ผกก.ตม.ท่าอากาศยานภูเก็ต ยันตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่ภูเก็ต หลังต่างชาติโพสต์ภาพนทท.รอคิวยาวเหยียดในสนามบิน

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ผกก.ตม.ท่าอากาศยานภูเก็ต ยันตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่ภูเก็ต หลังต่างชาติโพสต์ภาพนทท.รอคิวยาวเหยียดในสนามบิน 

วันนี้( 30 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้ชื่อเฟสบุ๊กว่า “Dav Zed” ซึ่งเป็นชาวต่างชาติรายหนึ่งได้‎ โพสต์ภาพของนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากที่กำลังยืนรอคิวอย่างหนาแน่นภายในอาคารผู้โดยสาร ของสนามบินแห่งหนึ่งลงในกลุ่ม “TIT (This is Thailand)” พร้อมข้อความระบุว่า “In 10 years having been in and out of Thailand on a very regular and frequent basis, this is the FIRST time I can see hundreds of people queuing at Immigration on both sides of the airport!!

Queues are starting straight from the main corridor used to navigate within the airport!

I have learnt to be in a slow moving queue, I have learned to be patient...

But this is truly unacceptable in/from a country that works so hard to attract more and more tourists...

Why not put more officers? (half of the counters are EMPTY)

Are Immigration officers already off for the Songkhran vacation which is still 2 weeks ahead?

I am sorry I just cannot make sense of that MESS!”

ผกก.ตม.ท่าอากาศยานภูเก็ต ยันตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่ภูเก็ต หลังต่างชาติโพสต์ภาพนทท.รอคิวยาวเหยียดในสนามบิน

 ซึ่งข้อความดังกล่าวมีใจความสรุปได้ว่า “ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานายDav Zed ผ่านเข้าออกจากประเทศไทยบ่อยครั้งและเป็นไปอย่างตามปกติ นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นผู้คนนับร้อยคน รอคิวผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงทั้งสองด้านของสนามบิน!! เริ่มต้นตั้งเเต่ทางเดินหลักของสนามบิน!

นาย Dav Zed กล่าวว่าเขาได้เรียนรู้ความรู้สึกของการเข้าคิวที่ค่อยๆเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆด้วยความอดทน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่รับไม่ได้จริงๆในเมืองท่องเที่ยว ที่ต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าแต่ทำไมไม่ให้มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพราะสังเกตุเห็นว่าครึ่งหนึ่งของเคาน์เตอร์ยังว่างเปล่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหายไปไหนหมด ทั้งที่กำลังจะเป็นช่วงวันหยุดที่นทท.เดินทางเข้ามาจำนวนมากในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า 

ซึ่งตอนท้ายนาย Dav Zed ระบุว่า ตนเองนั้นต้อง ขอโทษไม่สามารถรับความยุ่งเหยิงนั้นได้!

ผกก.ตม.ท่าอากาศยานภูเก็ต ยันตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่ภูเก็ต หลังต่างชาติโพสต์ภาพนทท.รอคิวยาวเหยียดในสนามบิน

อย่างไรก็ตามหลังมีการโพสต์ข้อความดังกล่าวก็มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึงมีการแชร์โพสต์ดังกล่าวไปกว่า 180 ครั้ง

 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมไปยัง พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ ผู้กก.ตม.ท่าอากาศยานภูเก็ตในกรณีดังกล่าว ระบุว่า ตนเองได้ตรวจสอบภาพและข้อความดังกล่าวในโพสต์ดังกล่าวแล้ว เบื้องต้น จากภาพไม่น่าจะใช่พื้นที่ภายในท่าอากาศยานภูเก็ต และจากเวลาที่โพสต์ซึ่งเป็นช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.ของวานนี้ เมื่อตรวจสอบจากข้อมูลผู้โดยสารและเที่ยวบินขาเข้าและขาออกระหว่างประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว พบว่า มีเพียง 5 ไฟล์ทบิน จำนวนผู้โดยสารจำนวน 746 คน ซึ่งไม่น่าจะหนาแน่นดังภาพที่โพสต์ ที่ผ่านมาหลังเกิดปัญหาเกี่ยวกับความล่าช้าทาง ตม.ร่วมกับ ท่าอากาศยานได้ปรับแผนการให้บริการ โดยเฉพาะในส่วนของเจ้าหน้าที่ ตม.ประจำเคาท์เตอร์นั้น จำนวนเจ้าหน้าที่ปฏิบัตงานจะเพิ่มลดตามปริมาณผู้โดยสาร และมีการคำนวนให้สอดคล้องกัน เช่น หากมีนทท.หนาแน่นเช่น ช่วงเทศกาล หรือไฮซีซั่น ก็จะเปิดเคาท์เตอร์ทั้งหมด จำนวน 30 เคาท์เตอร์ เพื่อให้ทัน โดยใช้เวลาช้าสุดไม่ว่าขาเขาหรือขาออกจะต้องไม่เกิน 1 ชั่วโมง   เว้นแต่กรณี มีปัญหาเป็นบุคคลมีหมายจับ บุคคลต้องสงสัย หรือพบข้อสงสัยมีประวัติอาชญากรรม ที่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด

 ทั้งนี้ยอมรับว่าในการบริหารงานพบยังมีจุดอ่อนอยู่บ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างแก้ไข เช่น การคำนวนปริมาณเจ้าหน้าที่ประจำเคาท์เตอร์ ผิดพลาดในบางช่วงเวลา เช่น เกิดสภาพอากาศฝนตกหนักทำไฟล์ทบินดีเลย์ และ มีไฟล์ทบินเลื่อนเวลามาลงหรือขึ้นในเวลาไลเลี่ยกัน ทำให้เกิดความล้าช้า แต่ก็เป็นช่วงสั้นสั้น แต่ก็สามารถสั่งเพิ่มเคาท์เตอร์เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้ในเวลาเร่งด่วน นอกจากนี้ ที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตยังพบปัญหาบริเวณพื้นที่รองรับผู้โดยสาร หลังผ่านจุดตรวจ ตม.ในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศนั้นสามารถจุผู้โดยสารได้เพียง 500 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือกับท่าอากาศยานในการแก้ปัญหา

 อย่างไรก็ตามในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจำท่าอากาศยานทุกแห่ง ปรับแผนการดำเนินการให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะทะลักเข้ามาในช่วงเวลาดังกล่าว

 

ภาพ/ข่าว อุทัย แสงสุวรรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ภูเก็ต