- 04 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี นายกเมืองพัทยา, นายอภิชาติ วีรปาล รองนายกเมืองพัทยา, พ.ต.ท. ธวัชชัย หนองบัว รอง ผกก.ตม.จังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับคณะทูตจากประเทศสาธารณรัฐคาซัคสถาน, บาห์เรน, ภูฎาน, ลิเบีย, ไนจีเรีย, โอมาน, สาธาณรัฐสโลวัก และติมอร์ เลสเต โดยการนำของเอกอัครราชทูต ราอูชัน เยสบูลาโตวา จากสาธารณรัฐคาซัคสถาน ประจำราชอาณาจักรไทย
สืบเนื่องจากทางคณะทูตมีแนวคิดที่จะประสานความสัมพันธ์ระหว่างเมืองพัทยาและสถานทูตต่างๆในประเทศ ในเรื่องของการท่องเที่ยว โดยในที่ประชุมได้มีการหยิบหยกปัญหาในเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศที่ได้รับผลกระทบและมีการร้องเรียนไปยังสถานทูตเพื่อนำมาถกเพื่อหาแนวทางออกร่วมกัน อาทิ นักท่องเที่ยวไม่ได้รับความสะดวกในการพกพาสปอร์ตที่จะต้องนำติดตัวอยู่ตลอดเวลา การตรวจค้นนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในประเด็นที่ทางเอกอัครทูตอับดุล ละ ซาเรอเมด อัลไมมานี จากประเทศโอมาน ได้พูดคุยถึงปัญหาจากกรณีนักท่องเที่ยวจากโอมานได้ถูกจับกุมในหลายครั้ง ปัญหาสำคัญอาจเกิดมาจากล่ามแปลภาษาที่นำมาแปลภาษาให้กับนักท่องเที่ยวอาจยังไม่มีความเชี่ยวชาญโดยตรงทำให้ประเด็นการถูกจับกุมคลาดเคลื่อน นอกจากนี้ยังมีในกรณีได้รับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวล่าสุดเกี่ยวกับกรณีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวที่เมืองพัทยายังไม่ทราบกฎหมายของประเทศไทยอย่างแน่ชัดในกรณีดูดบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทยและยังเห็นว่ามีขายอยู่ตามสถานที่ทั่วไปได้ จนกระทั่งนักท่องเที่ยวโดนจับกุมจนทำให้ต้องเสียเวลาในการต่อสู้คดีเป็นเวลานานหลายเดือน จึงอยากให้มีการผ่อนผันในการจับกุมกรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่ทราบถึงกฎหมาย หรือจะแค่เป็นการว่ากล่าวตักเตือนเพราะนักท่องเที่ยวบางคนเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองพัทยาเพียงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น
ซึ่งจากปัญหาทั้งหมดทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ละหน่วยงานได้มีการแจงต่อเอกอัครราชทูตของแต่ละประเทศ อาทิในเรื่องของการพกพาสปอร์ตในประเทศไทยถือว่าพาสปอร์ตคือบัตรประจำตัวประชาชนใบหนึ่งที่ทุกคนต้องมีเมื่อมีการเรียกตรวจเพื่อยืนยันตัวตนของทุกคนซึ่งในกรณีมีการอนุโลมให้นักท่องเที่ยวแต่ละคนสามารถถ่ายสำเนาพาสปอร์ตพกติดตัวแทนพกพาสปอร์ตตัวจริงได้อยู่แล้ว ส่วนในปัญหาด้านอื่นนอกเหนือจากความรับผิดชอบของที่ประชุมจะดำเนินการได้ จะรับไปพิจารณาเพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกันอีกครั้งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาต่อไป ทั้งนี้ในเบื้องต้นทางเมืองพัทยาจะทำป้ายสัญลักษณ์บอกกล่าวถึงสิ่งผิดกฎหมายในหลากหลายภาษาเพื่อในไปติดตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ในเบื้องต้นก่อน
อัมพร แสงแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชลบุรี
