให้กับปลาทะเลต่อไป ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายเกี่ยวกับการค้ามนุษย์โดยตรง และเป็นนโยบายของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการปราบปราบขบวนการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย

 

นายเถลิง เดินทางมาพร้อมกับ นายกำจัด ยงพูเขียว อายุ 79 ปี ผู้เป็นพ่อ เข้าพบและพูดคุยกับ พล.ต.ต.ทิณะรัตน์ ผู้บังคับการตำ รวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ห้องทำงานส่วนตัว โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าเก็บภาพบรรยากาศระหว่างพูดคุยสนทนา และใช้เวลาพูดคุยเป็นเวลานานเกือบ 30 นาที พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรทองแสนขัน นำตัวเข้ากรุงเทพทันที เพื่อเข้าพบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อทำการขยายผลเกี่ยวกับคดีนี้ด้วยตนเอง และมีคำสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรทองแสนขัน นำนายเถลิงพร้อมด้วยนายกำจัด ผู้เป็นพ่อ ร่วมเดินทางไปในครั้งนี้ด้วย 

จากนั้น นายเถลิง หนุ่มผู้เคราะห์ร้ายใช้ชีวิตอยู่กลางทะเลานานกว่า 15 ปี พร้อมคุณพ่อขึ้นรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับมาที่ สถานีตำรวจทองแสนขัน เจ้าหน้าที่ได้ปฏิเสธที่จะให้นายกำจัด พ่อของนายเถลิงเข้ากรุงเทพไปด้วย อ้างว่าที่นั่งรถเต็ม จำเป็นต้องเผื่อที่นั่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นที่ติดตามไปด้วย อาทิ ผู้กำกับการตำรวจภูธรทองแสนขัน พร้อมด้วย รองผู้กำกับการฯ ฝ่ายสอบสวน ทั้งหมดเดินทางไปขึ้นเครื่องที่จังหวัดพิษณุโลกและเข้ากรุงเทพต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเถลิง หนุ่มเคราะห์ร้ายรายนี้ ได้ออกจากบ้านที่บ้านแสนขัน อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ไปตั้งแต่ช่วงประมาณปี พ.ศ. 2533 ช่วงอายุได้ 24 ปีเศษ เพื่อไปหางานทำที่จังหวัดระยอง ในตำแหน่งช่างเชื่อม ดครงสร้างอาคารให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ธุรกิจเกี่ยวกับผลิตเม็ดพลาสติกขาวใส และออกตะเวนหางานไปทั่วในพื้นที่หลายจังหวัด อาทิ สระบุรี ชลบุรี ระยอง สระแก้ว ฉะเเชิงเทรา ครั้งสุดท้ายที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยรับจ้างทำโครงสร้างอาคารโรงงานสับปะรดกระป๋องแต่ถูกผู้รับเหมาเบี้ยวค่าแรง จึงเลิกทำงานและเดินหางานไปเรื่อย 

เปิดชีวิตบนเรือหาปลานรกนานถึง 15 ปี โหดกว่าที่คิด" ภาพยังติดตา ลูกเรือชาวไทย-ต่างด้าวกว่า 60 คน โยนคนป่วยไร้ประโยชน์ทิ้งลงทะเล  (คลิป)

เปิดชีวิตบนเรือหาปลานรกนานถึง 15 ปี โหดกว่าที่คิด" ภาพยังติดตา ลูกเรือชาวไทย-ต่างด้าวกว่า 60 คน โยนคนป่วยไร้ประโยชน์ทิ้งลงทะเล  (คลิป)

เปิดชีวิตบนเรือหาปลานรกนานถึง 15 ปี โหดกว่าที่คิด" ภาพยังติดตา ลูกเรือชาวไทย-ต่างด้าวกว่า 60 คน โยนคนป่วยไร้ประโยชน์ทิ้งลงทะเล  (คลิป)

เมื่อถึงบริเวณแพปลาในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร พบกับชายไม่ทราบชื่อ สอบถามพร้อมชักชวนให้มาทำงานเป็นลูกเรือประมงออกทะเลหาปลา แจ้งว่าจะได้รับเงินเดือนละ 8,500 บาท จึงตอบตกลงไปทำงานด้วย และได้ขึ้นรถไปกับชายคนดังกล่าว พาไปลงที่จังหวัดพังงา มีผู้ร่วมโดยสารไปด้วยประมาณ 15 คน  เมื่อถึงที่พื้นที่จังหวัดพังงาแล้ว เดินทางต่อด้วยเรือเล็กใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงถึงเรือประมงใหญ่ เมื่อขึ้นบนเรือพบเห็นมีคนไทยคาดว่าเป็นผู้ควบคุม ทำการคัดแยกคนงานและแบ่งหน้าที่ให้กับทุกคนที่มาใหม่ ซึ่งนายเถลิงรับหน้าที่เป็นคนดึงเชือกลากอวนหาปลา มีไต๋กงเรือประมงเป็นหัวหน้าและควบคุมเรือ โดยภายในเรือมีลูกเรือรวมกับประมาณกว่า 60 คน แต่ละคนมีหน้าที่แตกต่างกันไป จะทำงานรอบละ 4 ชั่วโมง จะหยุดพักได้ก็ต่อเมื่องานเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว บางวันก็ไม่ได้พักเลย และทำงานอยู่เป็นเวลา 15ปี โดยที่ไม่ได้ค่าจ้าง

เปิดชีวิตบนเรือหาปลานรกนานถึง 15 ปี โหดกว่าที่คิด" ภาพยังติดตา ลูกเรือชาวไทย-ต่างด้าวกว่า 60 คน โยนคนป่วยไร้ประโยชน์ทิ้งลงทะเล  (คลิป)

ต่อมา ช่วงเดือนตุลาคม 2560 เรือดังกล่าว ได้จอดเข้าเทียบท่าเรือที่จังหวัดพังงา โดยมีเรือเล็กนำคนงานใหม่มาสับเปลี่ยนกับพวกของตนประมาณ 20 คน และได้นั่งเรือเล็กกลับเข้าฝั่งโดยที่ไม่ได้รับค่าจ้างจากการทำงานประมงครั้งนี้ ซึ่งนายเถลิงเองก็ไม่อยากคิดที่จะได้เงินค่าจ้าง เพียงคิดอยากกลับเข้าฝั่งเพื่อกลับบ้านที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีเพียงชุดที่สวมใส่เพียงกางเกงขาก๋วยกับเสื้อแขนยาวใส่ติดตัวอยู่ เมื่อกลับถึงฝั่งพื้นที่จังหวัดพังงาโดยที่ไม่มีเงินติดตัวสักบาท อาศัยเดินไปยังปั้มน้ำมันและขออาศัยรถที่มาเติมน้ำมันเดินทางกลับถึงกรุงเทพให้ใกล้ที่สุดเมื่อถึงจังหวัดนครปฐม จึงยึดอาชีพรับจ้างทำงานก่อสร้าง เพื่อหาเงินเดินทางกลับบ้าน ได้บ้างไม่ได้บ้าง โดนโกงบ้าง พอมีเงินจำนวน 2,500 บาท ตัดสินใจซื้อรถจักรยานทันที เพื่อปั่นถีบกลับบ้านที่ทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ และเพื่อตามหาลูกสาว ด้วยระยะทางเกือบ 600 กิโลเมตร ปั่นวันละเกือบ 60 กิโลเมตร เป็นเวลา 15 วัน จึงถึงทองแสนขันที่บ้าน เหตุผลที่ต้อง
ปั่นรถจักรยานกลับบ้าน เพราะบัตรประชาชนไม่มีถูกยึดโดยไต๋กงเรือ ทวงถามก็ปฏิเสธที่จะให้ จึงไม่อยากทวงอีก

ด้าน นายกำจัด ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ สอบถามลูกชายถึงการเดินทางไปทำงานบนเรือตังเกพื้นที่จังหวัดพังงา เดินทางไปกับใคร เรือที่รับส่งเป็นช่วงก่อนขึ้นเรือตังเกหาปลาใหญ่ชื่ออะไร รวมถึงพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครจุดเริ่มต้นก่อนไปจังหวัดพังงา เป็นการหาข้อมูลเบื้องต้นเพื่อรายงานให้กับผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้รับทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนรู้สึกดีใจที่ลูกชายได้กลับมาบ้านเหมือนถูกรางวัลที่ 1 

" ได้เตรียมข้าวเหนียว 1 กระตี๊บพร้อมหมูหวาน เตรียมไว้กินกับลูกชายที่โรงพักทองแสนขัน แต่ไม่มีโอกาสได้กินข้าวร่วมกับลูก เจ้าหน้าที่รีบเร่งจะนำตัวเข้ากรุงเทพทันที โดยไม่ให้ตนร่วมเดินทางไปด้วย อ้างรถเต็มรู้สึกเสียใจมาก 

เปิดชีวิตบนเรือหาปลานรกนานถึง 15 ปี โหดกว่าที่คิด" ภาพยังติดตา ลูกเรือชาวไทย-ต่างด้าวกว่า 60 คน โยนคนป่วยไร้ประโยชน์ทิ้งลงทะเล  (คลิป)

ส่วนที่บ้านนายกำจัด พ่อของนายเถลิง มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานประกอบด้วย แรงงานจังหวัดอุตรดิตถ์ จัดหางานจังหวัดอุตรดิตถ์ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอุตรดิตถ์เข้าสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดกับ น.ส.นัทธมน ยงพูเขียว บุตรสาวและนายกำจัด เพื่อหาทางช่วยเหลือนายเถลิง หนุ่มผู้เคราะห์ร้ายต่อไป โดยเฉพาะเรื่องตำแหน่งงานที่นายเถลิง อยากได้ทำงานเป็นช่างเชื่อม เนื่องจากถนัดงานนี้มากที่สุดและอยู่ระหว่างตกงานยังไม่มีงานทำแต่อย่างใด

น.ส.นัทธมน กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดอายุได้ประมาณ 3 เดือน แม่ก็เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนพ่อก็หายตัวไปตั้งแต่อายุ 2 ขวบเศษ เป็นลูกเพียงคนเดียว มีคุณยายเลี้ยงดูมาระยะหนึ่งจากนั้นคุณปู่และคุณย่าก็นำมาเลี้ยงดูแลต่อ ไม่เคยพบและเห็นหน้าพ่อมาตั้งแต่เกิดเป็นเวลานานถึง 29 ปี ปัจจุบันอายุได้ 31 ปี รู้สึกดีใจที่ได้พบและเห็นหน้าพ่อ รู้ทราบจากญาติมาแจ้งบอกว่าพ่อกลับมาบ้านแล้ว 

ทั้งที่ตนยังคิดอยู่ว่า "พ่อยังมีชีวิตอยู่หรือตายจากไปแล้ว" อาศัยเปิดดูรูปภาพในอัลบั้มงานแต่งระหว่างพ่อกับแม่ที่ปู่กับย่าเป็นรักษาเอาไว้ให้ ช่วงทำบุญใส่บาตรทุกพระมักจะอุทิศส่วนบุญกุศลให้กับคุณพ่อและคุณแม่เสมอ ไม่คิดว่าคุณพ่อยังมีชีวิตอยู่ 

หลังจากทราบข่าวพ่อกลับมาแล้ว แต่วนเวียนอยู่บ้านญาติไม่ยอมเข้ามาบ้านลูก 2-3 วัน ด้วยความอยากเห็นหน้าพ่อจึงเดินทางไปหาพ่อ โดยพ่อแอบหลบอยู่บ้านญาติ เมื่อเจอกันรู้สึกน้ำตาไหลดีใจจนบอกไม่ถูก พ่อถามชื่อหนู ส่วนหนูก็ถามชื่อพ่อ เมื่อเห็นว่าใช่แล้วก็โผเข้ากอดพ่อสร้างความซาบซึ้งใจและดีใจให้กับญาติพี่น้องอย่างมาก ที่ 2 พ่อลูกไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อนและได้พบเห็นหน้ากันเป็นครั้งแรก

เปิดชีวิตบนเรือหาปลานรกนานถึง 15 ปี โหดกว่าที่คิด" ภาพยังติดตา ลูกเรือชาวไทย-ต่างด้าวกว่า 60 คน โยนคนป่วยไร้ประโยชน์ทิ้งลงทะเล  (คลิป)

เปิดชีวิตบนเรือหาปลานรกนานถึง 15 ปี โหดกว่าที่คิด" ภาพยังติดตา ลูกเรือชาวไทย-ต่างด้าวกว่า 60 คน โยนคนป่วยไร้ประโยชน์ทิ้งลงทะเล  (คลิป)

เปิดชีวิตบนเรือหาปลานรกนานถึง 15 ปี โหดกว่าที่คิด" ภาพยังติดตา ลูกเรือชาวไทย-ต่างด้าวกว่า 60 คน โยนคนป่วยไร้ประโยชน์ทิ้งลงทะเล  (คลิป)

อยู่บนเรือไม่มีทางเลือก เป็นชีวิตที่โหดมาก หากเจ็บไข้ได้ป่วยทำงานให้เขาไม่ได้ เขาก็จะไม่เอาไว้และจับโยนลงทะเลทันทีเพื่อเป็นอาหารให้กับปลา กระทำเหมือนไม่ใช่คน เป็นสิ่งที่พ่อเล่าให้ฟังถึงชีวิตที่อยู่บนเรือกลางทะเลเป็นเวลานานถึง 15 ปี ส่วนที่เหลืออีกเกือบ 15 ปี เป็นชีวิตที่ระหกระเหินทำงานยังสถานที่ต่างๆในหลายจังหวัด หลังพ่อเล่าให้ฟังแล้วรู้สึกสงสารพ่อที่พบเจอแต่เหตุการณ์ที่เลวร้ายมาเยอะ พยายามจะไม่ให้พ่อคิดมากและไม่อยากให้เครียด

รู้สึกเป็นห่วงพ่อที่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพตามลำพังโดยไม่มีญาติพี่น้องร่วมเดินทางไปด้วย เป็นการเดินทางที่เร่งด่วนมาก ทั้งที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ สั่งให้คุณปู่ร่วมเดินทางไปด้วยเพื่อเป็นเพื่อนกัน แต่ตำรวจที่รับพ่อไปแต่เช้าไม่ยอมให้ปู่ตามไปด้วย รู้สึกไม่สบายใจมาก พ่อเตรียมเสื้อผ้าไปเพียงชุดเดียว พร้อมข้าวของเครื่องใช้และเงินสดติดตัว 1,300 บาท พร้อมโทรศัพท์ติดตัวไปด้วยเอาไว้ติดต่อกัน

เปิดชีวิตบนเรือหาปลานรกนานถึง 15 ปี โหดกว่าที่คิด" ภาพยังติดตา ลูกเรือชาวไทย-ต่างด้าวกว่า 60 คน โยนคนป่วยไร้ประโยชน์ทิ้งลงทะเล  (คลิป)

เปิดชีวิตบนเรือหาปลานรกนานถึง 15 ปี โหดกว่าที่คิด" ภาพยังติดตา ลูกเรือชาวไทย-ต่างด้าวกว่า 60 คน โยนคนป่วยไร้ประโยชน์ทิ้งลงทะเล  (คลิป)

เปิดชีวิตบนเรือหาปลานรกนานถึง 15 ปี โหดกว่าที่คิด" ภาพยังติดตา ลูกเรือชาวไทย-ต่างด้าวกว่า 60 คน โยนคนป่วยไร้ประโยชน์ทิ้งลงทะเล  (คลิป)

เปิดชีวิตบนเรือหาปลานรกนานถึง 15 ปี โหดกว่าที่คิด" ภาพยังติดตา ลูกเรือชาวไทย-ต่างด้าวกว่า 60 คน โยนคนป่วยไร้ประโยชน์ทิ้งลงทะเล  (คลิป)

ภาพ/ข่าว สมภพ  สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดอุตรดิตถ์