- 03 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 3 เมษายน 2561 คณะกรรมการตรวจท่าทรายอำเภอสังคม ตามคำสั่งของ นางสาวศิริกัลยา กิจรักษา นายอำเภอสังคม นำโดย นายนนทพัฒน์ กิจรักษา หัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครองอำเภอสังคม (ปลัดอาวุโสอำเภอสังคม), นายมงคล เพ็งสมภาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาตั้ง, เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอสังคม, ตัวแทน นรข.เขตหนองคาย, ทหาร กกล.รส.จังหวัดหนองคาย, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สังคม, เจ้าหน้าที่ที่ดินอำเภอสังคม, เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงหนองคาย พร้อมสื่อมวลชน เข้าตรวจสอบท่าทรายในเขตพื้นที่ ต.ผาตั้ง อ.สังคม จำนวน 4 ท่าทราย ประกอบด้วย สังคมทรายแก้ว, ท่าทรายปากโสม, ท่าทรายศิรประภา และท่าทรายสำคัญ ทวีชัย
นายนนทพัฒน์ กิจรักษา หัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครองอำเภอสังคม (ปลัดอาวุโสอำเภอสังคม) กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจท่าทราย อ.สังคม ได้ออกมาตรวจท่าทรายตามคำสั่งของนายอำเภอสังคม ซึ่งวันที่ 26 – 28 มี.ค.61 ที่ผ่านมา ทางนายอำเภอได้สั่งปิดท่าทราย 3 ท่า เพราะในเดือน ก.พ.ได้สั่งปิดไปก่อนแล้ว 1 ท่า สำหรับการตรวจในครั้งนี้ทางผู้ประกอบการก็ได้แก้ไขข้อบกพร่องว่าด้วยระเบียบการดูดทรายของกระทรวงมหาดไทยแล้ว ส่วนที่เกี่ยวข้องในด้านอื่นๆ ทั้งสำนักงานเจ้าท่า, สำนักงานป่าไม้, สำนักงานอุตสาหกรรม, สำนักงานาธารณสุข, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานนั้นๆ เพื่อดำเนินการตามหน้าที่
ครั้งนี้ได้มีการตรวจท่าทราย 3 ท่า เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาว ต.ผาตั้ง ตามที่ได้ร้องเรียนมายังทางอำเภอและทางจังหวัด โดยการอำนวยการของนายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ซึ่งพบว่าผู้ประกอบการมีการตั้งกองทรายที่สูงเกินไปซึ่งจะส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเมื่อมีลมพัดแรงที่พัดมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ก็จะทำให้ฝุ่นละอองจากเม็ดทราย พัดเข้าไปยังบ้านเรือนประชาชนหรือกระทบต่อพืชผลทางการเกษตร เนื่องจากกองทรายตั้งสูง เมื่อปรับให้กองทรายต่ำลง ผลกระทบก็จะน้อยลงตามไปด้วย ในส่วนของการตั้งกองทรายปิดทางน้ำนั้นโดยเฉพาะในแนวที่ติดกับริมฝั่งโขงจะได้ประสานงานไปทางกรมเจ้าท่าเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนลำห้วยที่ถูกผู้ประกอบการตั้งกองทรายทับถมจนเกิดการเปลี่ยนแปลงลำห้วยและทางน้ำ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันก็จะได้ประสานไปยัง อบต.ผาตั้ง เพื่อตรวจสอบความลึก ความกว้างของลำห้วยอีกครั้ง เพราะเดิมท่าทรายได้ปิดลำห้วยทั้งหมด ด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข้อร้องเรียนการทำประชาคมเปิดท่าทรายไม่ถูกต้องนั้น ในส่วนของบ้านผาตั้ง ม.1 ทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ส่งหนังสือไปยังนายอำเภอสังคมเพื่อให้ความเห็นชอบแล้ว ส่วน บ้านปากโสม ม.2 กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบประมาณ 30 วัน เนื่องจากต้องตรวจสอบรายชื่อคนลงประชามติ จำนวน 100 – 200 คนเศษ
ด้านนายมงคล เพ็งสมภาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาตั้ง กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากผู้ประกอบการท่าทราย (สำคัญ ทวีชัย) ว่า สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหนองคาย ได้มีคำสั่งปิดท่าทรายทั้ง 4 แห่ง 15 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.61 เป็นต้นไป เมื่อมีคำสั่งออกมาอย่างนี้แล้ว เมื่อผู้ประกอบการยังไม่หยุดประกอบการ ทางพื้นที่โดย อบต.ผาตั้ง ก็จะแจ้งไปยังกรมเจ้าท่า โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 7 สาขาหนองคาย เพื่อให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถาม นายอภิสิทธิ์ คำภิโร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหนองคาย ได้รับคำชี้แจงว่าทางส่วนกลาง (กรมเจ้าท่า) ได้มีคำสั่งให้ปิดท่าทรายทั้ง 4 แห่ง เริ่มมีผลบังคับ ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2561 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ นางสาวศิริกัลยา กิจรักษา นายอำเภอสังคม ก็ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา ให้ปิดท่าทราย จำนวน 3 ท่า ในพื้นที่ อ.สังคม ได้แก่ ท่าทรายนางศิรประภา เล้าพาณิช ใบอนุญาตดูดทรายเลขที่ 1/2560 สิ้นสุดวันที่ 1 ก.พ. 2561, ท่าทรายนายสำคัญ ทวีชัย ใบอนุญาตเลขที่ 2/2560 สิ้นสุดวันที่ 1 ก.พ. 2561 และท่าทรายห้างหุ้นส่วนจำกัด สังคมทรายแก้ว ใบอนุญาตเลขที่ 4/2559 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.2559 ซึ่งผู้ประกอบการท่าทรายทั้ง 3 ท่า กำลังอยู่ระหว่างยื่นขอต่อใบอนุญาต (ทั้งนี้ผู้ประกอบการสามารถประกอบกิจการดูดทรายต่อไปได้ ตามนัยระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทราย พ.ศ.2546 ข้อ 26) โดยให้ท่าทรายทั้ง 3 ท่า ปิดการประกอบกิจการ จำนวน 3 วัน ซึ่งได้ใช้อำนาจของนายอำเภอ ปิดท่าทรายเป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 26 - 28 มีนาคม 2561 นี้ เพื่อให้ส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าไปชี้แจงว่า ผู้ประกอบการกระทำผิดเงื่อนไขอย่างไรบ้าง และให้ท่าทรายแก้ไขปรับปรุงให้เรียบร้อย จนกว่าจะสามารถเปิดดำเนินการตามระเบียบต่อไปได้
ทั้งนี้สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเปิดโปงการเปิดท่าทรายในพื้นที่ ต.ผาตั้ง อ.สังคม อย่างต่อเนื่อง และนำข้อมูลมาเปิดเผยถึงการดำเนินการเปิดท่าทรายในพื้นที่อย่างไม่ถูกต้อง ทั้งการประชาคมในพื้นที่ หมู่ 1 และ หมู่ 2 ต.ผาตั้ง อ.สังคม กรณีผู้นำหมู่บ้านบ้านผาตั้ง ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ด้วยการรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ
สำหรับพื้นที่ บ.ผาตั้ง ม.1 ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย มีกรณีข้อพิพาทระหว่างประชาชนชาวบ้านผาตั้ง ม.1 ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย กับ ผู้ประกอบการดูดทราย ทั้งเรื่องปัญหาฝุ่นละลอง การจราจร การเกษตร การประมงในแม่น้ำโขง และการท่องเที่ยว โดยชาวบ้านร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่า การอนุญาตให้ดูดทรายในพื้นที่ ต.ผาตั้ง นั้น ชาวบ้านบอกกับสื่อมวลชนว่ามันไม่ถูกตั้งแต่ตอนเริ่มต้นประชาคมแล้ว คือวันที่ 27 ก.ย.60 นั้น เป็นการประชาคมเรื่อง “ขออนุญาตตั้งโรงงานประเภทที่ 3” คือ โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับหิน กรวด ทราย หรือดินสำหรับใช้ในการก่อสร้างอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างทั้งนี้ในวันประชุมดังกล่าวได้มีชาวบ้านไปประชุมจำนวนมาก เพราะให้ความสนใจในเรื่องการจัดสรรที่ดินทำกินในที่สาธารณะ แต่เมื่อประชุมเสร็จได้มีมติในที่ประชุมเพื่อขออนุญาตให้มีการตั้งโรงงานดูดทรายในพื้นที่ซึ่งไม่เกี่ยวกับประเด็นที่เรียกประชุมเลย และในที่ประชุมผู้นำหมู่บ้านก็ได้จัดพรรคพวกคนของตนเข้าไปนั่งในที่ประชุมจนเต็มห้องประชุม โดยมีข้อแม้ว่าถ้าใครมาประชุมจะได้รับการจัดสรรที่ดินในที่สาธารณะให้ และรับเบี้ยประชุมคนละ 200 บาท ส่วนชาวบ้านที่ไม่ทราบเรื่องนั้นได้เดินทางเข้ามาประชุมสมทบในภายหลังแต่ก็เข้าห้องประชุมไม่ได้
เมื่อประชุมเสร็จ ผู้นำหมู่บ้าน ได้ขอมติในที่ประชุมเพื่อขอตั้งโรงงานดูดทราย ปรากฏว่ามีคนยกมือเห็นด้วย 56 คน และถามว่ามีใครคัดค้านบ้าง ชาวบ้านกลุ่มที่คัดค้านจึงเบียดห้องประชุมเข้าไปยกมือคัดค้านได้จำนวน 26 คน พร้อมแย้งว่า ทำไมประชุมอย่างหนึ่งแต่ให้เห็นชอบอีกอย่างหนึ่ง การจะให้มีการจัดตั้งโรงงานดูดทรายในพื้นที่ ผู้นำหมู่บ้านต้องอธิบายและสรุปถึงผลดี ผลเสียของการจัดตั้งโรงงาน ก่อนที่จะมีการทำประชาคม ไม่ใช่จะมาสรุปเอาง่ายๆ แบบนี้ แต่ผู้นำหมู่บ้านก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ กลับบ่ายเบี่ยงไปว่าผู้ประกอบการจะมาสร้างเมรูเผาศพภายในหมู่บ้านให้ในราคา 100,000 บาท และมีใครเสียชีวิตในพื้นที่จะให้ค่าปลงศพรายละ 2,000 บาท เมื่อกลุ่มของพวกตนคัดค้านไปอย่างนี้ ผู้นำหมู่บ้านกลับบอกว่าไม่เกี่ยวกัน เดี๋ยวจะให้กรรมการหมู่บ้านไปรับเงินกับผู้ประกอบการมาดำเนินการสร้างเมรุเผาศพต่อไป พร้อมกับปิดการประชุมทันทีดังนั้นชาวบ้านกลุ่มคัดค้านจึงคิดว่าการทำประชาคมในครั้งนี้ไม่โปร่งใส เมื่อตรวจสอบรายชื่อคนที่มาร่วมประชุมกลับพบว่ามีการเซ็นชื่อซ้ำกันถึง 3 ที่, มีรายชื่อคนประเทศลาวก็มี, มีรายชื่อพระก็มี จึงได้เดินทางไปปรึกษากับอุตสาหกรรมจังหวัดหนองคาย พร้อมกับคำแนะนำว่าให้ทางผู้ไม่เห็นด้วยจัดทำประชาคมใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งก็ได้ไปจัดทำประชาคมที่บ้านของประธานกองทุนหมู่บ้าน ปรากฏว่ามีเสียงไม่เห็นด้วยในการก่อตั้งโรงงานดูดทรายในหมู่บ้านผาตั้ง จำนวน 58 เสียง ซึ่งชนะเสียงที่เห็นด้วย 2 เสียง แล้วนำส่งอุตสาหกรรมจังหวัดเพื่อพิจารณา แต่ไม่นานผู้ประกอบการก็ได้ขนเครื่องจักรกลมาดำเนินการในพื้นที่ พวกชาวบ้านที่คัดค้านจึงคิดว่า “แพ้แล้ว” แต่ก็ไม่ท้อ และได้เดินทางไปร้องเรียนไปยังส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่เรื่องก็เงียบหายไป และอีกไม่นานเช่นเดียวกัน ชาวบ้านที่คัดค้านได้เห็นเอกสารจากทางอำเภอสังคมว่า “การจัดตั้งโรงงานดูดทรายผ่านมติแล้ว” โดยผู้นำหมู่บ้านอ้างว่า การขอจัดตั้งโรงงานดูดทรายนั้น มีผู้คัดค้าน 58 คน มีผู้เข้าร่วมประชุม 126 คน มีมติให้ผ่าน ก็แสดงว่าผู้เข้าร่วมประชุมทั้งเห็นด้วยและคัดค้านจะต้องเข้าประชุมพร้อมกันทั้งหมด ทั้งที่มติในตอนออกเสียงครั้งแรกมีเสียงคัดค้านและเห็นด้วยเพียง 82 คนเท่านั้น แสดงว่าผู้นำหมู่บ้านแสดงเอกสารที่เป็นเท็จ ปลอมแปลงเอกสาร จึงได้ร้องเรียนกับสื่อมวลชนซึ่งพอจะมีหวังบ้าง ดังนั้นจึงอยากให้ทางอำเภอสังคมดำเนินการอย่างเฉียบขาดต่อผู้นำชุมชน หลังทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหนองคาย สั่งปิดท่าทราย เนื่องจากจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมดคือการปฏิบัติหน้าที่ของผู้นำชุมชนที่ไม่โปร่งใส
และเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 61 ที่ห้องประชุมปกครอง ศาลากลางจังหวัดหนองคาย พล.ต.ปรเมศวร์ กันมินทร์ รอง ผอ.ศปป.4 กอ.รมน. และนายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันประชุมปัญหาจากกิจการท่าทรายในพื้นที่ ตำบลผาตั้ง เพื่อหารือการแก้ปัญหากิจการท่าทราย
สำหรับเนื้อหาการประชุมในครั้งนั้น มีวาระการประชุมดังนี้ กอ.รมน.จังหวัดหนองคาย นำเสนอภาพรวมของปัญหา, นายอำเภอสังคม และนายก อบต.ผาตั้ง ให้ข้อมูลเรื่องการทำประชาคมการถมทรายขวางทางน้ำ, ที่ดินจังหวัดหนองคาย ให้ข้อมูลเรื่องใบอนุญาตกิจการท่าทราย, สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหนองคาย ให้ข้อมูลเรื่องตลิ่งแม่น้ำโขงพังทลาย และการใช้พื้นที่ริมน้ำโขง, ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.หนองคาย ให้ข้อมูลเรื่องปัญหาฝุ่นละอองและการถางพื้นที่ป่า, แขวงการทางจังหวัดหนองคาย ให้ข้อมูลเรื่องการบรรทุกน้ำหนักเกินและการคลุมผ้าใบ และอุตสาหกรรมจังหวัดหนองคาย ให้ข้อมูลเรื่องใบอนุญาตมีแร่ โดยในวันนั้นมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง จนนำมาสู่การสั่งปิดท่าทรายในครั้งนี้
นอกจากนี้กลุ่มแกนนำชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ และไม่เห็นด้วยจากการทำประชาคมให้เปิดท่าทรายในครั้งแรกยังจะเดินหน้าเอาผิดกับผู้นำหมู่บ้านกรณีทำประชาคมผิดกฎหมาย ทำประชาคมจัดตั้ง โดยให้รับผิดชอบด้วยการลาออก มิเช่นนั้นจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีด้วย.
ภัทรวินทร์ ลีปาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดหนองคาย
