- 31 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 31 มี.ค. 61 นางสาวนงลักษณ์ แก้วเสริม อายุ 32 ปี พนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง อาศัยอยู่ จ.นนทบุรี เข้าพบนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อยืนยันว่า น.ส.วิไลลักษณ์ อินทรพิทักษ์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาฉ้อโกงที่หลอกลวงสาวกตัญญูและเพิ่งถูกจับกุมตัวเนินคดีที่ สภ.บ้านโป่ง นั้น น่าจะเป็นคนเดียวกับที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ โทรศัพท์ไปหลอกลวงว่าจะมีผู้ใจบุญบริจาคช่วยเหลือครอบครัวตนที่ต้องเลี้ยงลูกพิการทางสมอง จนหลงเชื่อโอนไปให้ 5 พันบาท ที่ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถนนรังสิต-นครนายก คลอง 7 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
นางสาวนงลักษณ์ กล่าวว่า ตนมีลูกชายอายุ 8 ขวบ พิการทางสมอง ครอบครัวต้องอยู่อย่างลำบาก รายได้ไม่พอรายจ่ายเพราะต้องพาลูกชายไปหาหมอเป็นประจำ ทำให้มีหนี้สินจำนวนมาก และบ้านที่อยู่อาศัยก็ได้เอาไปจำนองไว้ เมื่อใกล้วันที่ต้องต่อดอกบ้านทำให้เป็นทุกข์มากเพราะไม่มีเงิน เกรงว่าบ้านจะถูกยึดครอบครัวจะไม่มีที่ซุกหัวนอน จึงจำใจต้องโพสต์เฟซบุ๊คขอผู้ใจบุญเมตตาหยิบยื่นความช่วยเหลือ โดยให้ชื่อนามสกุล เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ และหมายเลขบัญชีไปในโพสต์ดังกล่าว กระทั่งวานนี้ (10 มี.ค.) ตนได้รับโทรศัพท์จากผู้หญิงคนหนึ่ง อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิปวีณาฯ รับทราบเรื่องที่ตนเองโพสต์ขอความช่วยเหลือ และขณะนี้มีผู้ใจบุญจะช่วยเหลือจ่ายค่าจำนองบ้านให้ แต่ต้องมีค่าดำเนินการที่ต้องให้ตนโอนจ่ายไปก่อน 12,000 บาท ซึ่งตนก็บอกว่าไม่มีเงินมากขนาดนั้นเพราะในบัญชีที่มีอยู่ตอนนี้เพียง 5,700 บาท ซึ่งเตรียมไว้เพื่อจะพาลูกไปพบหมอตามนัดในวันที่ 19 มี.ค.61 โดยทางผู้ที่แอบอ้างก็ได้พยายามเกลี้ยกล่อมตนว่า อย่างไรก็ตามให้ตนโอนเงินมาก่อน 5,000 บาทก็ได้ ส่วนที่เหลือจะช่วยจ่ายให้ก่อน และทางผู้ใจบุญจะโอนเงินค่าบ้านมาให้ภายในเวลา 16.00 น.วันเดียวกัน ตนจึงหลงเชื่อและรับปากตกลง โดยอีกฝ่ายให้ชื่อบัญชี นางสาววิไลลักษณ์ อินทรพิทักษ์ และเลขบัญชีของธนาคารไทยพาณิชย์ ตนจึงทำรายการผ่านทางแอพพลิเคชั่นธนาคารในมือถือโอนเงินไปเรียบร้อย จากนั้นก็นั่งรอเวลาจนถึงเย็นก็ยังไม่มีผู้ใจบุญโอนเงินเข้าบัญชีตนแต่อย่างใด จึงเอะใจโทรกับไปถามผู้ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ อีกครั้ง ก็ได้รับคำตอบบ่ายเบี่ยง อ้างว่าผู้ใจบุญโอนเงินมาไม่ทันบ้าง หรือเช็คที่จ่ายมาต้องรอเคลียริ่งบ้าง และยังบอกอีกว่าพรุ่งนี้ติดวันอาทิตย์คงต้องรอถึงวันจันทร์ จากลักษณะดังกล่าวทำให้ตนสงสัยจึงได้นำเรื่องไปบอกสามี โดยสามีก็บอกว่าคงถูกหลอกแน่นอนแล้ว เมื่อนำชื่อของ นางสาววิไลลักษณ์ อินทรพิทักษ์ เจ้าของบัญชีไปค้นหาในกูเกิ้ล ก็พบว่าผู้หญิงคนนี้เคยถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมในพฤติกรรมเช่นเดียวกันมาก่อน จึงได้โทรศัพท์ติดต่อกลับไปหาผู้ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯอีกครั้ง บอกว่าตนจะแจ้งความดำเนินคดีทันทีถ้าไม่ยอมคืนเงิน 5,000 บาทกลับมาให้ อีกฝ่ายก็เสียงอ่อยอ้างโน่นอ้างนี่แล้วบอกว่าจะโอนเงินคืนให้ แต่ก็พบว่าโอนเงินคืนมาเพียง 3,000 บาทเท่านั้น ตนไม่อยากให้ใครต้องมาถูกหลอกอย่างตนอีก จึงได้เข้าแจ้งความที่สน.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ไว้เป็นหลักฐานและแจ้งมูลนิธิปวีณาฯ ให้ทราบเรื่อง
นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า หลังรับแจ้งจากนางสาวนงลักษณ์ ว่ามีการแอบอ้างชื่อมูลนิธิปวีณาฯ ไปหลอกเงิน ได้ประสาน พ.ต.อ.วสันต์ บุญเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับหญิงสาวที่ก่อเหตุ ที่สน.ไทรน้อย โดยมีนางสาวนงลักษณ์ ที่เป็นผู้เสียหายเดินทางไปด้วย ซึ่งพนักงานสอบสวนสภ.ไทรน้อย ได้ออกหมายเรียกหญิงคนดังกล่าวแล้วแต่ยังไม่มาพบเจ้าหน้าที่ และในวันนี้หลังทราบข่าวว่า นางสาววิไลลักษณ์ ผู้ต้องหาที่เพิ่งถูกจับแอบอ้างเป็นนักข่าวให้โอนเงินร่วม 2 แสนบาท เป็นคนเดียวกับที่เคยแอบอ้างชื่อมูลนิธิปวีณาฯ ไปหลอกลวงซ้ำเติมผู้ที่เขาเดือดร้อนและถูกจับกุมเมื่อ 2 ปีก่อนกลับมาตระเวนก่อเหตุอีก จึงได้ประสาน ให้พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และพ.ต.อ.วีระยุทธ ประสานนาม ผกก.สภ.ไทรน้อย เพื่อดำเนินการอายัดตัว นางสาววิไลลักษณ์ ดำเนินคดีเรื่องของนางสาวนงลักษณ์ แม่เด็กชายพิการทางสมอง โดยทางพนักงานสอบสวน สภ.ไทรน้อย จะทำเรื่องอายัดไปที่ สภ.เมือง จ.ราชบุรี และเรือนจำจังหวัดราชบุรีโดยเร็ว
ภาพ/ข่าว : ธัชนนท์ พิริยะกุลชัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปทุมธานี
