- 30 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
รอง ผอ. ศปป.4 กอ.รมน. ย้ำต้องยึดกฎหมาย ประชาชนไม่เดือดร้อน ผู้ประกอบการท่าทราย จึงจะสามารถประกอบกิจการต่อไปได้ ส่วนชาวบ้านแฉซ้ำตลิ่งฝั่งโขงพังแล้ว รัฐต้องเสียเงินเท่าไหร่ในการทำเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง ผู้ประกอบการได้เงินเท่าไหร่จากการดูดทรายขาย มิหนำซ้ำชาวลาวฝั่งตรงข้ามก็รำคาญไม่แพ้กัน
พ.อ.สุทธิ์พิชญพงษ์ สุธิราวุธ รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดหนองคาย (รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดหนองคาย) เปิดเผยว่า ภายหลังที่ พล.ต.ปรเมศวร์ กันมินทร์ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(รอง ผอ.ศปป.4 กอ.รมน.) ได้ลงพื้นที่ร่วมประชุมกับนายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมที่ทำการปกครอง จ.หนองคาย ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัด (วันที่ 29 มี.ค. 61) กรณีข้อพิพาทระหว่างประชาชนชาวบ้านผาตั้ง ม.1 และบ้านปากโสม ม. 2 ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย กับ ผู้ประกอบกิจการท่าทรายในพื้นที่ เนื่องจากเกิดปัญหามลพิษ ปัญหาสิ่งแวดล้อม การเกษตร การประมง ปัญหาจราจร และการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ พ.อ.สุทธิ์พิชญพงษ์ กล่าวต่อไปว่า พล.ต.ปรเมศวร์ ตัวแทนของ กอ.รมน.ได้ห่วงใยกับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ได้สอบถามส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ว่าได้ดำเนินการเรื่องอะไรบ้างแล้ว ในการแก้ไขปัญหา และขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่อย่างเต็มที่ ก็คิดว่าน่าจะเพียงพอที่จะแก้ปัญหาได้ แต่ถ้ามีอะไรที่มากกว่านั้นก็ให้รายงานโดยตรง ที่ดำเนินการแล้วก็ให้รายงานขึ้นไปเช่นเดียวกัน ทาง ศปป.4 ก็จะตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งว่าในพื้นที่สามารถแก้ไขปัญหาได้เพียงพอหรือไม่
หลังจากประชุมรับฟังสภาพปัญหาแล้ว ก็ได้เดินทางลงไปพื้นที่ ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย เพื่อไปตรวจดูท่าทราย ก็ได้เห็นสภาพความเป็นจริง และได้พบปะกับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน มีการพูดคุยกัน ให้กำลังใจกัน ส่วนประชาชนเองก็รู้สึกดีใจ และพอใจที่ทหาร กอ.รมน.ได้ให้ความสนใจในสภาพปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และจะแก้ปัญหาให้
ส่วนบทสรุปจะเป็นอย่างไรนั้น พล.ต.ปรเมศวร์ ก็ได้ฝากให้ใช้กฎหมายให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่มีอยู่ ประชาชนต้องไม่เดือดร้อน ขณะเดียวกันผู้ประกอบการต้องดูในภาพรวมด้วยว่า ถ้าประชาชนไม่เดือดร้อนก็จะสามารถประกอบกิจการต่อไปได้
ด้านนายถิรคุณ บุญณภัย อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 244 ม.1 ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้รับเหมาได้เริ่มซ่อมแซมทางเท้าบริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งพังแล้วเป็นระยะๆ เนื่องจากพื้นดินบริเวณริมโขงได้ยุบตัวลง ทั้งพื้นถนนยุบ ราวเหล็กก็ขาดเนื่องจากตลิ่งยุบตัวจนเกิดเป็นรอยแยก อยากให้รัฐบาลลงมาดูในพื้นที่อย่ารับแต่รายงาน รัฐบาลหรือส่วนราชการได้อะไรกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ต้องหาเงินมาสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง จากนั้นก็หาเงินมาซ่อมแซม ไม่รวมความเดือดร้อนของชาวบ้าน อยากให้มาลงพื้นที่เพื่อจะได้เห็นด้วยตาของตนเองว่าชาวบ้านหลอกลวงหรือไม่ ความเสียหายเกิดขึ้นจริงหรือไม่ รัฐบาลได้กับผู้ประกอบการได้ ใครได้มากกว่ากัน
ส่วนราษฎรตัวแทนบ้านอ่างใหญ่ เมืองสีโคดตะบอง แขวงเวียงจันทน์ ประเทศลาวกล่าวว่า ภายหลังที่มีการดูดทรายที่ฝั่งตรงข้ามคือบ้านผาตั้ง ทำให้ทำประมงแถวนี้ไม่ได้เลย เพราะเสียงดัง ฝุ่นใต้น้ำเยอะ ปลาทยอยหนีไปหมด ส่วนกลางคืนมีการตักหินใส่รถบรรทุกเสียงดัง ทำเหมือนไม่มีเวลากำหนด ชาวฝั่งไทยไม่รำคาญหรือยังไง ถึงขนาดอยู่คนละฝั่งโขงยังได้ยินและรำคาญเลย อยากได้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเหมือนชาวสังคม คือวางอวนหาปลาได้ตลอดทั้งปี เมื่อดูดทรายอยู่อย่างนี้ก็ทำการประมงไม่ได้เลย อย่าพูดถึงหาปลาขาย แม้หาปลากินยังแทบจะไม่ได้เลย.
ภัทรวินทร์ ลีปาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดหนองคาย
