- 02 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(2เมษายน2561) ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่ามีบ้านเรือนประชาชนทรุดตัวตั้งแต่เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาทำให้คนในบ้านต่างหนีตายกันออกมานอกบ้าน จนไม่กล้าเข้าบ้านหวั่นบ้านพังถล่มซ้ำอีก โดยเหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 72/42 ซอยโรงเรียนเอกศิลป์ ม.2 ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง จึงได้รุดลงพื้นตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยมี นาย เชิดชู นิลอรุณ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตำบลบางนอน พร้อมด้วย ชุด ชรบ.ม.2 และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบางนอน เข้าให้การช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน
ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวอยู่ริมฝั่งคลอง โดยมี นางปราณี อินทคำ อายุ 48ปี อยู่บ้านเลขที่ 72/42 ม.2 ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง เป็นเจ้าของบ้าน จากการตรวจสอบพบว่าตัวบ้านครึ่งหนึ่งได้รับความเสียหายพังถล่มลงไปริมคลอง เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อสอบถามจากชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน จึงทราบว่าสาเหตุเกิดจากเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 1เมษายน ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้มีปริมาณน้ำที่ไหลลงมาจากเนินเขาหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก แต่ท่อระบายน้ำเกิดการอุดตันไม่สามารถระบายน้ำลงในคลองได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีรถผสมปูนของบริษัทเอกชนรายหนึ่งได้นำปูนซีเมนต์ไปเททิ้งปิดรูท่อระบายน้ำไว้ ทำให้ช่วงฝนตกหนักน้ำไม่สามารถระบายลงสู่ลำคลองได้ทัน เป็นเหตุให้น้ำไหลทะลักเข้าไปกัดเซาะบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งเจ้าของบ้านแจ้งว่าได้เคยแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบในพื้นที่ไปหลายครั้งแล้ว แต่กลับนิ่งเฉยไม่ดำเนินการแก้ไขให้จนกระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว ด้านผู้ใหญ่บ้านได้นำเจ้าหน้าที่ ชรบ.หมู่ 2 เข้าให้การช่วยเหลือเบื้องต้น และได้ประสานไปยังหน่วยงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบในพื้นที่ให้ช่วยเร่งให้การช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว
นาง ปราณี อินทคำ เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า เมื่อวานที่ฝนตกหนักน้ำได้ทะลักเข้ามาบ้านของตนและบ้านใกล้เคียง ซึ่งหากท่อไม่อุดตันน้ำก็ระบายลงคลองได้ปกติก็คงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนสาเหตุเกิดจากก่อนหน้านี้ได้มีรถผสมปูนของบริษัทเอกชนรายหนึ่งนำปูนมาเททิ้งปิดท่อระบายน้ำซึ่งช่วงหน้าบ้านตนพอดี ในตอนนั้นตนได้ห้ามและบอกไปแล้วว่าอย่าเทปูนทิ้งตรงนี้ท่อมันจะตัน ถ้าฝนตกหนักน้ำจะทะลักเข้าบ้านตนแต่เขาก็ไม่ฟัง จนท่อระบายน้ำอุดตันน้ำไม่สามารถระบายลงไปสู่ลำคลองได้ตามปกติ พอฝนตกหนักรอบนี้น้ำจึงทะลักรอดกำแพงข้างบ้านและเข้ากัดเซาะใต้พื้นบ้านของตน ซึ่งเรื่องนี้ตนเคยแจ้งไปยังหน่วยงานพื้นที่รับผิดชอบในพื้นที่หลายครั้งแล้ว แต่กลับนิ่งเฉยไม่มีการมาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้จนเกิดเหตุดังกล่าว และนอกจากบ้านของตนแล้วน้ำยังได้ทะลักเข้าบ้านเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันกับบ้านของตนจนได้รับความเดือดร้อนด้วยเช่นกัน
ภาพ/ข่าว นิเวศน์ เสระหมาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ระนอง
