- 31 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “หญิง เจนน” ได้โพสต์ภาพและข้อความในเพจ “ประเทศคอน!! จนมีผู้คนในโลกโซเชี่ยลเข้าไปชม แชร์และแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยภาพโพสต์เป็นภาพ น.ส.ทัศวรรณ์ กำลังการ ผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นนักเรียน ม. 4 อายุ 15 ปี และภาพมีดปลายแหลมที่ น.ส.เอ อายุ 17 ปีคนร้ายใช้แทง น.ส.ทศวรรณ์ จนเสียชีวิต พร้อมข้อความที่โพสต์บางตอนความว่า #ถ้าพี่ๆรักความยุติธรรม กรุณาอย่าเลื่อนผ่าน ครอบครัวนู๋ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่น้องนู๋ถูกฆ่า ฆาตกรติดคุกแค่ 1 ปี 6 เดือน.... นู๋เป็นพี่สาวของ น.ส ทัศวรรณ์ กำลังการ น้องนู๋กำลังจะเข้า ม.4 ของโรงเรียนเมือง นครศรีธรรมราช น้องนู๋เป็นเด็กเรียนดี ขยัน แต่น้องนู๋ถูกฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหดและเลือดเย็น แต่ทางครอบครัวนู๋ไม่เคยได้รับความเป็นธรรม จาก....และทางญาติของฆาตกร ...ฆาตกรเป็นผู้หญิง อายุ 17 ปี แต่ไม่เรียนหนังสือแล้ว ศาลตัดสิน ฆาตกรติดคุกแค่1ปี6 เดือน ติดมาแล้วหกเดือนก็เหลืออีก 1 ปี ถ้าทำตัวดีก็ได้ลดโทษ
“#นี่นะเหรอโทษของคนทำผิด #นี่นะเหรอความยุติธรรมที่คนบริสุทธิ์ได้รับ #แล้วแม่ของฆาตกรไม่ต้องรับโทษเลยเหรอ ที่ยืนอยู่ในที่เกิดเหตุแต่เอื้อมมือ แต่ไม่ช่วยห้ามปรามเลยแถมยังพากันหาทีซ่อนด้วย เมื่อตอนเย็นหลังจากกลับจากศาล แม่ฆาตกรเค้ายังเบ้ปากใส่นู๋ อละยิ้มแยบเยาะเย้ยใส่นู๋ด้วย ในฐานะพี่ที่ไม่สามารถช่วยน้องได้ในเวลานั้น นู๋ขอเรียกร้องความเป็นธรรมให้น้องและครอบครัวนู๋ เพราะ#คำตัดสินบ่งบอกถึงความไม่เป็นธรรม #ช่วยแชร์ต่อไปเยอะๆนะคะ ขอความเป็นธรรมให้ครอบครัวนู๋ เรื่องนี้ต้องถึงผู้ใหญ่ใจดี ที่พอจะช่วยครอบนู๋ได้ ขอความกรุณาแชร์ต่อๆไปให้ถึงคนที่มีความยุติธรรม #ช่วยครอบครัวนู๋ด้วย”ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 98/5 หมู่ 2 ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พบนางอ้อยใจ กำลังการ อายุ 36 ปี แม่ของ น.ส.ทัศวรรณ์ กำลังการ ผู้เสียชีวิต พร้อมญาติพี่น้องรวมกว่า 10 คน ได้นำภาพถ่ายที่เคยใช้ติดหน้าโลงศพ น.ส.ทัศวรรณ์ พร้อมใบประกาศนียบัตรนักเรียน นักกีฬาดีเด่น ผู้มีความประพฤติเรียบร้อยและอื่น ๆ ที่โรงเรียนออกรับรองให้ไว้ตั้งแต่ช่วงที่เรียนระดับประถม-มัธยมตน ( ม.3)รวมกว่า 20 ฉบับ รวมทั้งนำสำเนาคำฟ้องและคำพิพากษาในคดีมามารอต้อนรับ โดยทันทีที่พบผู้สื่อข่าวนางอ้อยใจ ได้เปิดปากเล่าเรื่องราวที่ที่ น.ส.ทัศวรรณ์ บุตรสาวถูก น.ส.เอ ใช้มีดเดือยไก่ยาวเกือบ 1 ฟุตกะซวก 2 แผลจนเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 2 พ.ค. 2560 ที่ผ่านมา ด้วยอาหารที่ยังไม่หายเศร้าโศกเสียใจและร้องห่มร้องให้น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างน่าเวทนาสงสาร
นางอ้อยใจ กำลังการ กล่าวว่า น.ส.ทัศวรรณ์ หรือน้องสอง บุตรสาวของตนเป็นเด็กดี ไม่ความประพฤติเรียบร้อย ได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองจากโรงเรียนอย่างต่อเนื่องมารตั้งแต่ระดับประถมจนถึง ม. 3 และเข้าเรียน ม. 4 ได้เพียง 3-4 วันก็ถูก น.ส.เอ อายุ 17 ปี ซึ่งไม่ได้เรียนหนังสือกะซวกแทงตายต่อหน้าแม่ของ น.ส.เอ ตนยอมรับได้ในคำพากษาของศาลเยาวชนและครอบครัวให้จำคุก 10 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 5 ปี และให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่ง น.ส.เอ จำเลย ไปฝึกและอบรมที่ศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนเขต 8 จ.สุราษฏร์ธานี มีกำหนดขั้นต่ำ 1 ปี 6 เดือน ขั้นสูง 2 ปี และให้เรียนหนังสือต่ออย่างน้อยจนจบ ม. 3 และให้ฝึกอาชีพตามความประสงค์ของจำเลยอย่างน้อย 1 อาชีพ และให้จำเลยชำระเงินจำนวน 300,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี
แต่หลังจากหลังจากคำพิพากษาทางผู้ปกครองของจำเลยยังไม่ยอมชำระเงินตามคำสั่งศาล 300,000 บาท โดยอ้างว่าก่อนศาลพิพากษาเคยให้เงินช่วยเหลือเพื่อให้คดีจบ 50,000 บาทแต่ตนไม่ยอมรับเมื่อศาลตัดสินให้จำคุกก็ถือว่าได้ชดใช้ความผิดหมดสิ้นกันไปแล้ว หากตนต้องการเงินตามคำพิพากษาศาลจะต้องให้ทนายความยืนเรื่องขอบังคับคดี แต่ตนไม่มีเงินเพราะติดต่อทนายความขอความช่วยเหลือหลายรายเขาบอกต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการหนึ่งหมื่นบ้างห้าหมื่นบ้าง ตนไม่มีเงินจ้างทนายจึงยังไม่ได้ยืนเรื่องขอให้มีการบังคับคดีแต่อย่างใด เขาใจดำมาก ๆ หากมีใครทำให้ลูกเขาตายแล้วศาลพิพากษาให้ต้องจ่าย 300,000 บาท ฝ่ายคนที่ทำให้ตายไม่ยอมจ่ายเขาจะรู้สึกอย่างไร ซึ่งจริง ๆ แล้ว ชีวิตมีค่าแต่ 300,000 มันน้อยเกินไปกับชีวิตคนหนึ่งชีวิต แต่เขากลับไม่ยอมจ่าย ทั้งๆ ที่ขณะเกิดเหตุแม่ของ น.ส.เอ ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ไม่ห้ามปราบบุตรสาว จึงน่าจะมีความผิดด้วย โดยตนตระเวนไปร้องเรียนขอความช่วยเหลือ ขอความเป็นธรรมทั้งกับแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชผ่านศูนย์ดำรงธรรมแต่เรื่องก็เงียบหายไม่มีความคืบหนาใด ๆ แม้แต่น้อย
นางอ้อยใจ กำลังการ กล่าวว่า ครอบครัวตนมีฐานะยากจนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก มีหนี้สินจากการกู้เงินยืมเรียนให้ น.ส.ทัศวรรณ หรือน้องสอง และพี่สาว 60,000 บาทก็ยังไม่ได้จ่ายคืน กู้ยืมเงินนอกระบบมาจัดการเรื่องศพ น.ส.ทัศวรรณ์ และอื่น ๆ รวมมีหนี้สินกว่า 1 แสนบาท คนที่ไม่สูญเสียเหมือนตนคงไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกที่แย่สุด ๆ ได้ โดยในขณะนี้ศพของ น.ส.ทัศวรรณ์ ยังเก็บไว้ที่วัดหญ้า ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ยังไม่ได้ฌาปนกิจเพราะรอหาเงินมาปลดหนี้ให้เบาบางเสียก่อนจึงค่อยขุดศพมาประกอบพิธีทางศาสนาและทำการเผาหรือฌาปนกิจต่อไป.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังสื่อมวลชนนำเสนอข่าวล่าสุดทางยุติธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ส่งคำวินิจฉัยคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ให้นางอ้อยใจ ทราบว่าตามที่นางอ้อยใจ กำลังการ แม่ของ น.ส.ทัศวรรณ์ กำลังการ ผู้เสียหาย ได้ยื่นคำขอรับค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญา ซึ่งคณะอนุกรรมการ ฯได้พิจารณาจ่ายค่าตอบแทนให้กับนางอ้อยใจ กำลังการ ประกอบด้วยค่าตอบแทนในกรณีที่ผู้เสียหายถึงแก่ความตายจำนวน 50,000 บาท ,ค่าจัดการศพ จำนวน 20,000 บาท และค่าขาดการอุปการะเลี้ยงดู จำนวน 40,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 110,000 บาท โดยเงินจำนวนดังกล่าวจะโอนเข้าบัญชีนางอ้อยใจ กำลังการ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน สร้างความดีใจให้กับครอบครัวของอ้อยใจและญาติ ๆ เป็นอย่างมาก.
ขอบคุณภาพ/ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
