- 31 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 31 มี.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณป่าดงหนองกะเตา หรือป่าดงหนองม่วง ตั้งอยู่ที่บ้านเมืองน้อย ต.เมืองน้อย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อระหว่าง ต.อีปาด ต.ละทาย ต.เมืองน้อย และ ต.บัวน้อย ได้มีชาวบ้านบัวน้อย และอีกหลายหมู่บ้านในเขต ต.เมืองน้อย จำนวนประมาณ 500 คน นำโดย นายสุภาพ เมืองน้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านเมืองน้อย ได้พากันมาชุมนุมพร้อมทั้งชูป้ายเพื่อคัดค้านไม่ให้สวนป่ากันทรารมย์ได้ทำลายป่าดงหนองกะเตา ตามแผนการปฏิบัติงานปลูกป่าฟื้นฟูพื้นที่สวนป่าที่มีเปอร์เซ็นการรอดตายต่ำ เนื่องจากว่าป่าแห่งนี้มีเนื้อที่ 2,255 ไร่ แต่ปรากฎว่าได้มีการนำเอารถแบ็คโฮมาถากถางโค่นล้มต้นไม้ ซึ่งเป็นป่าไม้ที่มีความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ เพื่อปลูกต้นยูคาลิปตัสขึ้นมาแทน โดยชาวบ้านพากันตะโกนร้องว่า ไม่เอาต้นยูคา ขอให้เอาป่าธรรมชาติคืนมา จากนั้นได้พากันเดินเข้าไปตรวจสอบในบริเวณป่าดงหนองกะเตา ซึ่งพบว่ามีร่องรอยของการถูกรถแบ็คโฮโค่นล้มต้นไม้เป็นบริเวณกว้าง ขณะที่บริเวณป่าที่เหลืออยู่ก็มีความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ เนื่องจากชาวบ้านสามารถเก็บเห็ดและของป่าต่าง ๆ ออกมาเป็นอาหารกินประทังชีวิตตนเองและครอบครัวได้ และเป็นครัวป่าที่ชาวบ้าน 2 จังหวัดคือศรีสะเกษและอุบลราชธานี พากันมาหาของป่าไปขายสร้างรายได้กันมานานแล้ว
นายคำนวณ เขียวอ่อน อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/2 หมู่ 8 บ้านเมืองน้อย ต.เมืองน้อย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนเกิดมาก็เห็นป่าแห่งนี้และได้อาศัยป่าในการเข้าไปหาของป่า รวมทั้งอาหารป่าต่าง ๆ เช่น เห็ด แมงจีนูน ผักติ้ว หมากยาง เพื่อนำเอามาเป็นอาหารเลี้ยงตนเองและครอบครัวมานานหลายชั่วอายุคนแล้ว แต่เมื่อมีการเข้ามาทำลายป่าเพื่อที่จะปลูกต้นยูคาลิปตัสขึ้นมาแทนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว ทำให้พวกตนรู้สึกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าป่าดงหนองกะเตาที่พวกตนได้อาศัยทำมาหากินมานานร่วม 100 ปี ต้องถูกทำลายด้วยน้ำมือของหน่วยงานภาครัฐ ที่ตนไม่ทราบว่าคิดได้อย่างไรที่พากันทำลายป่าแห่งนี้ แล้วจะพากันปลูกต้นยูคาลิปตัสขึ้นมาแทน ซึ่งป่าแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ไม่ได้อยู่ในสภาพที่เสื่อมโทรม ที่จะมาทำลายเพื่อปลูกป่าเศรษฐกิจ ทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ และกระทบความเป็นอยู่ของชุมชน เพราะเป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติ และเป็นป่าที่ดูดความชุ่มชื้นให้กับพื้นดิน ตนจึงขอวอนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีขวัญใจประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ให้ช่วยระงับโครงการนี้ ซึ่งเป็นโครงการทำลายป่าอันอุดมสมบูรณ์ของชาวบ้านให้หมดสิ้นไป
ทางด้าน นายสุภาพ เมืองน้อย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านเมืองน้อย กล่าวว่า ป่าดงหนองกะเตา มีพื้นที่ 2,255 ไร่ แต่ปรากฏว่าขณะนี้ได้มีการเข้าทำลายป่า เพื่อปลูกป่ายูคาลิปตัสไปแล้ว จำนวนประมาณ 300 ไร่ โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งหากปล่อยให้หน่วยงานของรัฐยังคงทำลายป่าต่อไป ป่าแห่งนี้ก็คงจะเหลืออยู่แต่เพียงชื่อ ซึ่งโครงการปลูกไม้ยูคา ได้มีการทดลองปลูกมาแล้วหลายปี แต่ไม่ได้ผล เนื่องจากว่าทำให้ผืนป่าขาดความอุดมสมบูรณ์ แห้งแล้ง อีกทั้งป่าดงหนองกะเตานี้ ไม่ใช่เป็นป่าที่เสื่อมโทรม และเป็นแหล่งอาหาร แหล่งสร้างรายได้ของชุมชนอย่างมหาศาล ซึ่งทางหน่วยงานภาครัฐที่เข้ามาดำเนินการปลูกป่ายูคา ก็ไม่ได้ทำการประชาคมจากชาวบ้านเลยว่า ชาวบ้าน 4 ตำบล เห็นด้วยกับโครงการนี้หรือไม่ แต่กลับมาดำเนินการทำลายป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่ชาวบ้านรักหวงแหนไว้เป็นป่าของชุมชนมานานนับ 100 ปีแล้ว ซึ่งตนได้ร้องเรียนเรื่องนี้ไปยังหลายส่วนราชการแล้ว แต่ว่าเรื่องได้เงียบหายไป ทำให้มีการทำลายป่าไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น พวกตนและชาวบ้านจึงจะรวบรวมเงินกันเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฟ้องศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้หยุดการทำลายป่าดงหนองกะเตา เนื่องจากว่า ตนและชาวบ้านไม่มีที่พึ่งที่ใดอีกต่อไปแล้ว นอกจากศาลสถิตย์ยุติธรรมให้เข้ามาช่วยรักษาป่าดงหนองกะเตาแห่งนี้เอาไว้ให้เป็นสมบัติของชาว อ.กันทรารมย์ ตลอดไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะเดียวกัน ทาง จ.ศรีสะเกษ ได้เตรียมแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดยจะได้เชิญตัวแทนชาวบ้านและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาประชุมหารือ เพื่อหาข้อยุติในเรื่องนี้ ในวันที่ 2 เม.ย. 61 เวลา 15.00 น.ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.ศรีสะเกษ ทั้งนี้เนื่องจากว่า กรณีของชาวบ้านเมืองน้อยนี้ นับว่าเป็นกรณีตัวอย่างที่สมควรได้รับการยกย่องชื่นชมเพราะว่า ชาวบ้านนับพันลุกฮือขึ้นมาต่อต้านหน่วยงานภาครัฐที่เข้าไปทำลายป่าที่อุดมสมบูรณ์ของชาวบ้านที่ทำมาหากินมานานหลายชั่วอายุคนแล้ว
ชยงค์ มณีพันธุ์เจริญ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดศรีสะเกษ
