- 04 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายอภิสิทธิ์ คำภิโร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหนองคาย เปิดเผยว่า ทางสำนักงานเจ้าท่าสาขาหนองคาย ได้มีหนังสือถึงผู้ประกอบการท่าทราย 4 ท่าในพื้นที่ ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ประกอบด้วยท่าทรายนายสมบัติ นาแถมพลอย, ท่าทรายสังคมทรายแก้ว, ท่าทรายนายสำคัญ ทวีชัย และท่าทรายนางศิรประภา เล้าพาณิช เรื่อง ขอระงับการขุดลอกร่องน้ำทางเรือเดินเป็นการชั่วคราว เนื่องจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหนองคายได้รับหนังสือจากจังหวัดหนองคาย ให้ตรวจสอบการทรุดตัวของตลิ่งบริเวณท่าทรายและบริเวณใกล้เคียงของท่าทราย กรณีชาวบ้านผาตั้ง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มผู้ประกอบการท่าเรือดูดทราย ชาวบ้านหลายร้อยคนต้องเผชิญกับมลภาวะทางเสียง ทางอากาศและฝุ่นจากทราย พืชผลทางการเกษตรเสียหาย ยังไม่รวมปัญหาระบบนิเวศในแม่น้ำโขงเสียหายและชาวบ้านยังพบปัญหาตลิ่งริมแม่น้ำโขงพังและทรุดตัวอย่างรุนแรง ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าต้นเหตุมาจากการดูดทราย
ดังนั้นสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาหนองคาย จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พุทธศักราช 2456 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พุทธศักราช 2535 (ฉบับที่ 14) ขอระงับการขุดลอกร่องน้ำทาง เรือเดินเป็นการชั่วคราว เป็นระยะเวลา 15 วัน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ในเบื้องต้นหลังจากที่สำนักงาน เจ้าท่าภูมิภาคที่ 7 สาขาหนองคาย ได้รับหนังสือจากจังหวัดให้ร่วมตรวจสอบกรณีข้อร้องเรียนผู้ประกอบการท่าทราย ในพื้นที่อำเภอสังคม จำนวน 4 ท่านั้น ทางกรมเจ้าท่าก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น ซึ่งพบว่าข้อมูลยังไม่ปรากฏชัด เพราะต้องลงพื้นที่อีกหลายรอบ แต่เบื้องต้นได้มีหนังสือถึง 4 ผู้ประกอบการท่าทรายให้หยุดดำเนินการเป็นการชั่วคราว เป็นระยะเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.61 เป็นต้นมา ซึ่งทางผู้ประกอบการแต่ละรายก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และในช่วงระยะเวลา 15 วัน ต้องตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อนว่า การพังทลายของตลิ่งมีมากน้อยแค่ไหนมีการพังทลายจากการดูดทรายจริงหรือไม่ ตลิ่งแม่น้ำโขงพังทลายก่อนหรือหลังจากที่มีการดูดทรายหรือขุดลอก ซึ่งตรงนี้เป็นการลงพื้นที่เพื่อสำรวจข้อเท็จจริง
ขณะนี้ก็ได้ประสานไปยังสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดหนองคาย เพื่อขอข้อมูลเรื่องแนวตลิ่ง เพื่อสอบถามเบื้องต้นว่ามีการสำรวจหรือก่อนหน้าหรือไม่ ถ้ามีก็จะขอข้อมูลตรงนั้นมาประกอบการพิจารณา และจะได้ประสานไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดหนองคาย สาขาอำเภอสังคม เพื่อขอระวางโฉนด, นส.3ก และภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งเป็นข้อมูลที่จะนำมาประกอบการออกเอกสารสิทธิ์และใช้ภาพถ่ายมาเปรียบเทียบกับภาพถ่ายปัจจุบัน ว่าประกอบการตามที่ได้ขอในพื้นที่ที่มีการพังทลายของดิน หรือทำให้เกิดการงอกของดินเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งจะเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์
ส่วนข้อมูลของชาวบ้านก็จะลงพื้นที่สอบถามผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ตัวแทนกลุ่มต่างๆ ที่ประกอบอาชีพ หรือทำมาหากินในพื้นที่ที่มีการดูดทราย หรือพื้นที่ที่มีการพังทลายของดิน โดยเฉพาะพื้นที่เพาะปลูกพริก ปลูกยาสูบริมฝั่งโขง แล้วก็จะใช้ข้อมูลตรงนี้มาประกอบการพิจารณาด้วยเช่นเดียวกัน จากนั้นก็จะนำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ว่ามีการพังทลายตามที่ได้ร้องเรียนหรือไม่ มีผลกระทบทางน้ำมากน้อยแค่ไหน แล้วก็จะตรวจสอบเชิงลึกทางกายภาพถึงการเปลี่ยนแปลงร่องน้ำ ว่าทำให้เราต้องสูญเสียดินแดน หรือสูญเสียอาณาเขต หรือไม่ ทางเจ้าท่าก็จะสามารถออกคำสั่งให้ระงับการดูดทรายได้ แต่ถ้าไม่มีผลกระทบอย่างไร ก็จะรายงานตามลำดับต่อไป.
ภาพ/ข่าว ภัทรวินทร์ ลีปาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดหนองคาย
