ธารน้ำใจหลั่งไหล ช่วย 3 พี่น้อง สุดอาภัพ !! พ่อพิการ อาศัยหาเก็บผักและของป่าขายประทังชีวิต แม่ไปขายแรงงานเมืองกรุง 2-3 เดือนถึงจะส่งเงินมาที

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันนี้(  28 มี.ค.61)   ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานความคืบหน้า กรณีหลังจากนำเสนอข่าว วอนช่วย  3 พี่น้องยากจน น้องแคมป์  น้องคิม และน้องขิง อยู่บ้านเลขที่ 131 บ้านโนนสำราญ  ม.8 ต.ลุ่มระวี อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ หลังจากนายสาคร ตันแก้ว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโนนสำราญ ได้ติดต่อประสานมาเพื่อขอความช่วยเหลือ   สภาพบ้านของน้อง 3 คน ๆ มีสภาพบ้านเก่า ผุพังมีรูทุกด้าน ลักษณะบ้านเป็นเพิงชั่วคราวไม่มั่นคงมิดชิด ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีประปา และไม่มีห้องน้ำใช้มานานหลายปี   ไม่สามารถกันฝนได้ เมื่อคืนที่ผ่านมาฝนตกสาด  เวลากลางคืนต้องจุดตะเกียงกินข้าว และทำการบ้าน 

 

ซึ่งครอบครัวของน้องทั้งสามคน  บิดาชื่อนายหัด สายบุตร อายุ  55 ปี พิการหูหนวกสื่อสารคุยไม่รู้เรื่อง อ่านหนังสือไม่ออก  ไม่มีงานประจำทำ อาศัยหาเก็บผักและของป่ารายได้วันละไม่กี่บาท รายได้หลักคือเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท พอแต่ได้ซื้อข้าวสาร  เมื่อปีที่ผ่านมาเคยตกต้นไม้เกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่งจากการปีนไปเก็บผักจนสลบนิ่งอยู่หลายชั่วโมงไม่มีใครรู้ จนมาฟื้นเอง  พอฟื้นมาพบว่าศีรษะบวม  ส่วนมารดาชื่อนางบุญเลื่อน  สายบุตร อายุ 39 ปี มีอาชีพรับจ้างทำงานก่อสร้าง ที่กรุงเทพฯ ประมาณ 2-3 เดือนถึงจะส่งเงินมาให้ลูก ครั้งละ 1,000 -2,000 บาท เพื่อช่วยดูแลครอบครัว ทั้งสองมีด้วยกันลูก 3 คน คนโตชื่อนายสิทธิโชค  สายบุตร อายุ15 ปี (น้องแค้ม) ไม่ได้เรียนต่อเพราะฐานะยากจน  ลูกคนกลางชื่อ เด็กชายเจนภพ สายบุตร (น้องคิม)  เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และลูกคนเล็กชื่อ เด็กหญิง อรุโณทัย  สายบุตร (น้องขิง) เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  ทั้งสองเรียนที่โรงเรียนหนองเหล็กราษฎร์วิทยา

ธารน้ำใจหลั่งไหล ช่วย 3 พี่น้อง สุดอาภัพ !! พ่อพิการ อาศัยหาเก็บผักและของป่าขายประทังชีวิต แม่ไปขายแรงงานเมืองกรุง 2-3 เดือนถึงจะส่งเงินมาที

ธารน้ำใจหลั่งไหล ช่วย 3 พี่น้อง สุดอาภัพ !! พ่อพิการ อาศัยหาเก็บผักและของป่าขายประทังชีวิต แม่ไปขายแรงงานเมืองกรุง 2-3 เดือนถึงจะส่งเงินมาที

ธารน้ำใจหลั่งไหล ช่วย 3 พี่น้อง สุดอาภัพ !! พ่อพิการ อาศัยหาเก็บผักและของป่าขายประทังชีวิต แม่ไปขายแรงงานเมืองกรุง 2-3 เดือนถึงจะส่งเงินมาที

ความคืบหน้า ล่าสุดวันนี้ (28 มี.ค.61)เวลา 21.00 น.ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ และชมรมผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์ ได้นำเสื้อผ้าไปมอบให้ 3 พี่น้องและครอบครัว ซึ่งวันนี้นับว่า เป็นวันที่น้องๆมีความสุขมากที่สุด เพราะได้อยู่อย่าง พร้อมหน้า พร้อมตา พ่อ แม่ ลูก ซึ่งนางบุญเลื่อน  สายบุตร อายุ 39 ปี ผู้เป็นมารดาเพิ่งเดินทางกลับมากจากกรุงเทพฯหลังทราบข่าวผ่านสื่อ ถึงบ้านเกิดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา และได้รับประทานอาหารเย็นร่วมกันเป็นครั้งแรกในรอบปี ท่ามกลางเสียงเทียนเพียงเล่มเดียว


ธารน้ำใจหลั่งไหล ช่วย 3 พี่น้อง สุดอาภัพ !! พ่อพิการ อาศัยหาเก็บผักและของป่าขายประทังชีวิต แม่ไปขายแรงงานเมืองกรุง 2-3 เดือนถึงจะส่งเงินมาที

ธารน้ำใจหลั่งไหล ช่วย 3 พี่น้อง สุดอาภัพ !! พ่อพิการ อาศัยหาเก็บผักและของป่าขายประทังชีวิต แม่ไปขายแรงงานเมืองกรุง 2-3 เดือนถึงจะส่งเงินมาที

ธารน้ำใจหลั่งไหล ช่วย 3 พี่น้อง สุดอาภัพ !! พ่อพิการ อาศัยหาเก็บผักและของป่าขายประทังชีวิต แม่ไปขายแรงงานเมืองกรุง 2-3 เดือนถึงจะส่งเงินมาที

นางบุญเลื่อน  สายบุตร อายุ 39 ปี ผู้เป็นมารดากล่าว ตนและครอบครัว ต้องกราบขอบคุณ น้ำใจของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ  เงินที่โอนเพื่อช่วยเหลือเข้า บัญชีธนาคาร ธกส. ชื่อบัญชี นายหัด  สายบุตร เลขบัญชี 020116015277 มียอดบริจาคจำนวน 74,000 บาท ตนจะนำเงินที่ได้รับการบริจาคมาทำการต่อเติมบ้านเรือนต่อไป

ธารน้ำใจหลั่งไหล ช่วย 3 พี่น้อง สุดอาภัพ !! พ่อพิการ อาศัยหาเก็บผักและของป่าขายประทังชีวิต แม่ไปขายแรงงานเมืองกรุง 2-3 เดือนถึงจะส่งเงินมาที

ธารน้ำใจหลั่งไหล ช่วย 3 พี่น้อง สุดอาภัพ !! พ่อพิการ อาศัยหาเก็บผักและของป่าขายประทังชีวิต แม่ไปขายแรงงานเมืองกรุง 2-3 เดือนถึงจะส่งเงินมาที

ธารน้ำใจหลั่งไหล ช่วย 3 พี่น้อง สุดอาภัพ !! พ่อพิการ อาศัยหาเก็บผักและของป่าขายประทังชีวิต แม่ไปขายแรงงานเมืองกรุง 2-3 เดือนถึงจะส่งเงินมาที

ภาพ/ข่าว สมภพ เจริญยิ่ง ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์

เรียบเรียง ธนินท์ทัสน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์