- 29 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 29 มีนาคม 61 ที่โรงเรียนพัฒนาอาชีพอุดรธานี ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ทำการพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ว่าด้วยความร่วมมือเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพแรงงานไทยด้านทักษะ ภาษาและวัฒนธรรมต่างประเทศ ระหว่าง โดย มี นายธีระพล ขุนเมือง อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรง น.ส.สมลักษณ์ สุวรรณพรหมา ผอ.สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 18 อุดรธานี และ น.ส.กัญญารัตน์วัฒนสุขสิน ผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนพัฒนาอาชีพอุดรธานี
นายธีระพล ขุนเมือง อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรง เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดแรงงานในประเทศญี่ปุ่น มีความต้องการแรงงานจากประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ในหลายสาขาอาชีพ อาทิเช่นงานก่อสร้างงานในสถานประกอบการต่างๆ งานผู้ดูแลผู้สูงอายุ พ่อครัวแม่ครัว ฯลฯ และเป็นประเทศตลาดแรงงานที่คนไทยให้ความสนใจต้องการเดินทางไปทำงานในประเทศนี้กันมาก เพราะมีรายได้สูง มีสวัสดิการที่ดี แต่ประเด็นสำคัญของประเทศญี่ปุ่น คือ เรื่องของภาษาญี่ปุ่น แม้ว่าคนงานจะทำงานเก่งแค่ไหน หากไม่มีมีทักษะภาษาญี่ปุ่น ก็ไม่สามารถเดินทางไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นได้
ดังนั้นทาง สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 18 อุดรธานี ,บริษัท เอเซี่ยน อินเตอร์เซอร์วิส จำกัด และ โรงเรียนพัฒนาอาชีพอุดรธานี ได้ทำการลงนามในบันทึกความร่วมมือ ว่าด้วยความร่วมมือเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพแรงงานไทยด้านทักษะ ภาษาและวัฒนธรรมต่างประเทศดังกล่าวขึ้น เพื่อร่วมกันทำการพัฒนาทักษะศักยภาพคุณภาพ ให้กับแรงงานไทย มีประสิทธิภาพ พร้อมที่จะเดินทางไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นตามที่นายจ้างต้องการ โดยเฉพาะในด้านภาษาญี่ปุ่นที่จะต้องผ่านข้อกำหนดของทางประเทศญี่ปุ่น เพราะทางประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญในเรื่องภาษาญี่ปุ่นมาก และต้องมีการปรับวิธีการจัดส่งแรงงานไทย ไปญี่ปุ่นใหม่ ให้เป็นแรงงานที่มีทักษะ โดยเฉพาะในด้านทักษะภาษาญี่ปุ่น
นายธีระพล ขุนเมือง อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรง กล่าวว่า ในตอนนี้ตลาดแรงงานไทยในประเทศญี่ปุ่นได้สูญเสียตลาดแรงงาน ให้กับประเทศเพื่อบ้านเช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ไปเป็นจำนวนมาก เนื่องมาจากว่าแรงงานไทยขาดทักษะเรื่องภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ และประเทศญี่ปุ่นเปิดตลาดแรงานให้กับหลายประเทศ เช่นในอาเซี่ยน ก็เปิดโอกาสให้กับแรงงานจากประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ในหลายสาขาอาชีพ เช่นการก่อสร้าง ในขณะที่แรงงานงานไทยที่เข้าไปทำงานในประเทศญี่ปุ่นจะเป็นในลักษณะฝึกงาน 2 ปี ซึ่งในขณะนี้มีอยู่ในประเทศญี่ปุ่นประมาณ 7,000 คน ในขณะที่ของประเทศเวียดนามมีอยู่ประมาณ 80,000 บาท
สำหรับการลงนามในบันทึกความร่วมมือฯ ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการปรับปรุงวิธีการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น ให้เป็นแรงงานที่มีทักษะและมีคุณภาพ โดยการร่วมมือของภาครัฐได้แก่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 18 อุดรธานี และภาคเอกชนคือ โรงเรียนพัฒนาอาชีพอุดรธานี และ บริษัท เอเซี่ยน อินเตอร์เซอร์วิส จำกัด เพื่อให้แรงงานไทยสามารถเดินทางไปทำงานในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างมีความมั่นใจ เดินทางไปทำงานโดยมีคุณภาพ ไม่ใช่ไปเสียนา มาเสียเมีย
ในตอนนี้ทางประเทศญี่ปุ่นต้องการแรงงานประเภทงานก่อสร้างเป็นจำนวนมาก เพราะเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ในอีก 2 ปีข้างหน้า และอีกหลายสาขาอาชีพ เพราะแรงงานไทยเป็นที่นิยมของนายจ้างญี่ปุ่น มีนิสัยดี สู้งาน แต่ยังขาดทักษะภาษาญี่ปุ่น ทำให้เกิดปัญหา หนีงาน เพราะทำงานไม่ได้ เพราะไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น จึงจำเป็นที่จะต้องมาปรับและเสริมทักษะให้กับแรงงานไทย พอไปทำงานแล้วกลับมาจะได้มีเงิน หรือ อาจจะมีเงินแต่งเมียก็เป็นได้
เนื่องจากในอดีตนั้นคนที่ไปทำงานต่างประเทศนั้น ซึ่งมีคำพูดว่า ไปเสียนา กลับมาเสียเมีย หมายถึง เวลาไปทำงานต่างประเทศ ต้องไปกู้เงินหรือเอาที่นาไปจำนำกับนายทุน แต่ไปแล้วไม่ได้ทำงาน พอกลับมาก็เป็นหนี้สิน ที่นาก็โดนยึด และภรรยาต้องเลิกไป ซึ่งคนอุดรธานี ไปทำงานต่างประเทศมากที่สุด และส่งเงินกลับเข้ามาในประเทศไทย หลายพันล้านบาท ซึ่งในวันนี้ ได้มีตัวแทน คนจากประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางมาดูระบบการการสอนภาษาญี่ปุ่น เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ที่คนไทยจะเดินทางไปทำงาน ประเทศญี่ปุ่น ดังกล่าว
กฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุดรธานี
