- 28 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 28 มีค.61 ที่ อ.เมือง จ.ชุมพร นายรักพงษ์ บุญย่อย หน.อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เปิดเผยว่า “ได้ตรวจสอบภาพถ่าย ภาพวีดีโอ จากเฟสบุค พบว่ามีทุ่นสีเหลืองที่แสดงว่า อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร หรือ จุดเกาะหินแพ ชัดเจน เห็นภาพเรือชัดเจน หมายเลขประจำเรือที่ชัดเจน สามารถติดตามไปถึงเรือลำดังกล่าว และ สามารถตามไปถึงนักดำน้ำคนดังกล่าวได้ไม่ยาก บนเรือก็มีคนเพียงไม่กี่คน เจ้าของเรือก็จะต้องจำได้ว่า นักดำน้ำคือใคร ได้มอบหมายให้ จนท.อุทยานไปแจ้งความ ที่ สภ.ปากน้ำชุมพร
ส่วนปลามีจำนวน5 ตัว เป็นปลาหมอทะเล ที่เป็นปลาหวงห้าม อีกทั้งในเขตอุทยานฯก็ห้ามจับสัตว์น้ำอยู่แล้ว นักดำน้ำกลุ่มนี้ดูแล้วไม่ใช่ ชาวประมงที่เป็นชาวบ้าน แต่น่าจะเป็นนักดำน้ำที่มีความรู้ เนื่องจากเป็นการดำน้ำที่เป็นการดำแบบสกูบ้าที่ต้องผ่านการฝึกการเรียนรู้มาพอสมควร ปกติทั่วไปนักดำน้ำเหล่านี้จะเป็นนักอนุรักษ์ แต่ ผู้ก่อเหตุนี้ในครั้งนี้ยังไม่ทราบสาเหตุในการกระทำ ส่วนจะเป็นแก็งค์ล่าปลาสวยงาม ปลาหายากหรือไม่ต้องขอตรวจสอบต่อไป
ในส่วนมาตรการในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ อย่างนี้อีก โดยปกติ จะมีเรือลาดตระเวน ทั้งดูแลความปลอดภัย และ ป้องกันการทำกฏหมาย อยู่ แล้ว ในวันที่เกิดเหตุ จนท.กำลังลาดตระเวณอยู่ที่เกาะง่าม ห่างจาก เกาะหินแพ ประมาณ 15กม. ปกตินักดำน้ำ หรือ ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวจะเป็นนักอนุรักษ์อยู่แล้ว ในแต่ละปีก็จะระดมอาสาสมัคร ที่เป็นนักดำน้ำมาเก็บขยะใต้ทะเลเสมอ ในส่วนกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ก็อยากขอร้องว่า ปลาเหล่านี้เป็นสมบัติของส่วนรวม ของชาติ อย่างสร้างพฤติกรรมอย่างนี้เลย”
ในขณะที่นายศิลปะชัย พรหมพิชัย หน.หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ซึ่งได้รับคำสั่งจากนายรักพงษ์ บุญย่อย หน.อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อหาค่าพิกัดตามจุดที่ทาง Tep Keerati นักท่องเที่ยวที่บันทึกภาพเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ได้ ซึ่งก็พบว่าเป็นพื้นที่ในการควบคุมดูแลของเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จริง โดยจุดพิกัดดังกล่าวที่ปรากฏตามภาพมีทุ่นสำหรับผูกเรือ สีเหลือง ซึ่งมีทุ่นจุดเดียวที่ใช้สีเหลือง คือ บริเวณหินแพ พิกัดที่ 47 P 546275 E. UTM 1160644 Nและยังสืบทราบว่าเรือที่ปรากฏตามภาพที่นำนักท่องเที่ยวที่ดำน้ำยิงปลา นั้นเป็นเรือในพื้นที่ปากน้ำชุมพร และไม่ได้ขึ้นทะเบียนประกอบการท่องเที่ยวกับอุทยานฯแต่อย่างใด
จึงได้บันทึกการตรวจสอบพร้อมแนบเอกสารหลักฐานต่างๆ ก่อนเดินทางไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำชุมพร เพื่อสืบสวนสอบสวนเอาผิดกับนักดำน้ำ ตาม พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16 (3)ห้ามมิให้บุคคลใด นำสัตว์ออกไปหรือทำด้วยประการใดๆให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ มาตรา 16 (15)ห้ามมิให้บุคคลใด นำเครื่องสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆเข้าไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่และปฏิบัติตามเงื่อนไขซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้อนุญาตนั้นกำหนดไว้
พ.ต.อ.นรเศรษฐ์ อินทรจันทร์ ผกก.สภ.ปากน้ำชุมพร ซึ่งให้ความสำคัญในกรณีดังกล่าว และได้ลงมากำกับดูแล โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการเชิญเจ้าของเรือเรือโอ๊ตไดฟ์วิ่ง ทะเบียน 4422 00616 ลำที่ปรากฏตามภาพมาสอบหาข้อเท็จจริง ว่าในวันเวลาดังกล่าวได้มีนักท่องเที่ยวรายใดเป็นผู้เช่าเรือออกไปดำน้ำ เพื่อจะใช้หมายเรียกบุคคลดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป
เหตุการณดังกล่าวจากกรณีมีนักท่องเที่ยวท่านหนึ่ง ใช้ชื่อ Tep Keerati ได้โฟสต์ผ่านเฟซบุ๊ก มีใจความว่า “ขณะที่เรือผมเข้าจอดที่ หินแพ จ.ชุมพร เวลา14:43 ผมพบเจอนักดำน้ำ2คนมีท่าทางลักษณะแปลกๆ จึงได้เอาโทรศัพท์มาถ่ายไว้ พบว่า เป็นนักดำน้ำที่มาทำการยิงปลา ในพื้นที่อุทยานอย่างไม่ละอาย ปลาที่ได้เป็นปลาหมอขนาดใหญ่ ดูจากสายตาน่าจะเกิน5ตัวขึ้นไป ผมถ่ายไว้เป็นหลักฐาน ชัดเจนที่สุด เห็นปืน เห็นปลา และ ที่สำคัญเห็นหน้าผู้ก่อเหตุ (คนไทยด้วย) พบว่ามากับ เรือโอ๊ตไดฟ์วิ่ง ทะเบียน 4422 00616 เป็นการกระทำที่น่าเกลียดและไม่มีความสำนึกใดๆเลย (ที่จับได้เพราะแม่งขึ้นเรือผิดมาขึ้นเรือผม) ใครพอจะรู้จักหน่วยงานที่พอจะนำเรื่องนี้ไปจับคนผิดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง แชร์ไป หลักฐานคาหนังคาเขา ยิ่งกว่าคดี เสือดำ อีก อย่าให้คนแบบนี้มีที่ยืนในสังคม ครับ ทุเรศมาก”
ภาพข่าว จิตติ ดาวขจร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชุมพร
