ชีวิตต้องสู้..!! "น้องอ้วน" จากปัตตานี จูงมือพ่อตาบอด เร่ร้องเพลงในเมืองคอน หาเงินเลี้ยงอีก 10 ชีวิต ที่นับวันรอคอยความหวัง!? (ชมคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

 

                (3 เม.ย.) เมื่อคืนที่ผ่านมา(2 เม.ย.)ที่ร้าน “นางฟ้ากุ้งกะทะ” ริมถนนกะโรม ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้มีเด็กชายคนหนึ่ง อายุ ประมาณ 8-9 ขวบนุ่งกางเกงกีฬาสีดำ สวมเสื้อยืดคอกลมสีแดงเลือดนกเดินจูงชายตาบอดเข้ามาในร้าน โดยมีลำโพงสำเร็จรูปขนาดเล็กและกล่องเหล็กขอรับบริจาคเงินแขวนคอชายตาบอดอยู่ด้วย จากนั้นชายตาบอดได้เปิดดนตรีเพลงลูกทุ่งก่อนที่ตัวเองจะร้องเพลงผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงไพเราะระดับนักร้องอาชีพ  ท่ามกลางความสนใจของแขกจำนวนมากที่นั่งรับประทานหมูกระทะ จากนั้นเด็กน้อยได้จูงมือชายตาบอดเดินไปตามโต๊ะต่าง ๆ เกือบทั่วร้านเพื่อขอรับบริจาคเงิน โดยแขกที่นั่งรับประทานอาหารจำนวนมากพากันควักเงินบริจาคใส่กล่องที่แขวนคอชายตาบอด รวมทั้งส่งเงินให้เด็กน้อยรับไปใส่กล่องพร้อมยกมือไหว้ขอบคุณผู้ใจบุญที่บริจาคเงินช่วยเหลืออย่างน่าเอ็นดูสงสาร

ชีวิตต้องสู้..!! "น้องอ้วน" จากปัตตานี จูงมือพ่อตาบอด เร่ร้องเพลงในเมืองคอน หาเงินเลี้ยงอีก 10 ชีวิต ที่นับวันรอคอยความหวัง!? (ชมคลิป)

ชีวิตต้องสู้..!! "น้องอ้วน" จากปัตตานี จูงมือพ่อตาบอด เร่ร้องเพลงในเมืองคอน หาเงินเลี้ยงอีก 10 ชีวิต ที่นับวันรอคอยความหวัง!? (ชมคลิป)

ชีวิตต้องสู้..!! "น้องอ้วน" จากปัตตานี จูงมือพ่อตาบอด เร่ร้องเพลงในเมืองคอน หาเงินเลี้ยงอีก 10 ชีวิต ที่นับวันรอคอยความหวัง!? (ชมคลิป)

ชีวิตต้องสู้..!! "น้องอ้วน" จากปัตตานี จูงมือพ่อตาบอด เร่ร้องเพลงในเมืองคอน หาเงินเลี้ยงอีก 10 ชีวิต ที่นับวันรอคอยความหวัง!? (ชมคลิป)

ผู้สื่อข่าวจึงเจ้าไปสอบถามทราบชื่อชายตาบอดคอนายอาแว สาแม หรือ “บังแว” อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/22 หมู่ 2 ต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ส่วนเด็กน้อยชื่อ ด.ช.จักรกฤษณ์  ดาราโชติ หรือ “น้องอ้วน” อายุ 9 ขวบ ลูกชายของนายอาแว ปัจจุบันเรียนหนังสือชั้น ป. 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.มะกรูด อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งสองพ่อลูกจะเดินทางจาก จ.ปัตตานี มายัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อร้องเพลงขอรับบริจาคเงินจากผู้ใจบุญตามร้านอาหารในตัวเมืองนครศรีธรรมราช มีรายได้คืนละประมาณ 300-500 บาท

                นายอาแว สาแม กล่าวว่า ตนมีลก 8 คนน้องอ้วน เป็นลูกคนที่ 5 ครอบครัวของตนมีฐานะยากจนเดิมอยู่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โดยตนประกอบอาชีพขับรถกระบะบรรทุกไก่จนเมื่อปี 2539 หรือกว่า 20 ปีก่อนตนขับรถประสบอุบัติเหตุทำให้ตนได้รับบาดเจ็บสาหัส ประสาทตาขาดจนกลายเป็นผู้พิการตาบอดทั้งสองข้าง หลังจากออกจากโรงพยาบาลตนได้ไปฝึกอาชีพนวดแผนแผนไทยเพื่อนำมาประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัว แต่เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย จึงย้ายครอบครัวมาอยู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี  โดยขออาศัยอยู่บ้านพี่ชายและตนก็ยังประกอบอาชีพนวดแผนโบราณ แต่ในปัจจุบันลูกค้าน้อยมาก ตนพอจะมีความสามารถด้านการร้องเพลงลูกทุ่งอยู่บ้าง จึงซื้อลำโพงเครื่องเสียงครบวงจรขนาดเล็กหัดร้องเพลงก่อนจะไปขึ้นทะเบียนโครงการพัฒนาศักยภาพนักร้องและนักดนตรีตาบอดออกเร่ร้องเพลงเพื่อขอรับบริจาคเงินจากผู้ใจบุญอย่างถูกต้องตามกฎหมายแทนการประกอบอาชีพนวดแผนไทย โดยมีน้องอ้วน บุตรชายวัย 9 ขวบเป็นผู้เดินจูงนำทางตนไปตามเร่ร้องเพลงตามร้านอาหารต่าง ๆ

ชีวิตต้องสู้..!! "น้องอ้วน" จากปัตตานี จูงมือพ่อตาบอด เร่ร้องเพลงในเมืองคอน หาเงินเลี้ยงอีก 10 ชีวิต ที่นับวันรอคอยความหวัง!? (ชมคลิป)

ชีวิตต้องสู้..!! "น้องอ้วน" จากปัตตานี จูงมือพ่อตาบอด เร่ร้องเพลงในเมืองคอน หาเงินเลี้ยงอีก 10 ชีวิต ที่นับวันรอคอยความหวัง!? (ชมคลิป)

ชีวิตต้องสู้..!! "น้องอ้วน" จากปัตตานี จูงมือพ่อตาบอด เร่ร้องเพลงในเมืองคอน หาเงินเลี้ยงอีก 10 ชีวิต ที่นับวันรอคอยความหวัง!? (ชมคลิป)

ชีวิตต้องสู้..!! "น้องอ้วน" จากปัตตานี จูงมือพ่อตาบอด เร่ร้องเพลงในเมืองคอน หาเงินเลี้ยงอีก 10 ชีวิต ที่นับวันรอคอยความหวัง!? (ชมคลิป)

“อย่างไรก็ตามการร้องเพลงขอรับบริจาคเงินจากผู้ใจบุญตามแหล่งชุมชน ร้านอาหารในตอนกลางคืนในจังหวัดปัตตานีมีความเสี่ยงกับอันตรายจากการก่อเหตุความไสงบเรียบร้อน ตนและน้องอ้วนจึงไม่กล้าออกเร่ร้องเพลงตามร้านอาหารหรือแหล่งชุมชน  จึงตัดสินใจเดินทางมาเร่ร้องเพลงขอรับบริจาคเงินจากผู้ใจบุญตามแหล่งชุมชนและร้านอาหารในตัวเมืองนครศรีธรรมราชแทน โดยจะมาขอพักกับเพื่อนเก่าที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เมื่อถึงช่วงหัวค่ำก็ให้เพื่อนขับรถ จยย.มาส่งในตัวเมือง และมารับกลับช่วงกลางดึกของทุกวัน ซึ่งตนจะเดินทางมาเดือนละ 2 -3 ครั้ง ๆ ละ 2-3 วัน แต่ในช่วงนี้น้องอ้วน บุตรชายปิดเทอม จึงมาเดินจูงนำทางตนเร่ร้องเพลงในตัวเมืองนครศรีธรรมราชครั้งละ 7 วันขึ้นไปก่อนจะนำเงินกลับไปเลี้ยงครอบครัวใน จ.ปัตตานี”

                นายอาแว สาแม กล่าวอีกว่าแม้ชีวิตจะลำบากยากเข็ญสักเพียงใดตนก็ต้องสู้ชีวิตเพราะครอบครัวตน 10 ชีวิตตนจะต้องเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัว ส่วนภรรยาก็ต้องคอยดูแลลูก ๆ ที่ยังเล็ก อีก 2-3 คน  ตนเข้าใจดีว่าบางครั้งในการเดินเร่เข้าไปร้องเพลงในร้านอาหารเพื่อขอรับความเมตตาจากผู้ใจบุญอาจจะสร้างความรำคาญให้กับเจ้าของร้านหรือแขกบางคน  ตนและน้องอ้วนต้องกราบขอโทษนะครับและตนจะพยายามรบกวนเวลาของทางร้านและแขกให้น้อยที่สุด โปรดเห็นใจและเมตตาสงสารให้ตนและน้องอ้วนแต่ใช้พื้นที่หากินด้วยเถิดครับ นอกจากตนกับน้องอ้วนแล้ว อีก 8 ชีวิตที่บ้านก็รอคอยความหวังจากตนและน้องอ้วนอยู่เช่นกัน นายอาแว กล่าวอย่างน่าสงสารในที่สุด.

ชีวิตต้องสู้..!! "น้องอ้วน" จากปัตตานี จูงมือพ่อตาบอด เร่ร้องเพลงในเมืองคอน หาเงินเลี้ยงอีก 10 ชีวิต ที่นับวันรอคอยความหวัง!? (ชมคลิป)

ชีวิตต้องสู้..!! "น้องอ้วน" จากปัตตานี จูงมือพ่อตาบอด เร่ร้องเพลงในเมืองคอน หาเงินเลี้ยงอีก 10 ชีวิต ที่นับวันรอคอยความหวัง!? (ชมคลิป)

ชีวิตต้องสู้..!! "น้องอ้วน" จากปัตตานี จูงมือพ่อตาบอด เร่ร้องเพลงในเมืองคอน หาเงินเลี้ยงอีก 10 ชีวิต ที่นับวันรอคอยความหวัง!? (ชมคลิป)

ชีวิตต้องสู้..!! "น้องอ้วน" จากปัตตานี จูงมือพ่อตาบอด เร่ร้องเพลงในเมืองคอน หาเงินเลี้ยงอีก 10 ชีวิต ที่นับวันรอคอยความหวัง!? (ชมคลิป)

ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช