- 30 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2561 เวลา 14.00 น. ร้อยตรี หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายก อบจ.โคราช เปิดเผยกับผู้สื่อถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนนยางพารา จำนวน 240 โครงการ ที่มีการอนุมัติจ่ายขาดเงินสะสม จำนวน 440 ล้านบาท โดยโครงการนี้ได้รับชอบจาก นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ก่อนนำเข้าสู่การอนุมัติสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ให้มีการดำเนินโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากถนนหนทาง ที่ชำรุดเสียหายขาดการซ่อมแซม เนื่องจากงบประมาณมีจำนวนจำกัดไม่เพียงพอ ต่อมานายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ออกมาชี้แจงข้อซักถามขององค์กรตรวจสอบภาคประชาชน และ สื่อมวลชนที่ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า จะเป็นการผลาญเงินคงคลังของ อบจ.จนหมด โดยอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ออกมายืนยันว่า อบจ.โคราช ดำเนินโครงการชอบด้วยระเบียบทุกประการ เพราะยังมีเงินคงคลังเหลืออยู่อีก 350 ล้านบาทเศษที่เป็นรายจ่ายประจำ และงบฉุกเฉินตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยทุกประการ
ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ กล่าวว่า หลังโครงได้รับการอนุมัติจากสภา อบจ.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีสมาชิกสภา อบจ.ท่านหนึ่งได้ยื่นเป็นญัตติ เพื่อขอแก้ไขในเรื่องของรายละเอียดในโครงการบางตัว ซึ่งมีความคลาดเคลื่อนในเรื่องของตัวเลขของพื้นที่โครงการ ซึ่งผิดไปจากข้อเท็จจริง ตนเองในฐานะผู้บริหารมีความเห็นว่า หากมีการยื่นญัติแก้ไขในรายละเอียด ก็น่าจะมีการตรวจสอบให้ครบกระบวนการ เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และเป็นการกลั่นกรองโครงการทั้ง 240โครงการ ที่ใช้งบประมาณถึง 440ล้านบาทอีก จึงนำเรื่องไปไปปรึกษานายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯโคราช ซึ่งท่านก็เห็นดีด้วย และเพื่อการตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุดกับทางราชการ จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบรายละเอียดทั้ง 240โครงการ คณะกรรมการชุดนี้จะมีท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน ในขณะเดียวกัน นายสมบัติ กาญจนวัฒนา ประธานสภาฯก็ได้ขอให้ คณะกรมการคมนาคม ของสภาฯ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ ในการตรวจสอบโครงการด้วย
“การตรวจสอบและแก้ไขรายละเอียดของโครงการถนนยางพาราในครั้งนี้ จะไม่กระทบกับงบประมาณที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการอนุมัติไว้แล้ว เป็นจำนวนเงิน 440 ล้าน โดยมีห้วงระยะเวลาในการตรวจสอบรายละเอียดมีระยะเวลาไม่เกิน 30วัน ซึ่งอาจทำให้การดำเนินโครงการต้องล่าช้าและยืดระระเวลาออกไปอีกไม่เกิน 30วัน จากนั้นก็จะเอาฉบับที่แก้ไขสมบูรณ์แล้วเข้าสู่สภาฯอีกครั้งก่อนดำเนินโครงการทั้งหมดพร้อมๆกัน ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งไม่ได้มีความเป็นห่วงเกี่ยวกับเงินไขระยะเวลาที่ให้ดำเนินการโดยวิธีการสอบราคาและก่อหนี้ผูกพันภายในวันที่ 20 เมษายน 2561 เพราะหากเลยเวลาที่กำหนดทาง อบจ.ก็สามารถดำเนินงานตามโครงการนี้ได้ด้วยวิธีจัดซื้อจัดจ้างตามปกติ ซึ่งก็ถือเป็นอีกทางหนึ่งที่รัฐบาลหวังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา สำหรับองค์เอกชนที่ประสงค์จะตรวจสอบโครงการที่ดำเนินงานในพื้นที่ ก็สามารถติดตามตรวจสอบได้ในทุกพื้นที่ที่มีโครงการ ด้วยความยินดียิ่งเพราะเป็นการร่วมรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ไม่มีปัญหาอะไร”นายก อบจ.กล่าว
ภาพ/ข่าว นายมานะ แย้มจะบก ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวที่นิวส์ จังหวัดนครราชสีมา
