- 02 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ตื่นตา ตื่นใจ ชุด "ฟ้อนซอ ปั่นฝ้าย" การแต่งกายและทอผ้าตีนจก 3 ยุค ตำนานวิถีชีวิตชาวบ้าน 250 ปี จากอดีตปู่ ย่า ตา ยาย อนุรักษ์ให้ลูกหลานถึงปัจจุบัน หลังร้างลาหายไปนานหลายร้อยปี ตั้งแต่เกิดช่วงสุโขทัย-หายช่วงอยุธยาตอนต้น สมัยเป็นเมืองพนมมาศทุ่งยั้ง ในงาน "อุตรดิตถ์เมืองงามสามวัฒนธรรม" สัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 61 ที่บริเวณหอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ นายเสฐียรพงศ์ มากศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงาน "อุตรดิตถ์เมืองงามสามวัฒนธรรม" เนื่องในสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย วันที่ 2 เมษายนของทุกปี วันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างใหญ่หลวง ในงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ และ องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)อุตรดิตถ์ จึงได้จัดกิจกรรมงานนี้ขึ้นมาเพื่อเฉลิมพระเกียรติและร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ภายในงานมีกิจกรรมขันโตกดินเนอร์ พิธีบายศรีสู่ขวัญ มอบเกียรติบัตรยกย่องศิลปินพื้นบ้านดีเด่นและภูมิปัญญาพื้นบ้านดีเด่นจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรม จาก 9 อำเภอในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ลานศิลปะ ลานวัฒนธรรมสร้างสรรค์และถนนสายวัฒนธรรมเมืองท่าเหนือ ร่วมรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนและข้าราชการแต่งกายผ้าไทยพื้นถิ่น ตามวิถีวัฒนธรรม อาทิ ล้านนา ล้านช้าง สุโขทัยและสมัยอยุธยา ในช่วงสัปดาห์อนุรักษ์มรดกไทย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตลอดเดือนเมษายนนี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ประชาชนจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวในครั้งนี้ด้วย
โดยมีนางสาวปรารถนา มงคลธวัช วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ นายประสงค์ อุไรวรณ์ นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ นายสมชาย ไชยพันธุ์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)อุตรดิตถ์ นางรจนา มณีประกร รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมใจกันแต่งชุดไทยโบราณย้อนยุค ร่วมงานในครั้งนี้ด้วย
นอกเหนือจากพิธีบายศรีสู่ขวัญแล้ว บนเวทีการแสดงยังมีกิจกรรมการแสดง "ฟ้อนซอ ปั่นฝ้าย" ตำนานไท-ยวน เมืองลับแล เป็นการแสดงตำนานวิถีชีวิตของชาวบ้านในอดีตที่ผ่านมาถึง 3 ยุคด้วยกัน โดยเริ่มต้นจากเมืองพนมมาศทุ่งยั้ง เป็นเมืองที่เกิดขึ้นในสมัยสุโขทัย ต่อมาสมัยอยุธยาตอนต้น ผู้คนถูกกวาดต้อนไปอยู่ที่อยุธยา ส่งผลทำให้เมืองพนมมาศทุ่งยั้ง ร้างไปหลายร้อยปี
ต่อมา ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ไท-ยวน ได้อพยพมาจากเชียงแสนมาหยุดตั้งบ้านเรือนที่บ้านเชียงแสน ต.ฝายหลวง อ.ลับแล และพื้นที่ตำบลใกล้เคียง เช่น ตำบลชัยจุมพล ตำบลด่านแม่คำมัน และ ตำบลทุ่งยั้งบางส่วนรวมถึงพื้นที่อื่นด้วย นำเอาวัฒนธรรมการแต่งกายพร้อมด้วยการทอผ้าตีนจก สอนแก่ลูกหลานจนสืบทอดมาถึงทุกวันนี้ นับเป็นเวลานานกว่า 250 ปี
ผ้าซิ่นตีนจก สามารถแบ่งได้เป็น 3 ยุค ดังนี้ ยุคที่ 1 เรียกว่า ผ้าซิ่นดอกเคี๊ยะ ห่มด้วยผ้าคาด อก ทะแว้นด้วยผ้าสไบแพรสี ซิ่นกาฝากแดง ห่มด้วยผ้าคาด อก ทะแว้นด้วย ผ้าสไบแพรสี ซิ่นการฝากเขียว ห่มผ้าคาด อกสีขาว ยุคที่ 2 ผ้าซิ่นตีนจก ตัวซิ่นปั่นไก จกลายดอกเคี๊ยะ อยู่ทั้งส่วนบนและล่างของตัวซิ่น ทะแว่นด้วยผ้าสไบแพรสี ยุคที่ 3 ซิ่นจกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. ผ้าพญาซิ่น จกลวดลายตลอดทั้งผืน ใส่เสื้อห้อยบ่า ทะแว่นด้วยผ้าสไบดำ, 2. ผ้าซิ่นตีนจก ตัวซิ่นลายดอกมุก เก็บลายเครือวัลย์ อยู่ทั้งบนและล่างของตัวซิ่นมุก ใส่เสื้อเก๋ง
สำหรับการคิค้นท่ารำประกอบขั้นตอนการทอผ้าซิ่นตีนจกลับแล ประกอบเพลง นายสมชาย ปงศรีชัย นางสีนวล หมวกทอง ปราชญ์ชุมชนด้านการทอผ้า กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรน้ำใสใต้ ต.ชัยจุมพล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ เป็นผู้คิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 ทั้งนี้ เพื่อเป็นกุศโลบายสร้างความรักในการทอผ้าให้เกิดขึ้นกับลูกหลาน เหตุเพราะปัจจุบันคนทอผ้าในชุมชนเริ่มน้อยลง จึงนำเด็กในชุมชนที่มีความสนใจเข้าร่วมแสดง เพื่อปลุกจิตสำนึก สร้างความรัก ความผูกพันกับผ้าทอที่ปู่ย่าตายาย ได้อนุรักษ์สืบทอดมาถึงปัจจุบัน เพื่อต้องการให้ลูกหลานได้เห็นคุณค่าของการทอผ้าและความภาคภูมิใจวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง
การแสดง ""ฟ้อนซอ ปั่นฝ้าย" ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ สาขาวิชานาฎศิลป์ แสดงบนเวที และฝึกสอนโดยคณาจารย์ สาขาวิชานาฏศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์มีนายสมชาย ปงศรีชัย และ นางสีนวล หมวกทอง เป็นผู้ควบคุมการแสดง บรรยากาศการแสดงบนเวทีสร้างความสนใจและความประทับใจให้กับหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่นและสภาวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่เข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นอย่างมาก และเรียกร้องให้มีการนำชุดการแสดงนี้ ออกโชว์สู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มากยิ่งขึ้น ภาพชุดผ้าซิ่นตีนจกของผู้แสดง รวมถึงภาพเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง นั่งปั่นฝ้าย ทอฝ้ายและทอผ้า นับเป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานอย่างมาก
สมภพ สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดอุตรดิตถ์
