- 02 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายบรรพต จันทรวงษ์ นายอำเภอวัดเพลง ร่วมกับ พระครูศรีธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดแจ้งเจริญ ต.จอมประทัด อ.วัดเพลง ได้จัดงานประเพณีเหยียบหลังกะเหรี่ยงขึ้น ระหว่าง วันที่ 30 มีนาคม – 1 เมษายน มีชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงในเขตภาคตะวันตก ประกอบด้วย ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี กว่า 3,000 คน อุ้มลูกจูงหลานนำครอบครัวเข้าพักค้างคืนเพื่อร่วมงานประเพณีที่มีการสืบทอดกันมายาวนานกว่า 100 ปีล่วงมาแล้ว นอกจากนี้ผู้ที่เดินทางมาร่วมงานยังได้ร่วมบวชสามเณร และบวชชีพรามหณ์ รวม 1,053 รูป พร้อมร่วมปิดทองรูปหล่ออดีตเจ้าอาวาสวัดเพื่อความเป็นมงคลแก่ครอบครัว
พระครูศรีธรรมาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดแจ้งเจริญ เปิดเผยว่า เป็นเรื่องเล่าสืบกันมา ขณะที่หลวงพ่อนวม อดีตเจ้าอาวาสวัดแจ้งเจริญได้ธุดงค์ด้านทิศตะวันตก ปรากฏหลักฐานอยู่คือที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี มีหลักฐานเป็นศาลาที่ชาวบ้านสร้างถวายเอาไว้อยู่กลางหมู่บ้าน ส่วนเรื่องราวที่ชาวกะเหรี่ยงให้ความเคารพนับถือนั้นมีการบอกเล่าต่อๆกันมาถือความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อนวมที่เคยไปประลองวิชาทางไสยศาสตร์กับผู้นำกะเหรี่ยงในสมัยนั้น จนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาของชาวกะเหรี่ยงสืบทอดต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ อาตมาเป็นคนที่เกิดไม่ทันหลวงพ่อที่ได้มรณภาพไปแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2478 ในชีวิตท่านเมื่อเทียบมาถึงปัจจุบันมีอายุกว่า 100 ปี
มาถึงตอนนี้ประชาชนชาวกะเหรี่ยงไม่น้อยกว่าสมัยก่อนนั้นที่ได้เดินเท้ากันมาพักค้างคืนที่วัด ทั้งเดินข้ามลูกเขาลัดเลาะกันกันมาที่วัดบ่งบอกถึงความเคารพนับถือ ก่อนที่จะมาถึงอาตมาก็มีเจ้าอาวาสตั้งแต่หลวงพ่อพระอธิการนวม มาถึง 5-6 เจ้าอาวาส อาตมาเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 7 ซึ่งวัดได้จัดงานประจำปีระหว่างวันขึ้น 14 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ ของเดือน 5 ทุกปี ปีนี้ตรงกับวันที่ 30-31 มีนาคม โดย วันสุดท้ายเมื่อชาวกะเหรี่ยงได้กินข้าวกันเสร็จแล้วจะมีพิธีแห่รูปหล่อหลวงพ่อนวมรอบโบสถ์ มีการสรงน้ำกับเจ้าอาวาส โดยผู้ชายกะเหรี่ยงจะนอนเรียงแถวยาวให้เจ้าอาวาสเหยียบหลัง ส่วนการสรงน้ำจะใช้ผงขมิ้นโรยน้ำ มีใบส้มป่อยนำไปรดน้ำตั้งแต่บริเวณศีรษะจนถึงทั่วตัว และผู้หญิงและผู้ชายจะนำมือไปแตะที่น้ำในถาดที่มีการรดน้ำและได้สรงน้ำไหลลงวนลงมาลงที่ถาดและที่บริเวณเท้า หลังจากนั้นทุกคนจะเอามือแตะน้ำที่ขังอยู่ในถาดเอามาลูบหน้าเสยผม เสร็จแล้วฝ่ายชายจะนอนคว่ำให้หลวงพ่อเหยียบหลัง ซึ่งก็ไม่ได้หมายถึงเป็นเรื่องการบำบัดโรคแต่อย่างใด แต่เป็นความเชื่อความศรัทธาของพวกเขา เป็นความเชื่อของชาวกะเหรี่ยงที่ควรจะเคารพนับถือแก่ผู้ที่ควรจะเคารพนับถือเมื่อสรงน้ำทุกอย่างสะอาดแล้ว ก็ไม่อยากให้หลวงพ่อใช้เท้าเหยียบดิน ชาวกะเหรี่ยงจึงใช้แผ่นหลังนี้เป็นผืนดินแทน เป็นการเคารพนับถือองค์หลวงพ่อ ก็เลยกลายเป็นว่า หลวงพ่อเป็นพระมหัศจรรย์ของพวกเขา หากจะเรียกอย่างอื่นก็ยังหาคำพูดที่จะใช้กับการกระทำเขาไม่ได้ เพราะว่าหลวงพ่อพูดภาษากะเหรี่ยงไม่เป็น ชาวกะเหรี่ยงพูดภาษาของหลวงพ่อไม่ได้ และสมัยก่อนเคยรังเกียจหลวงพ่อมาแล้ว แต่ปัจจุบันก็ได้กลายมาเป็นความเคารพนับถือแทน จนมาถึงปัจจุบันนี้เมื่อถึงปีและช่วงเวลาที่วัดกำหนดไว้ก็จะมีชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงและชาวกะเหรี่ยงจำนวนมากจะเดินทางมาร่วมพิธีเหยียบหลังกระเหรี่ยงกันเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตามบรรยากาศการแห่รูปหล่อหลวงพ่อนวม หลวงพ่อป๋อง และหลวงพ่อม่วง อดีตเจ้าอาวาสวัดแจ้งเจริญ เป็นไปอย่างคึกคัก มีการนำแตรวง เครื่องดนตรีต่างๆมาเล่นสด เพื่อให้เกิดความสนุกสนานครื้นเครงในการจัดงาน มีชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง และชาวกะเหรี่ยงเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากร่วมกันแห่รูปหล่อของอดีตเจ้าอาวาสทั้ง 3 รูปไปรอบโบสถ์ 3 ครั้ง จากนั้นจึงได้นอนให้หลวงพ่อรูปปัจจุบันเหยียบหลัง โดยทุกคนมีความเชื่อเมื่อให้เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ได้เหยียบหลังแล้วจะทำช่วยขจัดโรคภัยไข้เจ็บ ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไปจากตัว เกิดความเป็นมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ซึ่งหลังจากที่ได้ทำพิธีเหยียบหลังเสร็จแล้ว ทุกคนก็ได้แยกย้ายกันกลับภูมิลำเนาเดิมและจะกลับมาอีกครั้งในปีถัดไป จึงถือเป็นประเพณีและความเชื่อที่มีมายาวนานและเป็นแห่งเดียวที่มีการชุมนุมของชาวกะเหรี่ยงมากที่สุดในประเทศ
ภาพ-ข่าว ภัทรพงศ์ คำเปรม ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดราชบุรี
